Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่6 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาของตา หู คอ จมูก ปาก - Coggle Diagram
บทที่6 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาของตา หู คอ จมูก ปาก
ตา
เลือดออกในช่องหน้าลูกตา (Hypema)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: เลือดออกในช่องม่านตา มักเกิดจากแรงกระแทกบริเวณตาโดยตรง
ประเมินภาวะสุขภาพ
ตรวจร่างกาย : มีเลือดออกในช่องม่านตา
ซักประวัติ : ตามัว ปวดตา
การรักษา
: นอนพักแบบ absolute bed rest ศีรษะสูง30 องศา ปิด eye shield ครอบตาไม่ปิดeyepad
การใช้ยา
:ให้ 1% Atropine หยอดตา 3-4 ครังต่อวัน ถ้าความดันลูกตาสูง 20 มิลลิเมตรปรอท ให้ 0.5% Timolo1 2 เวลาต่อวัน ลดการสร้างน้ําในลูกตา
ปัญหาและการพยาบาล
: ปวดตาเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ = ดูแลให้ยาลดความดันลูกตา
ต้อเนื้อ (Pterygium)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: เยื่อบุตาเสื่อม กลายเป็นเนื้อสีแดงรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าสู่ตาดํา เกิดจากแสงอัลตราไวโอเลต สิ่งระคายเคืองตา เช่น ลม ฝุ่น พบมากในกรรมกร เกษตรกร
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
: ให้ประวัติตามัว ปวดตา พบเนื้อสีแดงรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าลูกตา
การรักษา
: ผ่าตัด กรณีมองเห็นลดลง
การใช้ยา
: ยาหยอดและยาป้าย
ปัญหาและการพยาบาล
: เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากตามัว = สวมแว่นตาป้องกันแสงแดด ฝุ่นละออง
ต้อกระจก (Cataract)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
ตั้งแต่กำเนิด จากมารดาเป็นหัดเยอรมัน ใน6สัปดาห์ของการตั้งครรภ์
อุบัติเหตุ
ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน ต้อหิน ม่านตาอักเสบเรื้อรัง หลังผ่าตัดตา
ยาบางชนิดและแสงแดดจัด ๆ
เสื่อมสภาพตามอายุ
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
ซักประวัติ : ตามัวมากขึ้นตอนกลางวันหรือที่แสงสว่างมาก กลางคืนมองเห็นชัดขึ้น เห็นแสงไฟเป้นสีรุ้งกระจายรอบดวงไฟ
ตรวจร่างกาย : เลนส์ตาขุ่น องเห็นลดลง
ตรวจพิเศษ : ประเมินการทำงานของประสาทตาด้วยเลเซอร์
การรักษา
ผ่าตัดเอาต้อกระจกออกแล้วฝั่งเลนส์แก้วตาตาเทียมในลูกตา
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
ติดเชื้อในลูกตา
เลือดออกในช่องตา
เกิดต้อกระจกซ้ำ
จอประสาทตาหหลุดลอก
ปัญหาและการพยาบาล
วิตกกังวล เนื่องจากขาดความรู้เรื่องการปฏิบัติ : ให้ข้อมูลการเตรียมตัว เลี่ยงการนอนตะแคงด้านผ่าตัด
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในช่องหน้าตาจากการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดที่ไม่ถูกต้อง : ไม่สะบัดหน้าแรงๆ ถ้าไอให้หายใจเข้าลึกๆ อ้าปากกว้าง
เสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในลูกตาเนื่องจากปฏิบัติตัวไม่ถูกตัว : นอนหยายให้ผู้อื่นสระ แนะนำเรื่องการเช็ดตาอย่างสะอาด
ต้อหิน (Glaucoma)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: เส้นประสาทกดทับจากการคั่งของน้ำภายในลูกตา ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เส้นใยประสาทตาถูกทำลาย ทำให้สูญเสียการมองเห็น ตาบอด
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
: ปวดตามาก ตาแดง ลานสายตาแคบ ตามัวอย่างรวดเร็ว มองเห็นสี้งรอบดวงไฟตอนกลางคืน ปวดหัว คลื่นไส้ ตรวจร่างกายพบ กระจกตาขุ่นมัว รูม่านตาขยาย ความดันลูกตาสูง จอประสาทตาถูกทำลาย
การรักษา
ลดความดันลูกตา ลดการสร้างน้ำในลูกตาและระบายน้ำออกจากลูกตา
รักษาด้วยเลเซอร์ (Trabeculoplasty) โดยทำทางระบายน้ำให้ใหม่ ทำรูเปิด ของม่านตาเพื่อเปิดทางระบายที่อุดตัน
ผ่าตัดลดการสร้าง aqueous humor
ปัญหาและการพยาบาล
เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บจอประสาทตาเนื่องจากความดดันลูกตาสูง : ให้ยาลดความดัน หรือเพิ่มการระบายของน้ำออกจากลูกตา
เสี่ยงต่อภาวะช่องม่านตาตื้นภายหลังผ่าตัด : ปิดตาข้างที่่ผ่าตัดแบบ moderate pressure
การใช้ยา
: ให้ยาลดความดันลูกตา
กระจกตาอักเสบ (Keratitis)
สาเหตุ
: แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส เชื้อTreponemapallidum โรคหลอดเลือด ขาดวิตามินเอ โรคประสาทสมองคู่ที่5 ตาแห้ง
พยาธิสรีรภาพ
: บริเวณที่อักเสบบวม มีหนอง เนื้อเื่อกระจกตาตายและหลุดเป็นแผลกระจกตา
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : ปวดตา น้ําตาไหล
ตรวจร่างกาย : วัดสายตา ตรวจตาด้วยไฟฉายหรือslit lamp ดูการอักเสบลุกลามไปยังกระจกตา และมีหนองที่ช่องม่านตาหรือไม่
ใช้ fluorescein 2% หยดลงในช่องระหว่างเปลือกตาล่างด้านในกับเยื่อบุตาขาว ถ้ามีการถลอกหรือแผลที่กระจกตาจะติดสีเขียว
การรักษา
กําจัดสาเหตุ เช่น ผงติดกระจกตาถุงน้ํําตาอักเสบ
จี้ขอบแผลไม่ให้ลุกลาม
ใช้เยื่อบุตาเทียม กรณีแผลลึก กว้าง
คลุมหรือเย็บเปลือกตา กรณีกระจกตาทะลุและม่านตาอุดปาก
หากเกิดแผลเป็นของกระจกตาทึบมาก จะผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา
ถ้าการอักเสบลุกลามจะผ่าตัดควักลูกตาออก
การใช้ยา
หยอดตาด้วยยา chloramphenicol, neomycin, polymycin หรือ sulphacetamide ทุก 1-2 ชั่วโมง
อักเสบรุนแรง แผลลึก หรือม่านตาอักเสบต้องหยอดยาขยายม่านตา
แผลเกิดจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา ให้หยอดยาต้านเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา
ใช้ยาสเตียรอยด์หยอดตา กรณีไวต่อสารหรือการอักเสบจากการแพ้
จมูก
ผนังกั้นจมูกคด (Deviated Nasal Septum)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
กระแทกจากอุบัติเหตุบริเวณจมูก
จมูกถูกกดกับกระดูกเชิงกรานมารดาตอนคลอด
มีการแตกหักของจมูก จนทำให้กระดูกคดงอผิดรูป
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ: แน่น คัดจมูก หายใจไม่สะดวก นอนกรน ปวดศีรษะ มีน้ำหนองไหลและเวียนศีรษะร่วมด้วย
การรักษา
: ผ่าตัด Septoplasty หรือ Sub Mucous Resection (SMR)
การใช้ยา
: ให้ยาลดอาการกัดแน่นจมูก ยาแก้ปวด SEPTOPLASTY
ปัญหาและการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะ hypovolemic shock
ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดและห้ามเลือด ใส่สำลีหรือ packing กดห้ามเลือดไว้อย่างน้อย 10 นาที
ใช้เครื่องพ่นความชื้น
ห้ามแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรงๆ
ริดสีดวงจมูก (Nasal polyp)
สาเหตุและสรีรภาพ
การอักเสบเรื้อรัง
มีเนื้องอกของเยื่อบุจมูกและโพรงอากาศข้างจมูก
ภูมิแพ้หรือได้รับการระคายเคืองเป็นเวลานานๆ
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ: คัน จาม กัดจมูก น้ำมูกไหล กัดแน่นจมูก ไอ ระคายคอหายใจทางปาก สูญเสียการรับกลิ่นรับรส
ตรวจร่างกาย: พบก้อนสีขาว เทา หรือเหลือง ผิวเรียบเป็นมัน อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง มีขั้วออกจากผนังด้านข้างของโพรงจมูก
การรักษา
: ผ่าตัด Nasal Polypectomy
การใช้ยา
ให้ยา prednisolone หลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ นาน 5-7 วัน
ให้ยากลุ่ม steroid พ่นจมูกนาน 3 เดือน
ปัญหาและการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะการพร่องของสารน้ำและสารอาหารและการเสียเลือดออกทางช่องจมูก : v/s ทุก 4 ชั่วโมง ถ้าแรงดันโลหิตลดลงและอัตราชีพจร เพิ่มขึ้นแสดงถึงภาวะสูญเสียเลือด ตรวจสอบ hemoglobin และ hematocrit เพื่อประเมินภาวะสูญเสียเลือด
เกิดภาวะการหายใจที่ไม่มีประสิทธิภาพ : v/s ทุก 4 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ และกลั้วคอด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ
เกิดความไม่สุขสบายจากความเจ็บปวดในการผ่าตัดช่องจมูก : ให้ได้รับยาแก้ปวด หลีกเลี่ยงยา Aspirin หรือกลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่ steroid
เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการมีของเหลวค้างในช่องจมูก : สังเกตการมี discharge ไหลออกมามากขึ้น สี กลิ่นผิดปกติ แผลบวม ปวดแผล
การมองเห็นเปลี่ยนไปเนื่องจากการผ่าตัดบริเวณจมูก : สังเกตความผิดปกติของการมองเห็น เช่น เห็นภาพซ้อนตาบวมแดง สู้แสงไม่ได้ จาการผ่าตัดทำให้กระทบกระเทือน Optic nerve
มะเร็งในช่องจมูกและไซนัส
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: ได้รับสารที่ระคายเคือง พบในคนทำงานโรงงานอุตสาหกรรมที่มีฝุ่นละอองและสิ่งระคายเคือง
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ: คัดจมูกข้างที่เป็น มีเลือดกำเดาออกบ่อยๆ หรือมีหนองไหล ฟันโยกหลุด ปวดฟันมาก แก้มบวมมากแก้มและฟันบนชา อ้าปากไม่ขึ้น ขากรรไกรแข็ง รับประทานอาหารไม่ได้
ตรวจร่างกาย : ตรวจตาพบลูกตาถูกดันออกมาและเห็นภาพซ้อน
ตรวจพิเศษ : CT scan
การรักษา
ผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษา โดยการตัด maxillarv sinus
ควักลูกตาออก
ปัญหาและการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะการพร่องของสารน้ำและสารอาหาร : ตรวจการมีเลือดออกจากช่องจมูก ดูเลือดซึมที่แผล การมีเลือดไหลลงคอ ให้ยาป้องกันการอาเจียน ไม่ควรไอ จามแรงๆ หรือไอ จามแบบเปิดปาก เลี่ยงการออกกำลังกาย ยกของหนัก งดใช้ฟันปลอม
เกิดภาวะการหายใจที่ไม่มีประสิทธิภาพ : จัดท่านอนศีรษะสูง 40-45 องศา หลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง และประคบร้อน
เกิดความไม่สุขสบายจากความเจ็บปวดในการผ่าตัดช่องจมูก : ประคบเย็นบริเวณจมูกภายใน 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการมีของเหลวค้างในช่องจมูก : ให้ผู้ป่วยบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ
คอ
มะเร็งในช่องปาก
สาเหตุและพญาธิสภาพ
: พบได้ทุกบริเวณของช่องปาก สาเหตุจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และการระคายเคือง
ประเมินภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ: มีแผลเรื้อรังหรือมีก้อนที่อวัยวะในช่องปาก ปวด ชา เจ็บกราม กลืนลำบาก อ่อนเพลีย
ตรวจร่างกาย: ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต พบก้อนเนื้อที่อวัยวะในช่องปากและมีเลือดออกที่ก้อนเนื้อ
ตรวจพิเศษ : ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ
การรักษา
: ผ่าตัด , รังสีรักษา , เคมีบำบัด , จี้ด้วยความเย็นจัด
ปัญหาและการพยาบาล
ขาดสารอาหารเนื่องจากกลืนลำบาก/งดสารอาหารและน้ำทางปากหลังผ่าตัด : จัดหาอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น อาหารอ่อน ระมัดระวังการให้อาหารที่มากหรือเร็วเกิน อาจเกิดภาวะ dumping syndrome
แผล flap อาจหายช้าเนื่องจากขาดเลือดมาเลี้ยง : สังเกตลักษณะของแผล flap ทุก 2 ชม. หลังผ่าตัด เป็นเวลา 2-3 วัน และต่อมาทุ 4 ชม. ดูแลไม่ให้มีการกดทับแผล flap โดยให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูง 15-45 องศา ลดบวมบริเวณคอและใบหน้ ไม่นอนทับข้างที่มีแผล ดูดน้ำลาย เลือด น้ำเหลือ ภายในช่องปากออกบ่อยๆ
ปวดเนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับอันตรายจากการผ่าตัด : ให้ยาแก้ปวด ดูแลไม่ให้ท่อระบายให้มีการระบายปกติ ดูดน้ำลายด้วยแรงดันต่ำๆ
ขาดความรู้เกี่ยวกับโรค การรักษา การดูแลตนเองก่อนและหลังผ่าตัด และขณะได้รับรังสีรักษา : อธิบายเกี่ยวกับโรค การรักษา การผ่าตัด ลักษณะแผล
มะเร็งกล่องเสียง
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: สาเหตุจากการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ สัมผัสฝุ่นละอองหรือสารเคมีที่ระคายเคืองต่อเยื่อบุกล่องเสียง ฝุ่นละออง หรือจากการอักเสบบ่อยๆ เมื่อกล่องเสียงระคายเคืองมีผลให้เสียงแหบ เมื่อก้อนมะเร็งใหญ่ขึ้นจะทำให้กลืนลำบาก มีกลิ่นปาก หายใจลำบาก
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ: สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีอาชีพที่สัมผัสกับสิ่งระคายเคืองกล่องเสียง ใช้เสียงบ่อย กล่องเสียงอักเสบบ่อยเจ็บคอ แน่นในคอ กลืนลำบาก เสียงแหบ น้ำหนักลด
ตรวจร่างกาย: ต่อมน้ำเหลืองโต ต่อมชัยรอยด์ตึงโป้ง กดเจ็บบริเวณกล่องเสียง คลำบริเวณโคนลิ้นได้ก้อนแข็ง
ปัญหาและการพยาบาล
วิตกกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด : อธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัด เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามข้อสงสัย
การหายใจอาจไม่มีประสิทธิภาพจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจ : ตรวจสอบระดับความรู้สึก ประเมินความสามารถในการหายใจทางท่อเจาะคอ ดูดเสมหะ ใน48 ชั่วโมงแรก จัดท่านอนศีรษะสูง 30-40 องศา กระตุ้นให้ผู้ป่วยหายใจเข้าออกลึกๆ และไออย่างถูกวิธี
เสี่ยงต่อภาวะตกเลือดหลังผ่าตัด : ประเมินการทำงานของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด สังเกตลักษณะของเลือดและจำนวนเลือดที่ออกจากแผล
แผลหายช้าเนื่องจากการติดเชื้อของแผลผ่าตัด : เปลี่ยนก๊อซปิดแผลตามความจำเป็น ให้ผู้ป่วยกลั้วปากและคอด้วยน้ำยาบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อ
มีภาพลักษณ์ในทางลบเนื่องจากไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ถึงความต้องการของตนเองได้ : ให้การช่วยเหลือและให้กำลังใจ หาวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมให้ผู้ป่วย เช่น การเขียน การใช้ท่าทาง
ไม่สามารถกลับไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติจากการสูญเสียภาพลักษณ์ : ให้คำแนะนำในการดูแลท่อเจาะคอ
หู
หูชั้นนอกอักเสบ (External Otitis)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
: เกิดจากการติดเชื้อรา แบคทีเรีย การแคะหู และมักเกิดซ้ำๆในคนเป็นเบาหวาน เริ่มจากมีตุ่มแดง ต่อมาเป็นตุ่มหนองซึ่งจะแตกและมีหนองไหลออกมา
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : เจ็บหู หูอื้อ มีหนองไหลจากหู มีไข้ ปวดมากเมื่อขยับขากรรไกร
ตรวจร่างกาย : ช่องหูบวมแดง อาจบวมจนไม่เห็นเยื่อแก้วหู มีน้ำหรือหนองไหล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณหลังหูโต
ตรวจทาง้องปฏิบัติการ : ผล CBC มีภาวะติดเชื่อ ผล fasting blood sugar อาจพบนำตาลในเลือดสูง
การรักษา
: ผ่าระบายหนองออก
การใช้ยา
: สำลีเช็ดทำความสะอาดหู หยอดยาและให้ยาปฏิชีวนะ
ปัญหาและการพยาบาล
ปวดหู : ให้ยาแก้ปวด
บกพร่องในการได้ยิน :ใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดหู หยอดหูด้วยยาปฏิชีวนะ แนะนำให้ทานยาให้ครบ
ขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของหู : ไม่แคะหรือปั่นหู
หูน้ำหนวก (Otitis media)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
การอุดตันของ Eustachian tube เช่น เนื้องอก มะเร็งช่องคอโพรงจมูก
การติดเชื้อทางเดินหานใจส่วนต้น ทำให้เยื่อบุ Eustachian tube บวม หรือความดันในช่องหูเปลี่ยนแปลง
มักพบในเด็ก ทำให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลาง
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนบ่อย หูอื้อ หนองไหลออกจากหู เป็นๆหายๆ มีเสียงในหู ปวดหู มีไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน
ตรวจร่างกาย : เยื่อแก้วหูบวม แดง กดเจ็บบริเวณรอบหู มีหนองในหูชั้นกลาง บางรายมีเยื่อแก้วหูทะลุ ใบหน้าอัมพาต
ตรวจพิเศษ : ภาพรังสี พบเงาทึบของน้ำในช่องหู การได้ยินเสียไปแบบการนำเสียงเสีย conductive hearing looss
การรักษา
: ผ่าตัดเยื่อแก้วหู (Myringotomy)
การใช้ยา
การอักเสบของหูชั้นกลางจากโรคภูมิแพ้ ได้รับยา antihistamine และ decongestant ยาลดไข้ ยา steroid
การอักเสบของหูชั้นกลางบ่อยๆ จะได้รับยาชนิดรับประทาน เช่น amoxicillin, ampicillin, erythromycin, sulfonamide ยาฆ่าเชื้อชนิดหยอดหู
ให้ยาแก้ปวด ในรายที่ปวดหูมาก
ปัญหาและการพยาบาล
ปวดหูจากการที่มีของเหลวค้างอยู่ในหูชันกลาง : ให้ยาระงับอาการปวด
เกิดการติดเชื้อของหูชั้นกลางซ้ำอีก : ระวังไม่ให้น้ำเข้าหู ห้ามแคะหู เมื่อมีน้ำหรือหนองไหลออกมาให้ใช้ลำลี สะอาดเช็ดล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนที่จะเช็รักษาความสะอาดปาก
วิตกกังวลเนื่องจากขาดความรู้ในการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด : แนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวเพื่อการผ่าตัด
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดไม่ถูกต้อง : แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนหรืออาหารเหลว และให้เคี้ยวด้านตรงข้ามกับด้านที่ผ่าตัดเคี้ยวด้านตรงข้ามกับด้านที่ผ่าตัด
เสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากการทรงตัวไม่ดี : แนะนำให้ผู้ป่วยนอนพัก ระวังการเกิดอุบัติเหตุเมื่อลุกนั่งหรือเดิน
ขาดความรู้ในการปฏิบัติเมื่อกลับไปอยู่บ้าน : อย่าแคะหรือปั่น รับประทานหรือหยอดยาตามแพทย์สั่ง
แก้วหูทะลุ (Rupture tympanic membrane)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
ติดเชื้อในหูชั้นกลางและกระดูก mastoid
ได้รับความกระทบกระเทือนทำให้มีการแตกของกระดูก temporal
เสียงดังมากๆ หรือใช้ของมีคมแคะหู
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : ประวัติแคะหู สิ่งแปลกปลอมเข้าหู ถูกตบหู มีการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่หู ปวดในช่องหู มีเสียงดังในหู อาจมีเลือดออกจากหู เคยเป็นหวัดบ่อย มีหูอื้อ ฟังเสียงไม่ชัด เคยมีน้ำไหลออกจากช่องหู เป็นๆ หายๆ
ตรวจร่างกาย : ใช้เครื่องส่องหู (Otoscope) พบมีการฉีกขาดของเยื่อแก้วหู มีก้อนเลือดหรือตำแหน่งที่มีเลือดออก
การรักษา
เยื่อแก้วหูที่ฉีกขาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร จะปิดได้เอง ขนาดใหญ่จะผ่าตัด ปะเยื่อแก้วหู (Myringoplasty)
การใช้ยา
เยื่อแก้วหูทะลุจากการติดเชื้อ ให้ยาปฏิชีวนะรับประทานและหยอดหู
ปัญหาและการพยาบาล
มีความบกพร่องของการได้ยิน : ระยะแรกหลังผ่าตัดปะเยื่อแก้วหู แนะนำผู้ป่วยห้ามไอ สั่งน้ำมูกหรือจามแรงๆ เลี่ยงการได้ยินเสียงที่ดังมาก ให้ยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวด ระวังการเกิดอุบัติเหตุ
เสี่ยงต่อการติดเชื้อของหูชั้นกลาง : แนะนำผู้ป่วยไม่ให้หยอดยาใดๆ เข้าไปในหู ไม้ให้น้ำเข้าหูและไม่ต้องล้างหู
เนื้องอกที่หู (Masses or Tumor of external ear)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
มักเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (benign type) บางรายพบเป็นชนิดร้ายแรงได้ (malignant cell) โดยมากพบบริเวณ ใบหู โดยเฉพาะในผู้ชายสูงอายุ
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : ได้ยินลดลง มีเสียงดังในหู (T innitus) ชาที่ใบหน้า เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน
ตรวจร่างกาย : ทรงตัวไม่ได้ ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว corneal reflex ลดลง สูญเสียการได้ยินชนิดประสาทนำเสียงบกพร่อง
การรักษา
follow up ในผู้สูงอายุ
ฉายรังสี
ผ่าตัด แต่มีผลกระทบต่อแขนงของเส้นประสาทคู่ที่ 8 ทำให้สูญเสียการได้ยินถาวรได้ รวมทั้งทำให้เกิด cerebrospinal fluid leak, meningitis และ cerebral edema ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้
กระดูกหูงอกที่ฐานและกระดูกโกลน (Otosclerosis)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกหูตั้งแต่วัยเด็ก พบในผู้หญิงมาก จากกรรมพันธุ์ 40-50% ทำให้การนำเสียงเข้าสู่หูชั้นในไม่ได้ ทำให้การได้ยินลดลงเรื่อยๆ
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : การได้ยินลดลง แต่จะได้ยินมากดีเมื่อเสียงดังมากๆ
ตรวจร่างกาย : ใช้ส้อมเสียง พบการนำเสียงทางกระดูกดีกว่าการนำเสียงทางอากาศ ใช้ Rinne test ถ้าได้ยินบริเวณหลังหูได้ดีกว่า หน้าหูแสดงว่าการนำเสียงผ่านกระดูกดีกว่าการนำเสียงทางอากาศ
ตรวจพิเศษ: ใช้เครื่องมือตรวจการฟัง (Audiometer) พบการเปลี่ยนแปลงของกราฟการนำเสียงผ่านอากาศ ในขณะที่กราฟแสดงการนำเสียงผ่านกระดูกปกติ
การรักษา
ผ่าตัดตกแต่งกระดูกหู (Stapedectomy ในรายที่ไม่ได้ผ่าตัดจะใช้เครื่องช่วยฟัง
ปัญหาและการพยาบาล
ขาดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนขณะได้รับการรักษา : หลังผ่าตัดผู้ป่วยควรนอนทับแผลผ่าตัด เมื่อไม่มีอาการเวียนศีรษะและเลือดออก ให้ลุกนั่งได้ หลังผ่าตัดควรให้อาหารอ่อน เคี้ยวอาหารด้านตรงข้ามข้างที่ผ่าตัด ไม่ให้น้ำเข้าหูหรือก้มมากๆ ห้ามขึ้นเครื่องบิน งดกิจกรรมที่ออกแรงมากๆ 2 สัปดาห์
ความผิดปกติในการได้ยิน
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
เกิดจากโรคของหูชั้นใน หรือจากการผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ทำให้หูตึง สูญเสียการได้ยินจากหูชั้นใน อาจเป็นแต่กำเนิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์
หูชั้นในอักเสบ การได้รับความกระทบกระเทือน จากการประกอบอาชีพซึ่งได้รับเสียงดังมากๆ
การเปลี่ยนแปลงของ auditory nerve ในผู้สูงอายุ
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : การได้ยินค่อยๆ ลดลง ได้ยินจะดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงดังมากๆ หูอื้อ เวียนศีรษะ ไม่มีอาการปวด
ตรวจร่างกาย : เยื่อแก้วหูปกติ อาจพบมีการบวมแดงของหูชั้นกลางและเยื่อแก้วหู การนำเสียงทางกระดูกดีกว่าการนำเสียงทางอากาศ
ตรวจพิเศษ: พบการเปลี่ยนแปลงของกราฟการนำเสียงผ่านอากาศ ในขณะที่กราฟแสดงการนำเสียงผ่านกระดูกปกติ
ปัญหาและการพยาบาล
เกิดความบกพร่องของการได้ยิน : แนะนำการใช้เครื่องช่วยฟัง
ขี้หูอุดตัน (Cerumen impaction or impacted cerumen)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
ภาวะการอุดตันเป็นสาเหตุของ อาการปวดหูได้ รู้สึกหูอื้อ และรับฟังเสียงได้ลดลง พบมากในผู้สูงอายุ
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : หูอื้อ ปวดหู กันในช่องหู ประวัติเยื่อแก้วหูทะลุ มีการติดเชื้อของช่องหูชั้นนอก
ตรวจร่างกาย : พบขี้หูอุดตัน
ตรวจพิเศษ : ผลการตรวจ Audiogram พบการได้ยินลดลง
การรักษา
นำขี้หูออกโดยการล้างใช้เครื่องดูดแรงดันต่ำมากๆ เพื่อป้องกันเยื่อแก้วหูทะลุ
ในผู้ป่วยเบาหวาน ต้องใช้น้ำยาที่สะอาดปราศจากเชื้อ
ถ้ามีขี้หูอุดตันไม่มาก ใช้เครื่องมือช่วยในการนำออก
ปัญหาและการพยาบาล
ความสามารถในการรับฟังเสียงบกพร่อง : ตรวจการได้ยิน (Audiometry) ตรวจเยื่อแก้วหู (Tympanometry) ที่อาจเป็นผลมาจากการอุดตันของช่องหู ใช้คำพูดที่ชัดเจน ไม่ควรตะโกน
เกิดภาวะเนื้อเยื่อบริเวณบาดแผลไม่ประสานกันเนื่องมาจากแรงกดจากเนื้อเยื่อที่ตายไป : สอนวิธีล้างหูและหยอดยา ทำความสะอาด ไม่ทำให้ช่องหูถลอกเป็นแผลจากการแคะขี้ เช็ดทำความสะอาดเพื่อป้องกันการทำลายผิวหนังในช่องหู
สิ่งแปลกปลอมเข้าหู (Foreign bodies of external ear canal)
สาเหตุและพยาธิสรีรภาพ
แมลง วัตถุเล็กๆ หรือน้ำเข้าไปในหู ถ้าแมลงยังไม่ตาย จะบินชนแก้วหูทำให้ปวดและรำคาญอย่างมาก
ประเมิณภาวะสุขภาพ
ซักประวัติ : หูอื้อ ปวดหู มีเสียงแมลงดิ้นในหู
ตรวจร่างกาย : ในเด็กจะเห็นว่าเอามือมาจับใบหูบ่อยๆ ตรวจหูจะพบสิ่งแปลกปลอมในช่องหู
การรักษา
แมลงเข้าหูให้ใช้น้ำหยอดเข้าไปในหู แมลงจะลอยออกมากับน้ำ ถ้าเป็นแมลงที่กัด ควรใช้แอลกอฮอล์ 70% หยอดลงไปฆ่าให้แมลงตายเสียก่อนแล้วคีบออก
ถ้าน้ำเข้าหูให้หยอดน้ำเข้าไปในหูอีก แล้วดึงใบหูไปข้างหลังหรือกดดิ่งหน้าหู เพื่อให้น้ำที่ใส่เข้าไปใหม่ไปรวมกับน้ำที่ด้างอยู่ แล้วตะแคงหูเทน้ำออก
วัตถุเล็กๆ เข้าหูให้ใช้ ear forceps คีบออก