Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
download
หน่วยการเรียนรู้ที่ (๓ )
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ…

หน่วยการเรียนรู้ที่ (๓ )
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเป็นวิธีการในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น เช่น ทรายหรือซิลิกอน (silikon) เป็นสารแร่ที่พบเห็นทั่วไปตามชายหาด หากนำมาสกัดด้วยเทคนิควิธีการสร้างเป็น ชิป (chip) จะทำให้สารแร่ซิลิกอนนั้นมีคุณค่า และมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

เทคโนโลยีสารสนเทศ ( IT : Information Technology ) หมายถึง การนำวิทยาการที่ก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และ การสื่อสารมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศ มีประโยชน์และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้อง โดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการสารสนเทศ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง ขั้นตอนวิธีการดำเนิน การซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูล บุคลากร และกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด

สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับ ความจริงของคน สัตว์ สิ่งของ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่ได้รับการจัดเก็บรวบรวม ประมวลผล เรียกค้น และสื่อสารระหว่างกัน นำมาใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้

ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการจัดการ
๑.เป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารระดับสูงเผื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากระบบสารสนเทศเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูง
๒.ทำให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันในองค์กร เนื่องจากระบบสารสนเทศเป็นระบบการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกองค์กร
-
๔.ช่วยให้สรุปและประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะระบบสารสนเทศเป็นระบบที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยจัดระบบข้อมูลด้วยการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

คุณลักษณะของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี
-
๒.มีความถูกต้องแม่นยำ คือ การนำข้อมูลไปประมวลปลอย่างมีระบบ ชัดเจน ถูกต้อง เนื่องจากนำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของฝ่าบบริหาร
-
-
๕.มีความน่าเชื่อถือ คือ ข้อมูลมีความซ้ำซ้อนจะขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ ขาดวิธีการรวบรวมข้อมูลที่จะนำไปสู่ระบบของการประมวลผล
-
๗.ตรวจสอบได้ คือ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อความมั่นใจว่ามีความถูกต้อง สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้โดยอาจมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ
๘.สอดคล้องกับความต้องการ คือ จะต้องมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และสนองต่อความตเองการของผู้ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ
-
๑๐.ความปลอดภัย คือ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีระบบและการจัดการให้มีความปลอดภัยจากผู้ที่ำม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลหรือสารสนเทศนั้นๆ

เหตุผลที่ต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ
-
๒.จากการที่แนวโน้มของธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้นมีโครงสร้างองค์กรที่สลับซับซ้อน และมีสาขาหรือหน่วยงานที่กระจายแยกกันไปตามภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น
๓.ปัญหาต่างๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผล และการสื่อสารเพื่อการจัดการและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นเพิ่มมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
๔.สามารถทำให้ผู้บริหารหรือผู้จัดการที่รับผิดชอบต้องอณุมัติงาน สามารถเข้าถึงระบบสารสนเทศของบริษัทได้ในทันทีที่ต้องการ

วัตถุประสงค์ของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ
๑.เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร จัดหาสารสนเทศสำหรับใช้ในการตัดสินใจถือว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญของระบบสารสนเทศ
๒.เพื่อสบับสนุนการปฏิบัติหรือการจัดการตามภาระหน้าที่ทางกฏหมาย เนื่องจากกิจการมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฏหมายกำหนด
๓.เพื่อสนับสนุนการจัดการงานประจำวัน ซึ่ในแต่ละวันกิจการจะมีรายการค้าหรือรายการทางธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย

ประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ
๑.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ เนื่องจากระบบสารสนเทศช่วยให้การจัดการในการดำเนินงานอย่างสะดวก ถูกต้องและรวดเร็ว
๒.ช่วยในการสร้างทางเลือกในการแข่งขันกับองค์กรอื่นๆ เนื่องจาดระบบสารสนเทศนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการได้หลายเรื่อง
๓.ช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหาร เนื่องจากระบบสารสนเทศเป็นระบบข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง แม่นยำ ทันสมัย และรวดเร็ว ทำให้ช่วยในการตัดสินใจของฝ่ายบริหารในการดำเนินงานด้านต่างๆ ขององค์กร
๔.ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต เนื่องจากระบบสารสนเทศมีการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่รวดเร็ว ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ในด้านการติดต่อสื่อสารทั้งภายในและนอกองค์กร

ส่วนประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
-
-
-
-
-
-
-
-
-

การจำแนกเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในการจัดการ
๑.เทคโนโลยีสารสนเทศจำแนกตามระดับความซับซ้อนของระบบงาน ได้แก่
๑.๑ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
๑.๒ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนการตัดสินใจ
๑.๓ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
๑.๔ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อผู้เชี่ยวชาญ
๑.๕ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงสารสนเทศกับสถานที่
๑.๖ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการประมวลผลรายการค้า
๒.เทคโนโลยีสารสนเทศจำแนกตามลักษณะงานหรือหน้าที่งาน ได้แก่
๒.๑ งานบัญชี
๒.๒ งานการเงิน
๒.๓ งานการตลาด
๒.๔ งานบริหารจัดการบุคลากร