Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลในระยะที่ 2 ของการคลอด - Coggle Diagram
การพยาบาลในระยะที่ 2 ของการคลอด
การพยาบาลในระยะที่สองของการคลอด เป็นการพยาบาลผู้คลอด
ตั้งแต่ระยะปากมดลูกเปิดหมดจนกระทั่งทารกคลอด
Changes/Adaptations
Physiologic
Force แรงผลักดันทารก
1.1 Uterine contraction 2-3 min
1.2 การ
หดรัดตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลม
ทำให้ผู้คลอดรู้สึกอยากเบ่งในขณะที่มดลูกมีการหดรัดตัว แรงเบ่งนี้มีความสำคัญมากในการที่จะช่วยผลักตันทารกออกสู่ภายนอก
Baby flexion
การเปลี่ยนแปลงของทารก ระยะนี้ทารกจะอยู่ในลักษณะ
ก้มมากขึ้น
และเคลื่อนผ่านช่องเชิงกรานลงมาตามกลไกการคลอด
Pelvic & Perinuem
การเปลี่ยนแปลงของพื้นเชิงกรานและฝีเย็บ ทารกมีการเคลื่อนต่ำลงมาจะถ่างขยายช่องคลอด ทำให้เกิดการฉีกขาดของเยื่อบุช่องคลอดและมีเลือดออกเล็กน้อย
Symptoms & Signs ผู้คลอดมีอาการและอาการแสดง
1) รู้สึกอยากเบ่งหรืออยากถ่ายอุจจาระ
2) ฝีเย็บโป่งตึง หรือรูทวารหนักเปิด
3) มองเห็นส่วนนำของทารก
4) มีการแตกของน้ำทูนหัว (บางรายอาจแตกก่อนเข้าสู่ระยะที่สองของการคลอด)
5) มีมูกปนเลือดออกทางช่องคลอดเพิ่มมากขึ้น
Psychosocial
ระยะที่ 2 ของการคลอดผู้คลอดจะมีความเครียดมากขึ้น -> ผู้คลอดเหนื่อย อ่อนเพลียมีการรับรู้ความเจ็บปวดรุนแรงมากขึ้น
อาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเช่น ไม่ให้ความร่วมมือ ร้องเอะอะโวยวาย หรือใช้คำพูดที่หยาบคาย
Nursing Care
พยาบาลจึงต้องเข้าใจภาวะจิตสังคม และช่วยประคับประคองจิตใจของผู้คลอดโดยการยอมรับพฤติกรรมของผู้คลอด แสดงความเห็นใจ ให้กำลังใจ และดูแลอย่างใกล้ชิด
การทำคลอดปกติ
การเตรียมคลอด
Labor Room prep.
1.1 การเตรียมสถานที่ สถานที่หรือห้องคลอดจะต้องดูแลให้สะอาด
Tool prep.
1.2 การเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำคลอด ก่อนย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอดจะต้องเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำคลอดให้พร้อม
1.3 การเตรียมผู้คลอด
Body
จัดท่า ท่านอนหงายชันเข่า (dorsal recumbent)
ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก (scrub vulva)
Mind
บอกขั้นตอนการช่วยเหลือการคลอดให้ผู้คลอดเข้าใจ รวมทั้งให้กำลังใจและดูแลผู้คลอดอย่างใกล้ชิด
การช่วยเหลือการคลอด
2.1 การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
2.2 การปูผ้า
2.3 การเชียร์เบ่ง
2.4 การตัดฝีเย็บ (episiotomy)
การใช้กรรไกรตัดเนื้อเยื่อบริเวณปากช่องคลอดกว้างขึ้นสะดวกแก่การเคลื่อนผ่านของทารก
2.5 การทำคลอดศีรษะ
ภายหลังการตัดฝีเย็บ หรือผู้คลอดเบ่งจนศีรษะทารกโผล่ออกมาที่ปากช่องคลอดมองเห็นเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 cm
2.6 การทำคลอดไหล่
จะต้องตรวจดูว่ามีสายสะดือพันคอทารกหรือไม่ โดยการสอดนิ้วเข้าไปคลำบริเวณรอบคอทารก ถ้าพบว่ามีสายสะดือพันคอ 1 รอบและไม่แน่นจนเกินไป ให้ค่อย ๆ คลายออก
2.7 การทำคลอดลำตัว
เมื่อไหล่ทั้งสองคลอดออกมาแล้ว ให้ดึงทารกออกมาช้า ๆ ในแนวขนานกับช่องคลอด
2.8 การผูกและตัดสายละดือทารก
cord tope ผูกสายสะดือทารก 3 ตำแหน่ง
ตำแหน่งที่ 1 :
ผูกชิดกับบริเวณปากช่องคลอด
เพื่อประเมินการเลื่อนต่ำของสายสะดือ
ตำแหน่งที่ 2 ผูกห่างจากหน้าท้องทารกประมาณ 2 เซนติเมตร โดยต้องผูกให้แน่น 2 รอบ
เพื่อป้องกันเลือดไหลออกจากตัวทารกหลังจากตัดสายสะดือแล้ว
ตำแหน่งที่ 3
ผูกห่างจากตำแหน่งที่ 2 ประมาณ 3 - 4 cm
โดยผูก
เงื่อนตาย
ให้แน่น
ก่อนตัดสายสะดือ
จะต้อง
ผูกป้ายข้อมือทารก
ที่ผู้คลอดได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนทารก
ตัดสายสะดือ
ก่อนตัดสายสะดือผู้ทำคลอดจะต้องทำความสะอาดบริเวณที่จะตัด
คือ ระหว่างรอยผูกตำแหน่งที่ 2 และ 3 ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น alcohol 70%
2.9 การส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกในระยะหลังคลอดทันที
Mom & Baby Hugging
ระยะเวลาประมาณ 30-45 นาทีหลังคลอดทันที -> ส่งเสริมให้มารดาได้มีใอกาสสัมผัสและอุ้มทารกโดยเร็วที่สุด
บทบาทหน้าที่ของผู้ช่วยผู้ทำคลอด
ผู้ช่วยคลอดที่ช่วยดูแลให้การช่วยเหลือการ
คลอดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยจัดท่าผู้คลอด
เตรียมและดูแลเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการทำคลอด
ดูแลให้ผู้คลอดเบ่งอย่างถูกวิธีและให้กำลังใจ
วัดสัญญาณชีพผู้คลอดทุก 15 นาที (ยกเว้นอุณหภูมิ)
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 5 นาที
Fetal Heart Sound
ฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ทุก 15 นาที ในรายปกติ
ทุก 5 นาที ในรายที่ทารกเสี่ยงต่อ
ภาวะขาดออกซิเจน
ดูแลความสุขสบายทั่วไปของผู้คลอด เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า
สังเกตอาการของผู้คลอดและบันทึกรายงาน
รายงานหัวหน้าเวรกรณีที่มีภาวะผิดปกติเกิดขึ้น เช่น ผู้คลอดเจ็บปวดมาก ทุรนทุราย
มดลูกหดรัดตัวไม่ดี การคลอดไม่ก้าวหน้า
บันทึกเวลาการคลอด
เขียนและผูกป้ายข้อมือทารก
12. วัดความดันโลหิตภายหลังรกคลอดทันที
และฉีดยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ได้แก่
methergin หรือ syntocinon
13.นำทารกไปดูดนมมารดาบนเตียงคลอดเพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารก
ชั่งน้ำหนักทารก
Nursing Process ในระยะที่ 2 ของการคลอด
Assessment
1. การหดรัดตัวของมดลูก
โดยประเมินทุก 5 นาที
2. การเคลื่อนต่ำของส่วนนำ
โดยการตรวจภายในเพื่อประเมินระดับส่วนนำของทารก การสังเกตบริเวณผีเย็บ
3. แรงเบ่ง
โดยการประเมินลักษณะการเบ่งของผู้คลอดว่าถูกต้องหรือไม่
4. กระเพาะปัสสาวะ
- ประเมินว่ามีกระเพาะปัสสาวะเต็มหรือไม่
if กระเพาะปัสสาวะเต็ม
->
มดลูกหดรัดตัวไม่ดีและขัดขวางการเคลื่อนต่ำของส่วนนำทารก
5. สภาวะของทารกในครรภ์
โดยการ
ฟังเสียงหัวใจทารกทุก 15 นาที
เป็นอย่างน้อย ในรายที่มีภาวะ
ผิดปกติ ต้องฟังทุก 5 นาที
6. สัญญาณชีพ
โดยการ
จับชีพจร นับการหายใจ และวัดความดันโลหิตทุก 15 นาที
P > 90 bpm, BP < 90/60, R > 24 bpm -> มีการ
ตกเลือด
ในระยะคลอดและเกิด
ภาวะช็อค
ต้องรีบ
รายงานแพทย์และให้การช่วยเหลือทันที
สภาวะร่างกายของผู้คลอด โดยประเมินว่า ผู้คลอดมีภาวะอ่อนเพลีย หมดแรง ขาดน้ำ ขาดอาหารหรือไม่
สภาวะจิตใจของผู้คลอด Anxiety, Fear
Nursing Diagnosis
Pain
มีความเจ็บปวดรุนแรงจากการเจ็บครรภ์คลอดระยะที่ 2
Fatique
มีภาวะเหนื่อยอ่อนเพลียเนื่องจากการสูญเสียพลังงานจากการเบ่งคลอด
Infection
มีโอกาสเกิดการติดเชื้อในระยะคลอด
Bleeding
มีโอกาสเกิดการตกเลือดในระยะคลอด
⬇️ Uterine Contraction
มีโอกาสเกิดการคลอดยาวนานเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวน้อยและเบ่งไม่ถูกวิธี
Axiety
มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการคลอดบุตร
Other complications
ทารกมีโอกาสเกิดอันตรายหรือภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เนื่องจากการคลอด