Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7 กระบวนทัศน์หลักทางการพยาบาล, มโนทัศน์และทฤษฏีทางการพยาบาล - Coggle…
บทที่ 7 กระบวนทัศน์หลักทางการพยาบาล
มโนมติของคน (Man)
คน
1.2.1 อารมณ์และความรู้สึก
1.2.2 จิตวิญาณ (Spirit)
1.2.3 สติปัญญาหรือความคิด
1.3 สังคม
คนจะเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นด้วย บทบาทหน้าที่ ของตนที่มีต่อบุคคลอื่น แต่ละบุคคลอื่นอย่างไรนั้นขึ้นกับตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ในขณะนั้นเป็นสำคัญ
คนเป็นระบบเปิด
ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา
การรับและการให้เกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้านสังคมโดยมีความสัมพันธ์กัน
คนมีความต้องการพื้นฐาน
ร่างกาย จิตใจและสังคม
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์
3.1 ความต้องการทางด้านร่างการหรือสรีระ (Physical needs)
3.2 ความต้องการความปลอดภัย (Safety and security)
3.3 ความต้องการความรัก ความผูกพัน (Affiliation)
3.4 ความต้องการความภาคภูมิใจและความมีศักดิ์ศรี (Self-esteem)
3.5 ความต้องการความพอใจตนเอง (Self-actualization)
คนมีการพัฒนา
เกิดจนถึงวัยชรา
ลักษณะเฉพาะ
คนมีความต้องการภาวะสมดุลหรือภาวะปกติ
กระบวนการปรับตัว หรือกลไกการต่อสู้เพื่อสมดุล
5.1 ความต้องการดำรงภาวะสมดุล (Homeostasis)
5.2 ความต้องการสู่ภาวะสมดุล โดย กลไกการปรับสู่ภาวะสมดุล
คนมีลักษณะพื้นฐานร่วมกันแต่มีความเป็นปัจเจกบุคคล
ความเป็นปัจเจกบุคคล
ระดับการพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตสังคม และประสบการณ์ในชีวิต
คนมีสิทธิของตน
สิทธิในการคุ้มครองตามกฎหมาย
สิทธิในการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
คนมีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเอง
มโนทัศน์เพื่อฐานการพยาบาล
คน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการพยาบาล
มโนมติของสิ่งแวดล้อม
(Environment)
1.สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต เช่น ความร้อน แสง เสียง รังสี อากาศ ดิน น้ำ ลม
สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
สิ่งมีชีวิตต่างๆทั้งพืชและสัตว์
แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต ต้นพืชต่างๆ
สิ่งแวดล้อมทางเคมี
สารเคมีทุกชนิด รวามทั้งยา อาหาร
ซึ่งอาจมาจากสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
สิ่งแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ
สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่เป็นรูปธรรมที่สำคัญคือบุคคลที่มีความสำคัญซึ่งกันและกันมีบทบาทหน้าที่ต่อกัน
ครอบครัว
บุคคลในครอบครัวก็เป็นสิ่งแวดล้อมสิ่งกันและกัน
ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี กฎหมาย ศาสนา
อากาศบริสุทธมีส่วยช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
มโนมติสุขภาพ (Health
1.สุขภาพ
ไนติงเกล (Nightingale, 1860)
ภาวะที่ปราศจากโรคและสามารถใช้พละกำลังของตนเองได้เต็มที่
องค์การอนามัยโรค (WHO, 1947)
สภาวะที่สมบูรณ์ของร่างกาย จิตใจ และสามารถอยู่ในสังคมได้
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ในมาตราที่ 3 ทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ
ความเจ็บป่วย (illness)
สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ปกติทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
เป็นภาวะที่บุคคลมีสุขภาพไม่ดี
สุขภาพมีลักษณะเป็น พลวัตรต่อเนื่อง
ในขณะหนึ่งคนอาจอยู่ในสภาวะสมบูรณ์แข็งแรง แต่ก็อาจอยู่ในภาวะเจ็บป่วยได้ในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
บางคนอาจจะเจ็บป่วยตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต
มโนมติการพยาบาล(Nursing)
การพยาบาลเป็นการช่วยเหลือคน
เพื่อให้คนได้สามารถดำรงภาวะสุขภาพไว้/ช่วยให้กลับสู่ภาวะสุขภาพดีเมื่อเจ็บป่วย
คำว่ารักษาทางการพยาบาล คือ กิจกรรมที่พยาบาลปฏิบัติในขอบเขตของตนเองและหน้าที่ของตนในการช่วยเหลือด้านพฤติกรรมของบุคคลที่เปลี่ยนไปจากเดิม
การพยาบาลที่จะช่วยเหลือให้คนภาวะสุขภาพดี หรือปรับสู่ภาวะสุขภาพดี
2.1 การส่งเสริมสุขภาพ
ส่วนใหญ่เป็นการช่วยในการสร้างพฤติกรรมสุขภาพหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
2.2 การป้องกันโรค
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
2.2.1 การป้องกันระดับที่ 1 (primary prevention)
การกระทำที่เป็นการป้องกันโรคบางโรคเป็นการเฉพาะ
2.2.2 การป้องกันโรคระดับที่ 2 (secondary prevention)
ส่งเสริมการตรวจพบผู้ป่วยตั้งแต่โรคยังไม่ปรากฏอาการเพื่อให้สามารถให้การรักษาให้ทันท่วงที
2.2.3 การป้องกันระดับที่ 3 (tertiary prevention)
สอนให้รู้จักป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก
2.3 การดูแลรักษา
ความกลัววิตกกังวล
มุ่งเน้นการบำบัด
ศิลปะในการติดต่อสื่อสาร
2.4 การฟื้นฟูสภาพร่างกาย
กลับไป
เป็นผู้ให้กำลังใจ ให้ความหวัง ชื่นชมและยกย่องผู้ป่วย
การพยาบาลโดยการใช้กระบวนการพยาบาลในการช่วยเหลือผู้รับบริการ
กระบวนการจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อความต้องการของผู้รับบริการได้รับการตอบสนอง/แก้ไขปัญหาได้รับการแก้ปัญหา/ปัจจัยเสี่ยงได้รับการจัดการให้หมดสิ้นไป
การพยาบาลเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อสังคม
ถ้าขาดการพยาบาลที่คุณภาพ
อาจส่งผลให้คนไม่สามารถดำรงสุขภาพดีไว้ได้
กระบวนทัศน์หลักการพยาบาล
การพยาบาลมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของคน
มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือคนให้สามารถดำรงภาวะสมดุลหรือภาวะสุขภาพดีได้และช่วยเหลือคนที่มีภาวะเจ็บป่วยให้ปรับตัวสู่ภาวะสมดุล
การพยาบาลมีความครอบคลุมในทุกภาวะสุขภาพของคน
ความสำคัญของมโนมติพื้นฐานทางการพยาบาล
เป็นพื้นฐานของการพัฒนาศาสตร์ทางการพยาบาล
เป็นพื้นฐานของการวิจัยทางการพยาบาล
เป็นพื้นฐานทางการปฏิบัติทางการพยาบาล
เป็นพื้นฐานทางการจัดการศึกษาพยาบาล
การที่พยาบาลจะใช้บทบาทใดมากนั้นจะมีความแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนในฐานะของผู้บริการ
แนวคิดภาวะสุขภาพ การเจ็บป่วยและการพยาบาล
ภาวะสุขภาพจึงเป็นความต้องการสูงสุดของบุคคล สุขภาพดีจะช่วยให้การเจริญเติบโต พัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมเป็นไปได้ด้วยดี
บุคคลจึงต้องมีการเรียนรู้และดูแลตนเองเพื่อให้เกิดสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลาโดยการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและสร้างศักยภาพของบุคคลในการดูแลตนเอง
ความเจ็บป่วย (illness)
สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ปกติทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณซึ่งอาจเปลี่ยนใดด้านหนึ่งหรือหลายๆด้านรวมกัน
ความเจ็บป่วยอาจไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรคก็ได้
บุคคลที่การเจ็บป่วยไม่ว่าทางด้านใดด้านหนึ่งจะมีผลกระทบด้านอื่นๆตามมา
คนส่วนมากมักจะเกิดความบกพร่องทางสุขภาพบ้างไม่มากก็น้อยแต่หากบุคคลนั้นยอมรับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ก็ถือได้ว่ามีสุขภาพที่ดี
มโนทัศน์และทฤษฏีทางการพยาบาล
ทฤษฏีทางการพยาบาล ( Nursing Theory )
หมายถึง สาระความมรู้ของวิชาชีพพยาบาล ซึ่งมุ่งอธิบายธรรมชาติของคน สิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อบุคคล ภาวะสุขภาพ ความเจ็บป่วยของบุคคล โดยมีเป้าหมายของการพยาบาลและ
กิจกรรมการพยาบาล(Fitzpatrick & Whall , 1989 )
กระบวนทัศน์ ( Paradigm )
หมายถึง กรอบการมองหรือเค้าโครงแนวคิด หรือแบบอุดมคติหรือปรัชญาที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มวิชาชีพซึ่งจะให้ข้อตกลงเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ วิจัย และสร้างความเข้าใจในศาสตร์นั้นเป็นแนวเดียวกัน
MetaparadigM
หมายถึง กรอบหรือขอบเขต หรือโครงสร้างทางความคิดหรือมโนมติในภาพรวมกว้างๆของศาสตร์สาขาต่างๆ ซึ่งจะประกอบด้วยมโนทัศน์ของศาสตร์สาขานั้นๆ รวมทั้งมีการกำหนดลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์เหล่านั้นด้วย
กระบวนทัศน์ทางการพยาบาลประกอบด้วยมโนทัศน์หลักเเกี่ยวกับ
Health
Environment
Nursing
Person
กรอบแนวคิด
(ConCeptual fraMework / Model )
หมายถึง กลุ่มของมโนทัศน์ที่สัมพันธ์กัน เป็นภาพรวมของปรากฎการณ์หรือความจริงที่ช่วยให้เห็นจุดเน้นของความคิดเปรียบเสมือนร่มโดยภายใต้ร่มประกอบด้วยทฤษฏีต่างๆ และครอบคลุมกับปรากฏการณ์อย่างกว้างขวาง และมีความเป็นนามธรรมสูง
ลักษณะพื้นฐานของทฤษฏี
สามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์ให้เข้าใจปรากฏการณ์ที่เฉพาะได้
จะต้องแสดงลำดับของเหตุผลตามหลักตรรกะวิทยา
ควรจะง่ายแก่การสรุปอ้างอิ้งได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุม
ให้สมมติฐานที่สามารถทอสอบได้
สามารถนำไปให้ในการปรับปรุงปฎิบัติได้
ทฤษฏีที่น่าเชื่อถือจะต้องสอดคล้องกับทฤษฏีอื่นที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
การจำแนกทฤษฏีตามลักษณะที่เอาไปใช้
ทฤษฏีเชิงนิรนัย (Deductive nursing theories)
ทฤษฏีการพยาบาลของคิง ทฤษฏีการพยาบาลของรอย ทฤษฏีการพยาบาลของนิวแมน ทฤษฏ๊การพยาบาลของไลนิงเจอร์
ทฤษฏีการพยาบาลของวัตสัน
ทฤษฏีเชิงอุปนัย(Inductive nursing theories)
เป็นการพัฒนาทฤษฏีที่เกิดจากการปฏิบัติการพยาบาลมาประมาณเพื่อสรุปทฤษฏี
การจำแนกทฤษฏีตามระดับความเป็นนามธรรม
ทฤษฏีอภิทฤษฏี (Meta – theory) มีเป้าหมายที่กระบวน การสร้างทฤษฏีจะมีจุดเน้นที่การสร้างคำถามเชิงปรัชญา
ทฤษฏีระดับปฏิบัติ (Practice theory) สามารถทดสอบได้ง่ายและนำไปใช้ในการปฏิบัติพยาบาล
ทฤษฏีระดับกว้าง (Grand theory) มีความเป็นนามธรรมสูงแต่สามารถนำไปเป็นแนวปฏิบัติและแนวทางสร้างความรู้ เช่น การดูตนของโอเรม ทฤษฏีการปรับตัวของรอย ทฤษฏีการดูแลเอื้ออาทรของวัตสัน
ทฤษฏีระดับกลาง (Middle Rang theory) เกิดจากการศึกษาวิจัยสามารถนำไปใช้อ้างอิงและขยายต่อได้ เช่น ทฤษฏีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์
ประโยชน์ของทฤษฏีต่อการปฏิบัติทางการพยาบาล
เป็นแนวทางในการนำกระบวนการทางพยาบาล มาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาล
แสดงถึงความเป็นเอกสิทธิ์ในวิชาชีพการพยาบาล (Autonomy)
วิวัฒนาทฤษฏีทางการพยาบาล
Florence Nightingale เป็นบุคคลแรกที่พยายามสร้างศาสตร์การพยาบาลและการเตรียมพยาบาลอย่างมีรูปแบบชัดเจน
Technical arts
Nursing Sciences
Nursing properties
พัฒนาการทฤษฏีทางการพยาบาล
ระยะก่อนปี ค.ศ. 1960
พัฒนาพื้นฐานของทฤษฏีจากแนวคิดจิตวิทยา สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์
ค.ศ.1950 Environmental Theory : Nightingale
ค.ศ.1952 Interpersonal Relations in Nursing : Hildegard Peplau
ค.ศ.1955 Principles and Practice of Nursing : Virginia
Henderson
ระยะปีค.ศ. 1960-1970
ค.ศ. 1961 Jean Orlando สร้างทฤษฏีชื่อ Nursing Process Theory เน้นการปฏิบัติการพยาบาล
ค.ศ. 1964 Lindia Hall สร้างทฤษฏีชื่อ Core Care and Cure Theory เน้นปฏฺิกิริยาระหว่างร่างกาย และ โรค
ค.ศ. 1970 Martha E. Rogers สร้างทฤษฏีชื่อ Science of Unitary Human Being
ระยะปี ค.ศ. 1971-1980
ค.ศ.1971 Dorothea E. Orem สร้างทฤษฏีชื่อ Self - care Theory
ค.ศ.1974 Sister Callista Roy สร้างทฤษฏีชื่อ Roy’s Adaptation model
ค.ศ.1978 Madeleine Leininger สร้างทฤษฏีชื่อ Transcultural nursing Theory
ค.ศ.1978 Jean Watson สร้างทฤษฏีชื่อ Transpersonal Caring
ค.ศ.1980 Betty Neuman สร้างทฤษฏีชื่อ System Model
ระยะปี ค.ศ. 1981 – ปัจจุบัน
ระยะแรก เน้นที่การนำทฤษฎีต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วมาทดลองปฏิบัติ/พิสูจน์ข้อเท็จจริงตามสมมุติฐาน
ระยะหลัง เน้นพัฒนาทฤษฏีขึ้นมาใหม่ พัฒนาระบบสารสนเทศทางการพยาบาล เพื่อเผยแพร่ความรู้