Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด (Transient tachypnea of the newborn:…
ภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด (Transient
tachypnea of the newborn: TTNB)
หมายถึงภาวะที่มีการหายใจเร็วในระยะแรกเกิดที่ปรากฎอาการภายหลังคลอดทันทีหรือภายใน 6 ชั่วโมงหลังคลอดเกิดจากมีน้ำเหลืออยู่ในปอดมากกว่าปกติทำให้ใช้เวลาดูดซึมออกจากปอดนานขึ้นจึงทำให้ทารก็มีอาการหายใจลำบาก
พยาธิสภาพ
สารน้ำเข้าไปสะสมอยู่ในถุงลม
ปอดและเนื้อเยื่อนอกถุงลมปอด
หลอดลมทารกตีบแคบอย่างรุนแรง
เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจมีผลทำให้ถูก
กับอากาศและปอดมีการขยายตัวมากขึ้น
ขาดออกซิเจนจากการที่ถุงลมกำซาบ แต่
มีการระบายก๊ซออกไม่ เพียงพอ
คาร์บอนไตออกไซด์ในเลือดสูง
หายใจลำบาก
อาการและอาการแสดง
1.ลักษณะอาการที่สำคัญคืออาหารหายใจเร็ว (tachypnea) มี อัตราการหายใจมากกว่า 60 ครั้ง / นาที
2.ตรวจเอ็กซ์เรย์ปอดจะพบว่ามีน้ำในปอดและเยื่อหุ้มปอด
3.ตรวจค่าก๊าซในเลือดจะพบว่ามีกรดเกินจากการหายใจrespiratory acidosis ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์เกิดเล็กน้อย
4.ภาพรังสีปอดอาจพบฝ้าขาวในระยะแรก แต่จะหายไปอย่างรวดเร็ว
5.ตรวจร่างกายพบว่ามีผิวสีคสำหายใจมีการดีงรั้งของผนังทรวงอก
สาเหตุ
ทารกไม่สามารถขับน้ำภายในปอดออกมาได้หมด
การหายใจในระยะแรกเกิดไม่มีประสิทธิภาพ
ขณะอยู่ในครรภ์มารตา ปอดของทารกเต็มไปด้วยน้ำ
ไม่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด
กระบวนการขจัดน้ำออกจากปอดถูกรบกวน
เกิดการคลอดโดยที่ยังไม่มีกระบวนการคลอดเกิดขึ้น
ทำให้น้ำคงเหลืออยู่ในปอดทารก
ทารกหายใจอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
เกิดภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิดได้
การคลอดก่อนกำหนด
การพยาบาล
3) ในระยะหลังคลอด 2 ชั่วโมงให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีอาการหายใจเร็วชั่วคราวในระยะแรกเกิดโดยเฉพาะลักษณะการหายใจและระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (02 saturations) ควรติดตามอย่างต่อเนื่อง
4.ในรายที่พบว่ามีอาการหายใจเร็วชั่วคราวเกิดขึ้นควรมีการให้ออกซิเจนที่มีระดับความเข้มข้นตั้งแต่40% ขึ้นไปตามแผนการรักษาและเป็นออกซิเจนที่ผ่านความชื้นนิยมให้ O2 canularหรือ 02 box2เพื่อช่วยส่งเสริมการดูดกลับของสารน้ำในปอดสิ่งเสริมการปรับตัวของระบบหายใจและระบบไหลเวียน
2) ให้การดูแลเพื่อส่งเสริมการหายใจของทารกแรกเกิดโดยใช้ลูกสูบยางดูดเสมหะในปากและจมูกในระยะแรกคลอดก่อนการกระตุ้นให้ทารกร้องไห้และให้การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะอุณหภูมิกายต่ำโดยให้การพยาบาลด้วย radiant warmer รีบเช็ดตัวให้แห้งและห่อตัวทารกให้อบอุ่นซึ่งช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบหายใจได้
5) ในรายที่มีอาการรุนแรง (อัตราการหายใจมากกว่า80 ครั้ง / นาที) ควรให้งดดูดนมและให้สารละลายทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา
1.ก่อนการคลอดลำตัวทารกทำการดูดเสมหะในทางเดินหายใจด้วยลูกสูบยางให้ทางเดินหายใจโล่งเพื่อช่วยส่งเสริมการหายใจครั้งแรกของทารดแรกเกิด
6) เมื่อทำการสังเกตอาการครบ 2 ชั่วโมงร่วมกับให้การดูแลแบบประคับประคองแล้วอาการไม่ดีขึ้นควรรายงานแพทย์เพื่อพิจารณาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษเพื่อประกอบการวินิจฉัยภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในระยะแรกเกิดและให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจตามแผนการรักษา
เกณฑ์วินิจฉัย
1.การตรวจ chest X-ray พบน้ำคั่งบริเวณปอดและเยื่อหุ้มปอด
2.เริ่มมีอาการหายใจเร็วภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมงหลังคลอด
ไม่มีสาเหตุความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจมาก่อนโดยทั่วไปแล้วภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิดจะคงอยู่ประมาณ 48-72ชั่วโมงหากมีอาการนานมากกว่านี้มักมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นและกลายเป็นกลุ่มอาการหายใจลำบาก (respiratory distress syndrome:RDS)
4.อาการหายใจเร็วคงอยู่นานอย่างน้อย 12 ชั่วโมง-ไม่สามารถดูดนมได้
นางสาวจันทิมา ศิรินพกร รหัสนักศึกษา622801012