Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 4 โภชนบำบัดสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ - Coggle Diagram
บทที่ 4 โภชนบำบัดสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ
4.5 โภชนบำบัด (Therapeutic Nutrition)
สำหรับผู้ป่วยโรคไต
ความต้องการพลังงานและน้ำ
Energy ปริมาณ 30-50 Kcal /kg. IBW
Carbohydrate
50-60% ของพลังงานที่ควรได้รับ
ไม่ควรเป็น Complex Carbohydrate เนื่องจากมีวิตามิน แร่ธาตุสูง
แป้งปลอดโปรตีน 1 ส่วน 70 Kcal
Protein (ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน)
0.6 -0.8 g./ 1kg. (IBW) (ยังไม่ล้างไต)
1.1 - 1.2 g./1kg (IBW) (Hemodialysis = ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
1.1 - 1.2 g./1kg (IBW) (CAPD = ฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร)
66% protein high biological value
Fat
30-35% ของพลังงานที่ควรได้รับ
ควรเลือกไขมันชนิดไม่อิ่มตัว
หลีกเลี่ยงไขมันชนิดอิ่มตัวและไขมันทรานส์
Vitamins
อาจให้วิตามินดี บีรวม หรือวิตามินซีโดยเฉพาะกรดโฟลิก
ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
Minerals
• Sodium >2000 or 1200-2000 mg/Day
• Potassium ไม่เกิน 5 mmol./dl.
• Phosphorus ไม่เกิน 5mg./dl ถ้าเกินจะทำให้เพิ่มการสลายกระดูก
• Calcium ลดการสลาย Ca ในกระดูก
Water
จำกัดในรายที่มีอาการบวม
วันละประมาณ 500 - 1000 ml.
ปัสสาวะน้อยกว่า 500 ml./วัน ควรจำกัดให้เหลือ 750-1000 ml./วัน
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM)
แนวทางการรักษา
การควบคุมอาหาร
หลีกเลี่ยงการทานครั้งละมาก ๆ
ควรจัดอาหาร 3 มื้อ/วัน หรือจัดเป็น 5-6 มื้อ หลีกเลี่ยงการทานครั้งละมาก ๆ
การควบคุมระดับไขมันในเลือด
ยึดคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และพลังงาน สารมารถแลกเปลี่ยนในหมวดเดียวกันได้
การออกกําลังกาย
การเรียนรู้เพื่อควบคุมโรคเบาหวาน
การรักษาด้วยยา
ผู้ป่วยเบาหวานต้องรู้
1.ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic index : GI) หมายถึง ค่าที่บ่งชี้ว่าอาหารนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเร็วขึ้นเท่าไหร่
2.เส้นใยอาหาร (Dietary fiber)
• ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ (Soluble)
ช่วยลดการดูดซึม ลดระดับน้ำตาลและกรดไขมันอิสระ
อาหาร ได้แก่ แอปเปิ้ล ส้ม ข้าวโอ๊ด
• ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ (Insoluble )
ช่วยในการรวมตัวของอุจจาระ
แคลอรี่ต่ำ ช่วยลดจำนวนแคลอรี่ในอาหาร ทำให้น้ำหนักตัวลด
พบมากในผักใบต่างๆ
:question:
ทำอย่างไรเมื่อน้ำตาลต่ำ
แก้ด้วยอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม
สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
ความดันกับอาหาร
• โซเดียมในอาหาร
ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดตึง ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น
ทำให้มีการสะสมของน้ำตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เกิดภาวะบวมน้ำ
ระดับเกลือแร่ในเลือดสูงทำให้เลือดแข็งตัว เกิดอันตรายต่อร่างกาย
• วิตามินบี หรือโฟลิค
ลดความเสื่อมของสมองในภาวะหลอดเลือดอุดตันได้ 20%
ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ 15%
• โพแทสเซียม
รักษาความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย
ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดอุดตัน และอัมพาต
ควรกินผัก ผลไม้สดเป็นประจำ
ควรการกินอาหารจากธรรมชาติที่แปรรูปน้อย ๆ
กินเกลือแกงมากกว่า 1 ช้อนชา/วัน เสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูงและโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
หลักการควบคุมอาหารผู้ป่วย
ลดโซเดียม
ลดอาหารแปลรูป
เพิ่มการทานผัก ผลไม้ไม่หวานที่ให้สารโพแทสเซียม
ดื่มนมและผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำ
ลดอาหารไขมันสูง
เพิ่มการทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ
ลดหรืองดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ดูแลสุขภาพด้วยรหัส 6 : 6 :1
น้ำตาล : 6 = ไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม
ไขมัน : 6 = ไม่ควรกินเกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 30 กรัม
เกลือ/โซเดียม : 1 = ปริมาณที่ไม่เกิดอันตราย คือ 2,400 มก/วัน คิดเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์ 6 กรัมหรือเกลือแกง 1 ช้อนชา/วัน สามารถลด Systolic blood pressure (SBP) ได้ 2-8 มม.ปรอท
สูตรอาหารลดความดัน DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension) Diet
เลือกอาหารไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
ดื่มนมไขมันต่ำ ไขมันในนมเป็นชนิดไม่อิ่มตัว
ทานอาหารที่มีเส้นใยสูง
ทานผักและผลไม้ให้มากกว่าอาหารกลุ่มอื่น ๆ
จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
จํากัดโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม/วัน
หลีกเลี่ยงอาหารสําเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปลรูปต่าง ๆ
สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ปัญหาทางโภชนาการ
Anorexia : อาการเบื่ออาหาร
Cancer Cachexia : อาการผอมแห้ง
Protein energy malnutrition : น้ำหนักตัวลดลงมาก เบื่ออาหาร กล้ามเนื้อลีบ
ความต้องการพลังงานและสารอาหาร
พลังงาน
ผู้ป่วย 25-35 Kcal/นน. 1 Kg/d
ผู้ป่วยที่ต้องเพิ่มน้ำหนัก 35-50 Kcal/นน. 1 Kg/d
คาร์โบไฮเดรต : 50-60 % total energy : RDA
โปรตีน
ผู้ป่วย 1-1.5 g/นน 1 kg/d
ผู้ป่วยที่ต้องเพิ่มน้ำหนัก 1.5-2g/นน 1 kg/d
ไขมัน 30-50 % total energy : RDA
การจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
• กลุ่มผู้ป่วยที่กินไม่ได้
ต้องการอาหารที่ให้โปรตีนสูง เพื่อภูมิคุ้มกัน
• กลุ่มผู้ป่วยที่เสียงต่อการติดเชื้อ กลุ่มที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ
ต้องการอาหารที่ปลอดเชื้อหรือที่มีเชื้อจุลินทรีย์ต่ำ
• กลุ่มที่ผู้ป่วยสามารถกินได้
ต้องเพิ่มอาหารพวกผักและผลไม้ 5 สี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง
• ผู้ป่วยมักทานอาหารได้น้อย
จัดอาหารที่ให้โปรตีนและพลังงานสูง หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์
เลือกอาหารประเภทปลา โอเมก้า 3 ในน้ำมันปลาเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ควรจัดมื้ออาหารเป็นมื้อเล็ก 5-6 มื้อ/วัน
• ผู้ป่วยที่รับประทานอาหารได้ควรเลือกอาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุสูง ป้องกันมะเร็งลุกลาม ควรได้รับผักสดและผลไม้สด ควรหลีกเลี่ยงผักผลไม้ดิบในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ (มักจะเกิดหลังรับยาประมาณ 10-14 วัน)ห้ามรับประทานผลไม้ทั้งเปลือก
ดื่มน้ำสะอาดผ่านการฆ่าเชื้อ
การเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ปกติที่เสียหาย
สำหรับผู้ป่วยโรคไทรอยด์
ธาตุอาหารสำคัญ
ไอโอดีน (Iodine)
ซิลิเนียม (Selenium)
ทองแดง (Copper)
สังกะสี (Zinc)
ธาตุเหล็ก (Iron)
Vitamin B2,3,6
สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ อี ซี
สำหรับผู้ป่วยโรคตับและถุงน้ำดี
Energy : 45-50 kcal/1Kg.(IBW) 2500-3000 kcal/Day
Carbohydrate
300 - 400 g./Day หรือ 50-60%
อาการหนักให้สารละลายกลูโคส 5-10%
ไม่ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตแปรรูป
• Protein
โปรตีนที่มีคุณภาพดี เช่น นม ไข่ ปลา ≈0.5 กรัม/กก./วัน
• Fat ไขมันไม่อิ่มตัว 80-100 g./Day or 30-35%
Water & Minerals
ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมาก ๆ
มีอาการบวมให้ลด Sodium 1200-2000mg./Day และให้น้ำ 1000-1500 ml/Day
ลดอาหารรสจัด เครื่องเทศ ผักผลไม้ที่ทำให้เกิดแก๊ส
เพิ่มสังกะสี 60 mg./Day
สำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (Nutritional Support for Burn Patients)
ความต้องการพลังงาน
BEE (male) = 66 + 13.7(W) + 5(H) – 6.8(A)
BEE (female) = 66.5 + 9.6(W) + 17(H) – 4.7(A)
[W = น้ำหนัก (กก.), H = ความสูง (ชม.), A = อายุ (ปี)
(25 x IBW)+(40 x %burn) สำหรับผู้ใหญ่
(35 x IBW)+(35 x %burn) สำหรับเด็ก >3 ปี
✦ Albumin
เป็นดัชนีชี้วัดภาวะโภชนาการ
มีผลต่ออัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย
มีผลต่อ Oncotic Pressure