Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) - Coggle Diagram
โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis)
กลไกของการเกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
เชื่อกันว่าเกิดจากการที่มีนิ่วในถุงน้ำดีซึ่งมีขนาดเล็ก จึงทำให้หลุดผ่านท่อ cystic ออกจากถุงน้ำดีลงสู่ท่อรวมน้ำดี (common bile duct) และไปอุดตันท่อของตับอ่อนทำให้เกิดปฏิกิริยาจนทำให้ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน นิ่วก้อนใหญ่ ๆ มักไม่ค่อยทำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เนื่องจากนิ่วก้อนใหญ่จะไม่สามารถผ่านท่อ cystic ของถุงน้ำดีออกไปสู่ท่อรวมน้ำดีได้
สาเหตุหลักของโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่
การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากติดต่อกันนาน ส่วนใหญ่ดื่มมากกว่า 50 กรัมต่อวัน ไม่น้อยกว่า 5 ปี พบมากถึง 25 – 35%
นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone) พบมากถึง 40 – 70% มักเกิดจากนิ่วที่หลุดออกมาจากถุงน้ำดีและมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร
สาเหตุอื่น ๆ เช่น ระดับแคลเซียมในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ยาชนิดต่าง ๆ เนื้องอกตับอ่อน โรคตับอ่อนที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
อาการและสาเหตุ
มะเร็งตับอ่อนจัดเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงเนื่องจากตรวจพบได้ยากและอาการในระยะแรกไม่จำเพาะ ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียเบื่ออาหาร ตัวเหลือง หรือไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่พบจากการตรวจสุขภาพทั่วไปที่แพทย์เกิดข้อสงสัยจากผลการตรวจเลือด และแนะนำให้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
สำหรับสาเหตุของโรคนั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่งานวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสัตว์ในปริมาณสูงรวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคได้ เช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่มีถุงน้ำในตับอ่อน
อาการบอกโรค
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่
ปวดบริเวณกลางหน้าท้องรุนแรงและเฉียบพลัน
ปวดนานตั้งแต่ 10 นาทีจนถึงชั่วโมง
ปวดร้าวลงไปบริเวณกลางหลัง
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
มีไข้ ทั้งไข้สูงและต่ำ
กดแล้วเจ็บท้อง แต่ท้องไม่แข็ง
หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว
การตรวจวินิจฉัย
ซักประวัติ
ตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
ตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับ ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจระดับแคลเซียม ตรวจไตรกลีเซอไรด์
เจาะเลือดตรวจหาเอนไซม์อะไมเลส (Amylase) และไลเปส (Lipase) โดยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะพบเอนไซม์อะไมเลสที่มีค่าสูงขึ้นภายใน 6 – 12 ชั่วโมง ส่วนค่าของไลเปสในเลือดจะสูงขึ้นตั้งแต่วันแรกของการอักเสบ
การอัลตราซาวนด์ (Ultrasound)
ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (ERCP)
การป้องกันโรค
1.งดดื่มแอลกอฮอล์
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
หากมีนิ่วในถุงน้ำดีควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็วที่สุด
ประเภทของตับอักเสบเฉียบพลัน
โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.ตับอ่อนอักเสบบวมน้ำ (Interstitial Edematous Pancreatitis) พบมากในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โดยเนื้อตับอ่อนจะบวม มีการสะสมของสารน้ำรอบตับอ่อน
2.ตับอ่อนอักเสบที่มีเนื้อตาย (Necrotizing Pancreatitis) พบได้ประมาณ 5 – 10% โดยมีเนื้อตายของตับอ่อนจากการที่เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอและมีเนื้อตายรอบตับอ่อน ส่วนใหญ่จะเกิดร่วมกัน แต่อาจเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้แต่ค่อนข้างน้อย
การรักษาโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
1.การให้ยาแก้ปวดแบบที่ไม่ใช่มอร์ฟีน
2.การใส่สายยางเข้าเส้นเลือดดำเพื่อประเมินน้ำในร่างกาย
3.การผ่าตัดผ่านกล้องนิ่วในถุงนํ้าดี
การป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์จะต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด
ภาวะที่ตับอ่อนเกิดการอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน โดยเป็นการอักเสบที่บริเวณเซลล์ของตับอ่อน เกิดขึ้นจากการที่น้ำย่อยในตับอ่อนไหลผ่านท่อของตับอ่อนไม่ได้ ทำให้น้ำย่อยย่อยเนื้อเยื่อตับอ่อนแทนจึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้น
ความรุนแรง
1.ตับอ่อนอักเสบเล็กน้อย (Mild Acute Pancreatitis) ในกลุ่มนี้ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ (Local Complication) และภาวะแทรกซ้อนที่เป็นระบบ (Systemic Complication)
2.ตับอ่อนอักเสบรุนแรงปานกลาง (Moderately Severe Acute Pancreatitis) หมายถึง การมีภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ (Local Complication) และภาวะแทรกซ้อนที่เป็นระบบ (Systemic Complication) ที่มีภาวะการทำงานของอวัยวะล้มเหลว (Organ Failure) ที่มีอาการดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง
3.ตับอ่อนอักเสบรุนแรงมาก (Severe Acute Pancreatitis) หมายถึง การมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นระบบ (Systemic Complication) ที่มีภาวะการทำงานของอวัยวะล้มเหลว (Organ Failure) ที่มีอาการมากกว่า 48 ชั่วโมง