Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ผู้ป่วยชายไทย 83 ปี 🔍 - Coggle Diagram
ผู้ป่วยชายไทย 83 ปี 🔍
CC. ไข้ ไอ หอบเหนื่อย 2วันก่อนมาโรงพยาบาล:
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่3 การทำกิจกรรมลดลง เนื่องจากภาวะพร่องออกซิเจน
ข้อมูลสนับสนุน S:
O:มีอาการเหนื่อยหอบ O2 sat98 %
วัตถุประสงค์ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ
เกณฑ์การประเมินผล ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ
กิจกรรมการพยาบาล
1 ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้ป่วย โดยการพูดคุย สอบถามเพื่อประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมที่ผู้ป่วยทำได้
2ดูแลให้ออกซิเจนตามแผนการรักษาในขณะมีกิจกรรม และหลังมีกิจกรรมในกรณีที่มีอาการ เหนื่อยหอบหรืออาการหายใจลำบาก
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาขยายหลอดลม หรือ รับประ ทานยาในกลุ่ม Opioid ตามแผนการรักษา ของแพทย์ก่อนการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก เช่น อาบน้ำหรือรับประทานอาหาร
แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงภาวะที่ใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น เช่นอยู่ในที่มีอากาศร้อน หรือเย็นมาก เกินไป ภาวะเศรียดหรือวิตกกังวล ปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะเพิ่มความต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้หัวใจทำงานหนักมากยิ่งขึ้นและต้องการออกซิเจนมากขึ้น
แนะนำให้ผู้ป่วยวางแผนการมีกิจกรรมและการพักผ่อนในแต่ละวันจัดให้มีกิจกรรมหนัก สลับเบาหรือให้มีการพักระหว่างทำกิจกรรม การใช้เทคนิคสงวนพลังงาน จะทำให้ผู้ป่วยมีกิจกรรม ที่มากขึ้นโดยใช้พลังงานจำกัด ให้ความช่วยเหลือทั้งในขณะและภายหลังการมีกิจกรรม
กระตุ้นครอบครัวมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของผู้ป่วย สอนให้ผู้ป่วยและครอบครัวให้ ติดตามความก้าวหน้า หรืออาการเปลี่ยนแปลงของตนเอง ขณะมีกิจกรรม หรือหลังมีกิจกรรม และ ค่อยๆเพิ่มกิจกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กาประเมินผล
ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบลดลง
สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น
PI. 2วันก่อนมาโรงพยาบาล ไข้ ไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อย เพลีย กินไม่ได้
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่5 เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม เนื่องจากอ่อนเพลีย
ข้อมูลสนับสนุน S:-
O:
ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย
วัตถุประสงค์
🗞
ไม่มีอาการอ่อนเพลีย
เกณฑ์การประเมินผล
ไม่มีอาการอ่อนเพลีย
กิจกรรมการพยาบาล
🔖
1.ประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้ป่วย เช่น การทรงตัว การเคลื่อนไหว
2.ประเมินความพร้อมของผู้ป่วยในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน เช่น การพาผู้ป่วยไปอาบน้ำ/ เข้าห้องน้ำ
3.จัดท่านอน fowler position ยกไม้กั้นเดียงขึ้นทุกครั้ง และ ใส่เบรกล้อตลอดเวลา
4.ดูแลจัดสิ่งแวดล้อมในห้องผู้ป่วยให้เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเดิน มีแสงสว่างเพียงพอ ดูแลปรับระดับเตียงผู้ป่วยให้ต่ำสุดทุกครั้งหลังให้การพยาบาล และยกเหล็กกั้นเตียงขึ้นทุกครั้ง หลังให้การพยาบาล
ดูแลจัดของใช้ให้ใกล้มือ เพื่อผู้ป่วยหยิบใช้เองได้สะดวก
มีการสื่อสารระดับความเสี่ยงให้เวรต่อไปทราบ และลงบันทึกในเอกสารทางการพยาบาล
แนะนำผู้ป่วยไม่ให้ล็อคประตูห้องน้ำ ดูแลให้มีแสงสว่างตลอดทางเดินและไม่ทิ้งผู้ป่วยไว้เพียงลำพัง
ดูแลช่วยประคองเวลาลุกนั่ง ยืนหรือเดินในผู้ป่วยที่มีปัญหาการทรงตัว และแนะนำให้ค่อยๆเปลี่ยนท่าเพราะถ้าเปลี่ยนท่าเร็วอาจจะทำให้หน้ามืดได้
อธิบายผู้ป่วยให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้ม และตระหนักถึงอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม
การประเมินผล
ผู้ป่วยไม่มีอาการอ่อนเพลีย
1 more item...
Dx. pneumonia
โรคปอดอักเสบ
ผู้ป่วยเกิดการสำลักอาหาร
เกิดการอุดกั้นการระบายของเสมหะในระบบทางเดินหายใจ
ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปในเสมหะหรือเมือกในทางเดินหายใจส่วนต้นจะแพร่เข้าสู่ถุงลม
เมื่อเชื้อเข้าสู่ถุงลมจะมีการโบกพัดของ Cilia
แมกโครฟาจ จะทำลายเชื้อโรคที่อยู่ในถุงลมและซิเลียจะโบกปัดของการไอ เพือขับเชื้อออกทางเสมหะหรือกลืนลงกระเพาะอาหาร
ถ้าร่างกายไม่มีกลไกดังกล่าว ปอดจะมีการอักเสบ โดยมีการสร้างน้ำและน้ำเมือกเพิ่มขึ้น
1 more item...
ผลทางห้องปฏิบัติการ WBC = 11.12 /mm3
RBC 4.38 cell/mm3
HGB 11.8 g/dl
HTC 35.7 %
BUN 31 mg/dl
Bicarbonate 21mmol/l
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่2 เสี่ยงต่อการมีของเสียคั่งค้าง เนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่
ข้อมูลสนับสนุน S:-
O: BUN 31 mg/dl
Bicarbonate 21mmol/l
วัตถุประสงค์ ป้องกันการเกิดอันตรายจากของเสียคั้งค้างในร่างกาย
เกณฑ์การประเมินผล
BUN M:8.9-20.6
Bicarbonate 22.0-29.0
กิจกรรมการพยาบาล
💊
1.สังเกตอาการของของเสียคั่งในร่างกาย เช่น ปัสสาวะออกน้อย อ่อนเพลีย หายใจหอบ เบื่ออาหาร เพื่อประเมินความรุนแรงของของเสียคั่งในร่างกาย
เกณฑ์การประเมินผล
2 more items...
2.ประเมินและบันทึกสัญญาณชีพทุก4 ชั่วโมง
3.ดูแลให้ได้รับสารน้ำตามแผนการรักษา 0.9 NSS 1000ml IV rate 80/hr
4.บันทึกปัสสาวะที่ออกเป็นซีซีต่อชั่วโมง
5.ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการค่า BUN Bicarbonate
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่4 อ่อนเพลีย อ่อนแรงเนื่องจากภาวะซีด
ข้อมูลสนุบสนุน
O: RBC 4.38 cell/mm3
HGB 11.8 g/dl
HTC 35.7 %
อ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อย
วัตถุประสงค์
ไม่มีอาการอ่อนเพลียอ่อนแรงจากภาวะซีด
เกณฑ์การประเมินผล
RBC 1.50-6.0cell/mm3 HGB 13.0-18.0g/dl
HTC 40.0-54.0g %
ไม่มีอาการอ่อนเพลียอ่อนเพลีย กินอาหารได้เยอะขึ้น
เกณฑ์การประเมินผล
ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียลดลงรับประทานอาหารได้มากขึ้น
RBC 4.50-6.00 cell/mm3
HGB 13.0-18.0 g/dl
HTC 40.0-54.0 %
กิจกรรมการพยาบาล
🔖
1.ประเมินภาวะซีด เช่น เหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย อ่อนแรง
2.ประเมินและบันทึกสัญญาณชีพทุก4 ชั่วโมง
3.แนะนำการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ธาตุเหล็กสูง ได้แก่ มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล ถั่วแดง ถั่วชิกพี นม กรีกโยเกิร์ต ไข่ ธัญพืช ลูกเกด และผักใบเขียว
4.ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ ค่า RBC HGB HTC