Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 45 ปี, จากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเข้าไปทำลาย Villus cell…
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 45 ปี
CC : คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว อ่อนเพลีย
PI : 1 วันก่อนมารพ. อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ 10 กว่าครั้ง คาวเล็กน้อย
PH : U/D BBP,TB LN,
Dx : Acute gastroenteritis
Ultrasonography of the whole abdomen
Impression : Cirrhosis and large amount of ascites
Blood borne Pathogens (BBP)
ไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือด
เกาะที่ WBC ชนิด CD4
ที่ทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย
เชื้อ HIV เจาะเข้า WBC
HIV แตกตัวแบ่งตัวตาม WBC ที่แตก
เชื้อ HIV เข้ากระแสเลือดเกาะกับ WBC ตัวอื่น
1 more item...
จากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเข้าไปทำลาย Villus cell ของลำไส้เล็ก
ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเจอเชื้อที่เยื่อบุได้ตลอดทางเดินอาหาร
ทำให้เกิดการอักเสบของชั้น lamina propia จากการพบ plasma cells,lmphocytes และ macrophages มาแทรกอยู่ แต่ไม่ได้เป็นลักษณะจำเพาะพบได้จากการติดเชื้ออื่นๆ
การดูดซึมอาหารผิดปกติ
ทำให้เกิดภาวะท้องเสีย ถ่ายออกมเป็นน้ำจำนวนมาก
เกิดจากโปรโตซัวสร้างสาร Enterotoxin ออกมา ส่งผลต่อการสร้าง cyclic adenosine monophosphate ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น
ทำให้กระตุ้นการหลั่งสารและเกลือแร่ ออกมาเป็นจำนวนมาก
และพบว่ามีพิษต่อเซลล์ทำให้เซลล์ตายง่ายขึ้น ปัจจัยที่พบว่ามีผลต่อการควบคุมการก่อโรคจากเชื้อชนิดนี้ ได้แก่ gamma interferon' CD4+ lymphocytes
เกิดจากการมีการตายของเซลล์ตับ ทำให้เกิดพังผืด และแผลเป็น อุดกั้นการไหลเวียนเลือดในตับ
เซลล์ตับที่งอกใหม่มีลักษณะเป็นปุ่ม เป็นผลให้โครงสร้างและประสิทธิภาพของเซลล์ตับเปลี่ยนแปลง
เกิดความไม่สมดุลของสารน้ำและแร่ธาตุ ไม่สามารถเผาผลาญฮอร์โมนและกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ตับมากขึ้นหลอดเลือดในตับจึงหลั่งไนตริกออกไซด์ และกลูคากอน ทำให้เกิดการขยายตัวทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง
เป็นผลให้ความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลสูง
เกิดการย้อนกลับของเลือดในระบบทางเดินอาหารส่งผลให้แรงดันในหลอดเลือดฝอยสูงขึ้นมีการรั่วซึมของสารน้ำเข้าไปในช่องท้อง
เกิดภาวะท้องมาน
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 1
เสี่ยงภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากมีภาวะท้องมาน
กิจกรรมการพยาบาล
1 วัดและบันทึกสัญญาณชีพอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง สังเกตลักษณะการหายใจ อัตราการหายใจและวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว เพื่อติดตามประเมินภาวะพร่องออกซิเจน
2 สังเกตุอาการซึมลง อ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย อัตราการหายใจเร็ว ปลายมือ ปลายเท้าซีด ผิวหนังเย็น
capillary refill นานกว่า 2 วินาทีเพื่อติดตามภาวะพร่องออกซิเจน
3 ดูแลให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอโดย on oxygen cannula ให้ผู้ป่วย
4 จัดท่านอนศีรษะสูง 30 องศา เพื่อให้กระบังลมหย่อนตัวปอดขยายตัวได้เต็มที่ ส่งเสริมการระบายอากาศ
5 กระตุ้นให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกอย่างมีประสิทธิภาพ
6 ดูแลจัดสิ่งแวดล้อมให้สงบลดการรบกวนผู้ป่วยเพื่อส่งเสริมการพักผ่อนลดการใช้ออกซิเจนในการทำกิจกรรมต่างๆ
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 4
ไม่สุขสบายเนื่องจากปวดแน่นท้อง
กิจกรรมการพยาบาล
1 วัดและบันทึกสัญญาณชีพและประเมินความปวด Pain score ทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินติดตามอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย
2 ประเมินพฤติกรรมของผู้ป่วยที่อาจเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการปวดท้อง
3 ให้การพยาบาลที่นุ่มนวล แสดงท่าทีที่เป็นกันเอง เห็นอกเห็นใจผู้ป่วย ดูแลด้านจิตใจหรือพูดปลอบโยนให้กำลังใจเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
4 ดูแลให้ยา Mebeverine HCL วันละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น แก้ปวดลดการหดเกร็งทางเดินอาหาร ผลข้างเคียง ปวดศีรษะ มึนงง ซึม
5 ดูแลให้ยา Sodium bicarbonate 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น ช่วยลดอาการท้องอืด ผลข้างเคียงกระหายน้ำบ่อย
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 5
ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลงเนื่องจากอ่อนเพลีย
กิจกรรมการพยาบาล
1 ประเมินความสามารถทางกายเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการพยาบาล ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วย
2 ดูแลให้เปลี่ยนอิริยาบถ และมีกิจกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับประเมินอาการเหนื่อย และเพลียขณะมีกิจกรรม
3 ดูแลให้ได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอเพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย กระตุ้นให้บริหารร่างกายบนเตียง ได้แก่การบริหารข้อและการเกร็งกล้ามเนื้อ หากผู้ป่วยมีอาการ หน้ามืดใจสั่น ชีพจร เต้นเร็วให้หยุดพัก
4 แนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย โดยเริ่มจากลุกนั่งบนเตียงแล้วค่อยลุกนั่งข้างเตียง จะช่วยผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่า และยังช่วยผู้ป่วยทนต่ออาการเหนื่อยได้มากขึ้น
5 เปิดโอกาสให้ญาติมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย โดยให้ญาติคอยช่วยเหลือกิจกรรมที่ผู้ป่วยไม่สามารถสามารถกระทำได้ด้วยตนเอง
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 6
เสี่ยงได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเนื่องจากรับประทานอาหารได้น้อย
กิจกรรมการพยาบาล
1 กระตุ้นให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยง อาหารหวาน มัน เค็ม
2 จัดอาหารให้น่ารับประทานเพื่อกระตุ้นการอยากอาหาร
3 แนะนำการทำความสะอาดดูแลช่องปากและฟันเพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่องปาก
4 ประเมินอาการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง เช่น อาการกล้ามเนื้อแขนขาลีบ เยื่อบุตาซีด อาการบวมจาก albumin ในเลือดต่ำ
6 แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานไข่ขาวอย่างน้อยวันละ 6 ฟองเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย
7 ถ้าเบื่ออาหารโรงพยาบาลอาจให้ผู้ป่วยหรือญาตินำอาหารมาเองโดยไม่ขัดกับฉัน
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 3
มีภาวะไม่สมดุลของสารน้ำและอีเล็กโทรไลท์
กิจกรรมการพยาบาล
1 สังเกตุอาการและอาการแสดงของภาวะเสียสมดุลอีเล็กโทรไลท์ เช่น ซึม อ่อนเพลีย ชีพจรเบา ความดันโลหิตต่ำปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีสับสนชัก หรือหมดสติ
2 บันทึกปริมาณน้ำเข้า ออกในร่างกายเพื่อประเมินสมดุลอีเล็กโทรไลต์
3 ดูแลให้ยา Potassium chloride elixir เป็นยาทดแทนโพแทสเซียมคลอไรด์ รวมถึงการรักษาสมดุลของเหลวและอิเล็กโทรไลท์ภายในเซลล์ ผลข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย
4 ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ เพื่อติดตามความผิดปกติหากผิดปกติควรรีบรายงานแพทย์
รบกวนการทำงานและการไหลเวียนเลือดที่เข้าและออกจากตับ
ทำให้เลือดไหลเวียนผ่านตับได้ไม่ดีการทำงานของตับลดลง
เกร็ดเลือดถูกทำลายมากขึ้นและมีการสร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือดลดลงเกิดภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก
ในกรณีที่มีอาการเลือดออกไม่มากผู้ป่วยจะมีภาวะซีด
อาจเกิดภาวะ hepatic encephalopathy
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 2
มีภาวะซีดจากตับและม้ามทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
กิจกรรมการพยาบาล
1 วัดและบันทึกสัญญาณชีพของผู้ป่วยและสังเกตอาการซีดบริเวณเยื่อบุตา ปลายมือ ปลายเท้า
2 ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ โดยเฉพาะการหลับในช่วงกลางวัน งดการทำกิจกรรมต่างๆที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย
3 ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับเลือดตามแผนการรักษา
4 ดูแลให้ได้รับ Folic acid 5 mg 1 x 1 po pc
เป็นวิตามินบี รักษาการขาดกรดโฟลิก ผลข้างเคียง ปวดศีรษะ ท้องอืด เวียนศีรษะ
5 แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่นเลือด เครื่องในสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว เช่นบล็อคโครี่ ถั่วเขียว ผลไม้ เช่น มะละกอ มะม่วง