Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลแบบองค์รวมในการสร้างเสริม ป้องกัน ดูแลฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมในมาร…
การพยาบาลแบบองค์รวมในการสร้างเสริม ป้องกัน ดูแลฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมในมารดาในระยะหลังคลอด
5.1 การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของมารดาหลังคลอด
มารดาที่คลอดทางช่องคลอดส่วนใหญ่จะเสียเลือดประมาณ300-400
มิลลิลิตรการคลอดโดยการผ่าตัดหน้าท้องจะเสียเลือดประมาณ500- 1,000มิลลิลิติร
การเปลี่ยนทางสรีรวิทยาทางมารดาหลังคลอดมี 3 ประการ
1.การสิ้นสุดของการไหลเวียนเลือดระหว่างมดลูกกับรก
2.การสิ้นสุดของการผลิตฮอร์โมนจากรกซึ่งเป็นการหยุดการกระตุ้นให้หลอดเลือดขยาย
3.มีการเคลื่อนย้ายของน้ำนอกเส้นเลือดที่สะสมระหว่างการตั้งครรภ์ กลับเข้าเส้นเลือดทำให้น้ำในเซลล์มีปริมาณมากขึ้น
มดลูด Uterus
มดลูกอยู่ระดับสะดือ ต่อมาลดลง 1/2-1 ต่อ/day 10-12 วันจะคลำไม่พบ
-7 วันอยู่หัวเน่ากับสะดือ หนัก 500 กรัม
-2 สัปดาห์ อยู่ระดับหัวเหน่า คลำไม่พบ น้ำหนัก 300 กรัม
6 สัปดาห์หลังคลอดประมาณ 50 กรัม ขนาด 3
2
1 ซม. ถือว่าสิ้นสุด
น้ำคาวปลา Lochia
1.Lochia Rubra 1-3 วัน เป็นสีแดง ไม่เป็นก้อน ชุ่มผ้าอนามัย 80 cc
Lochia serosa 4-10 วัน สีน้ำตาลอ่อนหรือสีชมพู
3.Lochia 11-15 วันจะสีขาวหรือเหลืองและจางหายไป หมดใน 1เดือน
ฝีเย็บ
การฉีกขาด
First degree การฉีกขาดของผิวหนัง บริเวณฝีเย็บ และเยื่อบุช่องคลอดแต่ไม่ถึงชั้น fascia และชั้นกล้ามเน้ือ
-Second degree คือ มีการฉีกขาดของ fascia และชั้นกล้ามเน้ือแต่ไม่ถึงรูหูรูดของทวารหนัก
Third degree คือ second degree ท่ีมีการฉีก
ขาดของรูหูรูดของทวารหนัก ร่วมด้วย (anal sphincter)
-Fourth degree มีการฉีกขาดถึงบริเวณทวารหนกั (rectum) หรือเยอื่ บุลาไส้ใหญ่ส่วนล่างหรือท่อปัสสาวะร่วม ดว้ย
Old tear ไม่มีแผลเป็นรอยฉีกขาดจากครรภ์ก่อน แผลฝีเย็บไม่ควรอักเสบ ถ้าดูแลดีจะหายภายใน 5 วัน
ประจำเดือน
ฮอร์โมนจะลดลง 10-12 วัน เพิ่มขึ้น สัปดาห์ที่ 3 หลังคลอด
Breast feeding เลื่อนประจำเดือนและการตกไข่จะตกไข่ประมาณ 6เดือน เร็วประมาณ 3 เดือน
เต้านม
น้ำนม เกิดจาก alveolus กระตุ้นโดย hormone prolactin
นา
น้ำนมในช่วงแรก 1-2 วัน หรือ 2-3 วันจะเรีย กว่า Colostrum เป็นน้ำนมท่ีมีProteinสูง เกลือแร่สูง และIgAป้องกันโรค หลายอย่าง ช่วยขับขี้เทา 5-7 วัน จะเป็น Milk มาแทน
*
ประมาณ 3-4 วันหลังคลอด อุณหภูมิจะสูงขึ้นเนื่องจากเต้านมคัดตึง เรียกว่า มิลค์ ฟีเวอร์ Milk fever
อุณหภูมิ Temperature
-หลังคลอด 24 ชม.เพิ่มขึ้นไม่เกิน 38 C
*
ไข้เกินกว่า 24 ชั่วโมง มักเกิดจากการติดเชื้อ ใน2-10 วันหลังคลอด
ความดันโลหิต
ไม่เกิน130/90 mmHgและช่วงเช้าความดันต่ำกว่าช่วง บ่าย Diastolic Pressure อาจเพิ่ม 2.6 mmHg, Sistolic Pressure 1.7 mmHg แต่ ถ้าสูงมากกว่า140/90mmHgอาจเป็น Pre-eclampsia
ชีพจร
ชีพจรมักช้าลงอยู่ระหว่าง 60-70 ครัง/นาที หรือ บางครั้งอาจจะช้าถึง40-50ครั้ง/นาทีใน1-2วันแรกหลังคลอด
การหายใจ
อัตราการหายใจ16-24ครั้ง/นาที ในรายที่มีอัตราการหายใจเร็วอาจจะมีภาวะแทรกซ้อน ของหัวใจและปอดจึงต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ
ทางเดินปัสสาวะ
ความจุเพิ่มขึ้น หลอดไต กรวยไตขยาย จะกลับสู่สภาวะปกติ 2-3 Wk.
**
Bladder บวมแดง อาจมีเลือดออกใน Submucosa
ริดสีดวงทวารหนัก Bottom
เกิดริดสีดวงจากการที่ลำไส้ถูกเบียบและเคลื่อนไหวช้า ขณะตั้งครรภ์และคลอด
ระบบผิวหนัง Body condition
-ฝ้าใบหน้า -ลานนมเข้มขึ้น เส้นกลางหน้าท้อง Linea nigra เข้มขึ้น -ขับน้ำทางผิวหนัง เหงื่อออกท่วมตัว
หน้าท้อง Abdominal wall
รอยแตกผิวหนังเป็นรอยขวาง striae gravidarum จะจางแต่ไม่หายไป
การเปลี่ยนแปลงทางเดินอาหาร Bowel movement
-การรับประทานอาหารน้อยลง
*
เเต่เมื่อพักผ่อนเพียงพอจะมีความอยากรับประทานอาหารมากขึ้น
-มีอาการท้องผูกเนื่องจากกลัวการเบ่ง หลังจาก 2-3 วันจะกลับสู่สภาวะปกติ
ฮอร์โมน
ภายหลัง 24ชั่วโมงหลังคลอดฮอร์โมนจากรกจะ ลดลงอย่างรวดเร็วตรวจไม่พบฮอร์โมนHPL,HCS แต่HCGจะมีระดับต่ำ
ภายใน 3 ชั่วโมงหลังคลอดฮอร์โมนเอสโตรเจน จะลดลงเรื่อยๆและจะลดลงต่ำสุดในวันที่ 7 หลังคลอด
ประมาณ1สัปดาห์จะตรวจไม่พบโปรเจสเตอ โรนในซีรัม และจะผลิตใหม่อีกครั้งเมื่อมีการตกไข่ ครั้งแรก
เลือด
การปรับตัวระยะหลังคลอดสูญเสียเลือด มี 3 ประการ
Hct & Hb วันแรกหลังคลอดจะมีการเสียพลาสมามากกว่าเซลล์เม็ดเลือดแดง HCT จะเพิ่ม 3-7 วันหลังคลอด และปกติใน 4-5 สัปดาห์
เม็ดเลือดขาว 10-12 วันหลังคลอดจะอยู่ที่ 20,000-25,000 cell/cm3 เพื่อป้องกันติดเชื้อและส่งเริมการหายของแผล
องค์ประกอบการแข็งตัวของเลือดจะมีความเข้มข้นเพ่อช่วยควบคุมการเสียเลือดบริเวณแผลที่รกเกาะในโพรงมดลูก จะลดลง2-3 วัน ยกเว้น Coagulation factor I ยังเพิ่มในช่วง 7-10 วันหลังคลอด
ระยะหลังคลอด คือระยะหลังคลอดรก จนถึง 6-8 สัปดาห์
-ทันทีหลังคลอด puerperiumimmediateคือ 24 ชม.
-หลังคลอดต้น puerperiumearly 2-7 วัน
-หลังคลอดปลาย puerperiumlate 2-6 สัปดาห์
5.2การปรับตัวด้านจิตสังคมและบทบาทการเป็นมารดาหลังคลอด
การเปลี่ยนแปลงด้านจิตสังคม
Postpartum blue ช่วง2-3 วัน จะวิตกกังวล สับสน เก่ยวกับตนเอง นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร
มี 3ระยะ
ระยะที่มีพฤติกรรมพึ่งพา Taking-in phase ระยะน้ีอาจใช้เวลา 1-2วัน เป็นระยะที่มารดาหลังคลอดจะ มุ่งความสนใจไปท่ีตนเอง และต้อ งการพึ่งพาผู้อื่นสูง สนใจแต่ ความต้องการและ ความสุขสบายของตนเองมากกว่า ท่ีจะนึกถึง บุตร พฤติกรรมของมารดา อาจเฉื่อยชา
ระยะพฤติกรรมระหว่างพึ่งพาและไม่พึ่งพา(Taking-Hold Phase)ระยะน้ีใชเ้วลาประมาณ 3-10 วัน มารดามีประสบการณ์มากข้ึนมีการปรับตัวกับ ชีวิตใหม่ สนในตนเองน้อยลง และสนใจบุตรมากข้ึนมารดาจะพึ่งพาตนเองมากข้ึน
ระยะอิสระ (Interdependent phase หรือ Letting go phase) เกิดหลังวันที่ 10 ของการคลอดมารดาจะเริ่มมี ปฏิสัมพันธ์กับสังคมโดยในส่วนลึกของจิตใจยังห่วงใยบุตร มารดาต้องปรับตัว2 ประการ คือ (1) ตระหนักและยอมรับ ความจริงว่าทารกไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนเองอีก ต่อไปแล้วแต่แยกออกไปเป็นอีกบคุคลหนึ่ง
(2)ต้องทิ้งบทบาทเดิมที่เป็นอิสระไม่มีบุตรต้องค่อยห่วงระยะนี้มารดาอาจรู้สึกเสียใจหรือเครียดเล็กน้อยได้
5.3การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กระบวนการสร้างและหลั่งน้ำนม
ข้อดีของน้ำนมมารดา
ให้สารอาหารครบถ้วน และจะมีการปรับคุณค่าและคุณสมบัติได้ ตามวัย ของทารก โดยในช่วงแรกที่เป็น colostrums ใน 2-4 วันแรก จะมีประมาณ 10-40 ml/dayจะมี Protein, vitamin & immunoglobulin A (IgA) สูงมีน้ำตาลและไขมันต่ำใน Transitional Milkมี5-10วนั มีlactoseไขมนัและพลังงานสูง ในMatureMilk (มี ประมาณ 850 ml/day) ใช้เลี้ยงทารกจนกว่าจะหย่านมแต่ หลังจาก6เดือนไปแล้วน้ำนมจะลดลง
ประหยัด
สะดวกและ สะอาด ปลอดภัย
มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรค
ด้านจิตใจเป็นการช่วยสร้าง BondingAttachment
Breast feeding
ให้ดูดนมแม่เร็วที่สุด
1-2วันแรกให้ลูกดูดทุก 2ชั่วโมง(ใช้เวลา3-5นาที)ต่อไปให้นานขึ้น ประมาณ10-15นาทีหรือตามความต้องการของเด็กทุก3ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน3ชม)
ให้ดูดทั้ง 2 ข้าง
ห้ามให้นม นมผสม หรือน้ำ glucose
เช็ดหัวนมแล้วปล่อยเต้าให้เเห้ง หลังลูกดูด จึงใส่เสื้อยกทรง
วิธีการให้นมบุตร
ล้างมือ เช็ดทำความสะอาดเต้านม หัวนม ด้วยน้ำสะอาด
นั่งหรือนอนในท่าสบาย
ให้ลูกอมหัวนมลึกๆถึงAreolaเหงือกกดบริเวณAreolaจึงกระตุ้นให้มีการหลั่งHormoneProlactinและHormoneOxytocin กระตุ้น การสร้างและขับน้ำนม
ให้ลูกดูดบ่อยๆ อย่างน้อย ทุก 2-3 ชั่ว โมง ในวันแรกๆเพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำนมหรือดูตามอายุเด็กและน้ำหนัก
ในแต่ละมื้อให้ลูกดูดทั้งสองข้างโดยเริ่มดูด5นาทีต่อไป10นาที ต่อไป15นาทีในมื้อถัดไปให้ลูกเริ่มดูดจากข้างที่ค้างไว้ก่อนสลับกันไป
แม่ใช้นิ้วกดคางเบาๆหรือเขี่ยข้างมุม ปากเพื่อให้เด็กอ้าปากก่อนถอนหัวนม ออกจากปากลูกเพื่อป้องกันหัวนมถลอก
หลังให้นมควรทำความสะอาดเต้านม หัวนมและซับให้แห้งใสเ่สื้อยกทรงไว้
จับเด็กให้นั่ง หรืออุ้มพาดบ่าลูบหลังให้เรอ ป้องกันท้องอืดและสำรอก
อาการที่ต้องระวัง
หลังเกิด3วันปัสสาวะน้อยกว่า6ครั้ง/วัน
หลังเกิดวันที่3อุจจาระยังเป็นขี้เท้าอยู่
หลังเกิดวันที่4ถ่ายอุจจาระสีเหลืองน้อยกว่า3-4ครั้ง/วัน
ดูดนมแม่น้อยกว่า8ครั้ง/วัน
เด็กหิวตลอดร้องกวนไม่พัก กระวนกระวาย
เด็กหลับนานระหว่างมื้อนม(หลับนานเกิน4-6ชั่วโมง)
แม่มีน้ำนมแต่ขณะลูกดูดนม ไมได้ยินเสียง หรือไม่เห็นการกลืน ผ่านลำคอ
น้ำนมแม่ไม่มาหลังคลอดวันที่5(โดยทั่วไปถ้าได้เริ่มให้นมเร็ว และบ่อย น้ำ นมแมจะมาใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด)
เจ็บหัวนมขณะให้ลูกดูดนม
แม่มีนมคัดแข็งหลังให้นมแม่เต้านมไม่แฟบลง
น้ำหนักเพิ่มขึ้นน้อยกว่า15-30กรัม/วัน เมื่อน้ำนมมาเต็มที่แล้ว
น้ำหนักไม่เพิ่ม หรือ เท่ากับน้ำหนัก เมื่อ แรกเกิด ภายใน 10 วัน (ยกเว้นทารกน้ำหนักน้อย)
น้ำหนักลดมากกว่า 7% ของน้ำหนักแรกเกิดใน 3-4 วันแรก
การประคองเต้านม
1.C Hold Technique
U Hold Technique
V Hold Technique or Scissors Hold Technique
ท่าอุ้มลลูกดูดนม
ปัญหาที่พบและการแก้ไข
1"น้ำนมมารดามีน้อย น้ำนมไม่เพียงพอ
เกิดจากลูกดูดไม่ถูกวิธี
คำแนะนำ ให้ดูดนมแม่เร็วที่สุด ดูแลมารดาเวลาให้นมบุตร
2" น้ำนมมีาก
เกิดจากการสร้าน้ำนมปริมาณมากเกินความต้องการ
คำแนะนำ ให้แม่บีบน้ำนมออกบางส่วนแล้วค่อยให้ทารกดูด แนะนำให้มารดาห้นมข้างเดียวในแต่ละมื้อ
3"เต้านมคัด
เกิดจากมารดาให้ทารกดูดนมช้ามากเกินไป
คำแนะนำ ให้นำเด็กไปดูดนมเน็วๆ ใช้กระเป๋าผ้าประคยบเย็น นวดเต้านม ให้ยาแก้ปวด ห้ามปั้มนมออก
4"หัวนวแตก
เกิดจาก ทารกดูดไม่ถูกวิธี
คำแนะนำ ให้ลูกดูดข้างที่เจ็บน้อย บีบน้ำนมออกเล็กน้อย แล้วทารอบๆจะช่วยให้หายเร็วขึ้นถ้าแตกมากจะใช้หัวนวปลอมครอบ
5"หัวนมสั้น
เกิดจาก สรีระของมารดา
คำแนะนำ ก่อนที่จะนำทารกมาดูดนมแนะนำให้มารดาทาHoffman’s maneuverประมาณ3-5ครั้ง และดึงหัวนมขึ้นตรงๆ และเบา 3-5 ครั้ง
6"หัวนมบอดหรือบุ๋ม
เกิดจาก สภาพทางกายวิภาคของมารดา ที่เป็นอยู่เดิม
คำแนะนำ ช่วยเหลือมารดาในการเตรียมหัวนมตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์โดยแนะนำให้ Hoffman’s exercise
5.4 การส่งเสริมสุขภาพมารดาหลังคลอด
การดูแลวามสะอาดและการป้องกันการติดเชื้อ
การติดเชื้อท่ีแผลฝีเย็บและโพรงมดลูกและ
ปีกมดลูกใช้น้ำ เปล่า และสบู่ทำความสะอาดได้ การเช็ด จากหน้าไปหลัง ห้า มย้อนศร
-ก่อนทำความสะอาดควรล้างมือให้สะอาด
-ใส่ผ้าอนามัยจากหน้าไปหลังเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆอย่างน้อย ทุก 4ชม.
การอาบน้ำการอาบน้ำทุกวันอย่างน้อยวันละ2ครั้ง หรืออาจมากกว่า 2ครั้งก็ได้ การอาบก็ควรใช้วิธีตักหรืออาบน้ำจากฝักบัว ไม่ควรจะลงแช่ในแม่น้ำลำคลองหรืออ่างอาบน้ำเพราะจะทำให้น้ำสกปรกแทรกซึมเข้าไปในช่องคลอดทำให้ติดเชื้อต่างๆ ได้
มารดามาตรวจตามนัด
อากรผิดปกติที่ควรมาตรวจก่อนนัด
-น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น ออกมากกว่าวันละ 4 ผืน ชุ่มผ้าอนามัย
-ปวดมดลูกมากกว่าอยู่ รพ.
-แผลบวม เจ็บตึง มีเลือด/หนองใหลจากแผล
-ปัสสาวะแสบขัดมีกลิ่นเหม็น
-เต้านมแดงเป็นตุ่มหนอง
-ถ่ายอุจจาระลำบาก
-มีไข้ หนาวสั่น
การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอดและการวางแผนครอบครัว
งดการมีเพศสัมพันธ์ 4-6 สัปดาห์
การออกกำลังกาย 7ท่า ไม่หนุนหมอน
1.หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟ่บ
2.ยกศรีษะคางชิดอก
3.ยกแขนสลับกัน
4.ยกขาซ้ายขวาสลับกัน
5.กระดกน่องและเกร็งขา
6.ยกสะโพกและขมิบ
7.นอนคว่ำหมอนรองหน้าเองทำให้น้ำคาวปลาใหลดีขึ้น
การประเมินสภาพมารดาทารก 13 P
1.Background
2.Belief
3.Body condition
4.body temperature &blood pressure
5.Breast and lactation
6.Belly and Fundus
7.Bowel movement 8.Bladder
8.Bladder
9.Bleeding and lochia
10.Bottom
11.Bonding and attachmen
12.Blue
13.Baby
5.5 การส่งเสริมสัมพันธภาพมารดาทารกหลังคลอดและครอบครัว
BONDING & ATTACHMENT
1.สร้างสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกสัมผัสบุตรระยะ Sensitive Period
2.ให้อยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา
3.ให้มารดารู้สึกดีต่อทารก
Taking-in- Phase ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆความสุขสบาย
Taking-Hold Phase ช่วยเหลือที่จำเป็นให้กำลังใจ
Interdependent please 10 การประคองความรู้สึก ให้คำปรึกษาให้ความรู้
5.6 การพยาบาลมารดาหลังคลอดที่มีภาวะเบี่ยงเบนทางสุขภาพ
1.After pain
ปกติไม่เกิน 72 hr. แนะนำ kegel’Exercide
2.ริดสีดวงทวารอักเสบแช่ก้นด้วยน้ำอุ่น
3.ปัสสาวะลำบากหลังคลอด 8 hr.ควรถ่ายปัสสาวะได้เอง หรือขมิบก้น ไม่กลี้นปัสสาวะ
4.ท้องผูก รับประทานอาหารที่มีกากใย Early Ambulation