Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หน่วยที่ 2 การกำหนดโจทย์และสมมติฐานการวิจัย การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร …
หน่วยที่ 2
การกำหนดโจทย์และสมมติฐานการวิจัย
การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
2.1 พื้นฐานแนวคิดทำให้การตอบโจทย์การวิจัยมีคุณค่าที่สมดุล
2.1.1 ความรู้เกี่ยวกับการสร้างแนวคิดในการออกแบบโครงสร้างการวิจัย
แนวคิดในการวิจัยของการออกแบบเชิงโครงสร้างที่เน้นระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา
1 ความจริง
1.2 ความจริงเป็นความถูกต้องของข้อเท็จจริง
1.3 มนุษย์ ต้องสอบแสวงหาความจริงตลอดเวลาในการดำรงชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่
1.1 ความจริงอยู่เบื้องหลังความเป็นจริง
2 ความเป็นจริง
2.1 ความจริงที่สมมุติหรือความจริงสมมุติ
2.2 สัจจะความจริงเอามาตีความ เป็นความเป็นจริง
ข้อเท็จจริงคือสิ่งที่ปรากฏในประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ขึ้นอยู่กับการตีความจึงมักเป็นปรากฏการณ์และเหตุการณ์ที่เป็นจริงของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์
การเข้าถึงความเป็นจริงมีแนวคิดดังนี้
1 แนวคิดการเข้าถึงความเป็นจริง
1.1 แนวทางเหตุผลนิยม
1.2 แนวทางประสบการณ์นิยมประจักษ์นิยม
2 การแสวงหาความเป็นจริงที่เป็นระเบียบวิธีทางการวิจัยกับวิธีการทางปรัชญา มีรากฐานของ
1 การตั้งข้อสงสัย
2 การหาแบบจำลอง
เป้าหมายในการแสวงหาความรู้และความเป็นจริง
2 แนวคิดปรากฏการณ์นิยม
3 แนวคิดโครงสร้างนิยม
3.1 ให้ความสนใจในโครงสร้าง
3.2 อธิบายแบบแผนพฤติกรรมของมนุษย์ที่อยู่ในระบบเดียวกัน
1 แนวคิดปฏิฐานนิยม
1.2 การสั่งสมความรู้
1.3 เกณฑ์ในการกำหนดคุณภาพความรู้
1.1 เป้าหมายการแสวงหาความรู้เป็นการทำนาย
4 แนวคิดหลังสมัยใหม่
5 แนวคิดปฏิบัตินิยม
2.1.2 มุมมองปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหัวข้อในการวิจัยที่เหมาะสม
ความเข้าใจองค์ประกอบการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเพื่อกำหนดโจทย์การวิจัย
1 พื้นฐานการส่งเสริมการเกษตรมีรากฐานมาจากทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
2 องค์ประกอบของการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเพื่อกำหนดตัวแปรในการวิจัยการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
2.2 เนื้องานผลงาน
2.3 ปัจจัยที่สำคัญของความสำเร็จ
2.3.1 กระบวนการที่ทำให้เกิดการช่วยตนเองได้
2.3.2 กระบวนการที่ทำให้เกิดการพัฒนาการพึ่งตนเองได้
2.1 ปัจจัยนำเข้า
2.4 ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ 2.4.1 ผลได้ 2.4.2 ผลลัพธ์ 2.4.3 ผลกระทบ
ความเข้าใจกรอบของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อกำหนดโจทย์การวิจัย
4 ปัญหานวัตกรรมก้าวกระโดดเปลี่ยนรูปแบบ
5 ปัญหา การนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทำให้ไทยมีความจำเป็นอย่างมากในการเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจนโยบายการคลังให้สู่ยุคใหม่ให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืนระยะยาว
3 ปัญหาโลกยุคสภาวะปกติใหม่
6 ปัญหามีแรงผลักดันทางเทคโนโลยีปัญหานวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตในประเทศไทยที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผลิตไม่ครบวงจร
2 ปัญหาไทยพึ่งพาการส่งออกร้อยละ 70
7 ปัญหาในห้วงเวลาที่กำหนดความต้องการกลุ่มเป้าหมายเน้นหนักคนรุ่นใหม่ในการให้การศึกษาเพื่อส่งเสริม จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ให้เอเชียเป็นผู้นำของโลกด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
1 ปัญหาสภาวะปกติใหม่
8 ปัญหามีการใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้นนำไปสู่การเสื่อมโทรมของทรัพยากรและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
คุณสมบัติที่สำคัญของนักวิจัยที่ทำให้เกิดการตอบโจทย์การวิจัยอย่างมีคุณภาพ
2 การคำนึงถึงคุณค่างานวิจัย
3 การพอกพูนความสามารถส่วนตัวในการวิจัยด้วยการปลูกฝังอุปนิสัยที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการวิจัย
1 คุณลักษณะ
2.2 การดำเนินการตามกระบวนการพื้นฐานของการขับเคลื่อนหลักในการกำหนดโจทย์ในการวิจัย
2.2.2 กระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยเพื่อให้เห็นทิศทางและแนวทางการตอบโจทย์
การกำหนดความสำคัญของปัญหาในการวิจัย
2 ความสำคัญของโครงการ
3 ที่มาและเหตุผลของการวิจัย
1 พื้นฐานคือมีประเด็นปัญหาในการวิจัย
การตั้งคำถามในการวิจัย
2 คำถามวิจัยที่ต้องการคำตอบจากการวิจัยที่นักวิจัยต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้
3 การได้มาของคำตอบของคำถามในการวิจัยที่ต้องการคำตอบนั้น
1 เป็นสิ่งที่นักวิจัยต้องการรู้และค้นหาคำตอบ
การกำหนดจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ในการวิจัย
2.2.3 การออกแบบโครงสร้างของข้อมูลการกำหนดกรอบความคิดและสมมติฐาน
2.2.1 แนวคิดในการตอบโจทย์เงื่อนไขพื้นฐานสำคัญเพื่อให้เกิดการขับขับเคลื่อนหลัก
เงื่อนไขการตอบโจทย์ให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาด้วยการกำหนดประเด็นปัญหาในการวิจัยให้เหมาะสมและถูกต้อง
2 ประเด็นปัญหาในการวิจัยที่เกิดจากปรากฏการณ์
3 การกำหนดประเด็นปัญหาในการวิจัยที่แน่ชัดเพื่อสร้างประโยชน์ทำให้เกิดการตอบโจทย์มีคุณลักษณะของการแก้ปัญหาถูกจุด
1 ต้องคำนึงถึงสภาวะเหตุการณ์ในปัจจุบันว่ามีอะไรน่าสนใจ
4 การประเมินค่าปัญหาในการวิจัย
พื้นฐานสำคัญบางอย่างในการวิจัยของแนวทางในการตอบโจทย์ของกระบวนการขับเคลื่อนหลัก
1 กำหนดโจทย์การวิจัยให้ถูก ปรากฏการณ์จำแนกได้ 2 ประเภท
1 ปรากฏการณ์ทางกายภาพ
2 ปรากฏการณ์ทางสังคม
2 กลเม็ดที่สำคัญในการตอบโจทย์ด้วยคำถามในการวิจัยและประเด็นปัญหาหลักเพื่อการค้นหาสาเหตุของการตอบโจทย์การวิจัยที่เหมาะสม
2.2 การให้ความน่าเชื่อถือความเข้มงวดที่เทียบได้กับความตรงและความเที่ยง
2.3 ปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการ
2.1 การหาความจริงที่แตกต่างกันระหว่างระเบียบวิธีทางการวิจัยกับวิธีการทางปรัชญา
ประเด็นสำคัญของแนวคิดได้แก่
1.1 กลุ่มเป้าหมาย ในการวิจัย
1.2 ภาพอนาคตที่พึงปรารถนาตามวิสัยทัศน์
1.3 แนวคิดทางวิชาการที่ทันสมัย
การเลือกและกำหนดหัวข้อในการวิจัย
คุณลักษณะที่สำคัญของหัวข้อในการวิจัย
3 มีความเป็นไปได้ในการทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะ
1 ความพร้อมความสามารถในการประยุกต์ทฤษฎีแนวคิด และข้อค้นพบให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2 มีความเสี่ยงไม่สูงเกินกว่าจะแก้ไขได้
3 ความอยากรู้อยากเห็นของผู้วิจัย
4 การปรึกษากับผู้รู้หรือผู้ชี้ทาง
2 เป็นหัวข้อที่ไม่ซ้ำกับงานวิจัยที่ทำมาก่อน
5 ความสำเร็จตามหัวข้อการวิจัยที่กำหนดขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ทำการวิจัยอย่างแท้จริงในการตอบโจทย์
1 การเลือกหัวข้อที่เหมาะสม
2.3 แนวคิดของการออกแบบและการวิเคราะห์การวิจัยเพื่อการตอบโจทย์อย่างมีระบบ
2.3.2 การวิเคราะห์อย่างมีระบบเพื่อตอบโจทย์ด้วยความจริง
แนวคิดพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ที่เหมาะสม
1 แนวคิดการเก็บและวิเคราะห์การวิจัยเชิงปริมาณ
2 แนวคิดการเก็บและวิเคราะห์การวิจัยเชิงคุณภาพมีแนวคิดสำคัญ
2.2 มีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล
2.3 การตรวจสอบสามเส้ามีแนวคิดสำคัญ
2 ตรวจสอบข้อมูลโดยผู้วิจัยและผู้ให้ข้อมูล โดยผู้วิจัยสามเส้า
3 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้หลักของการวิเคราะห์แก่นสาระด้วยวิธีอุปนัยจากข้อมูลและมีทฤษฎีสามเส้า
1 วิธีการเก็บข้อมูลหลายวิธี
4 การเหมาะสมสอดคล้องที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นที่มีปรากฏการณ์คล้ายคลึงกัน
5 การตีพิมพ์เผยแพร่ของผลงานวิจัยในวารสารทางวิชาการที่เชื่อถือได้ และหรือประชุมทางวิชาการระดับชาตินานาชาติ
2.1 นักวิจัยต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ
2.3.2 การตรวจสอบข้อมูลความน่าเชื่อถือของผู้ให้ข้อมูลสำคัญการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าที่ใช้แสวงหาความเชื่อถือใช้หลักวิภาษวิธี
2 เป็น antithesis แนวคิดที่ตรงกันข้ามกับแนวคิดแรก
3 เป็นการสังเคราะห์ลักษณะทั้ง 1 และ 2 มากลายเป็น synthetic
1 มีแนวคิดแบบหนึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นแบบแรก
2.3.3 แนวคิดการตีความและการสรุปสาระอย่างมีเหตุผลเพื่อสรุปผลการวิจัย
แนวคิดการตีความเพื่อตอบโจทย์การวิจัย
1 การตีความผลการวิจัย วิจัยเชิงปริมาณมีแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญ
1.2 เน้นเริ่มจากการมีพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ
1.3 การวิจัยเชิงปริมาณ
1.1 การตีความหมายเป็นการแปลความหมายผลการวิจัยที่เป็นข้อค้นพบ ที่ต้องมีการถอดความผลที่ได้ให้เป็นความหมายที่ดี
2 การตีความผลการวิจัยในการวิจัยเชิงคุณภาพ
ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา เน้น
3 การสังเกตสิ่งเดียวกัน
4 การวิเคราะห์เชิงตรรกะ
2 การพึ่งพากับเกณฑ์อื่นๆ
5 รายงานผลด้วยอ้างอิงคำพูดหรือเรื่องราวจริงจากกลุ่มตัวอย่าง
1 ความเชื่อถือได้
6 การถ่ายโอนผลการวิจัย ความคิดและทฤษฎีที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ หนึ่งๆ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะกลุ่ม
แนวคิดการตีความหรืออื่นๆ
1 การเลือกตัวอย่างในการวิจัยที่เน้นการเลือกประชากรที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้น ยังต้องให้ความสำคัญกับการเลือกสถานที่เหตุการณ์และกระบวนการ ลักษณะที่สำคัญได้แก่
2 จุดมุ่งหมายหลักของการคัดเลือกแบบนี้เพื่อให้ได้ตัวอย่างต้องใช้ความคิดบนพื้นฐานที่เหมาะสมกับแนวคิดจุดมุ่งหมาย
3 ต้องรู้รายละเอียดพอสมควรของแหล่งให้ข้อมูลนั้น
1 เป็นการเลือกแบบไม่มีโครงสร้างที่เคร่งครัด
2 คำนึงถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
การสรุปสาระอย่างมีเหตุผล
1.แนวคิดการสรุปสาระในการวิจัยเชิงปริมาณ การเก็บข้อมูลทำพร้อมการวิเคราะห์ด้วยวิธีอุปนัยใช้วิธีนิรนัยลดและหรือยุบรวมหมวดหมู่ต่างๆเพื่อสรุปเป็นแนวคิดตามแนวคิดทฤษฎีเบื้องต้นตามที่ทบทวนวรรณกรรมมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของหมวดหมู่ที่จำแนกไว้ใช้หลักของการสังเคราะห์และสร้างทฤษฎีที่พัฒนาขึ้นใหม่เสนอผลการวิจัยโดยการผสมผสานกรอบแนวคิดทฤษฎีเข้ากับข้อมูลจริงที่ค้นพบในบริบทที่ศึกษา
2 แนวคิดการสรุปสาระในการวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นจุดสำคัญได้แก่
2.2 การใช้แนวคิดทฤษฎีในการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นเรื่องซับซ้อน
2.3 นักวิจัยเชิงคุณภาพอาจใช้แนวคิดทฤษฎีในการวิจัยตามขั้นตอนสำคัญเช่น
2.2.3 ใช้ทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่เพื่อการวิเคราะห์
2.3.3 ขั้นการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างบทสรุปแนวคิดและทฤษฎีจะต้องถูกนำมาใช้ใน 2 รูปแบบคือเอาข้อสรุปเบื้องต้นที่สร้างมาจากข้อมูลมาพิจารณาว่าสอดคล้องกับแนวคิดทางทฤษฎีที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่
2.3.1 การลองต่อปัญหาในการวิจัย
2.1 การมองปรากฏการณ์พฤติกรรมทางสังคมทางโลก สังคม วัฒนธรรม และมนุษย์ในสังคม จึงต้องใช้ทฤษฎีและแนวคิดที่หลากหลาย
2.4 ต้องเข้าใจว่ากรอบแนวคิดจะมีความใกล้ชิดกับข้อมูลรูปธรรมมาก คือเป็นลักษณะ grout จึงไม่ใช่ทฤษฎีใหญ่ grant หรือ generally หรือ substance ข้อสรุปเบื้องต้นหากพบว่าไม่เหมือนแนวคิดทฤษฎีใดๆที่มีผู้เสนอเอาไว้จำเป็นต้องตรวจสอบบทสรุปของเราจนแน่ใจว่ามีความเชื่อถือได้จึงนำเสนอข้อค้นพบของตนนั้นเป็นการสร้างสมมติฐานแนวคิดใหม่สำหรับอธิบายปรากฏการณ์นั้น
2.3.1 แนวคิดการกำหนดระเบียบวิธีการวิจัยเพื่อการตอบโจทย์การวิจัย
แนวคิดของการวิจัยแบบวิธีผสม มีแนวคิดหลักฐานการวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่เป็นวิธีการผสมระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพกับการวิจัยเชิงปริมาณที่มาจากแนวคิดปฏิบัตินิยมเพราะมีสาเหตุที่สำคัญได้แก่
1 ความรู้ความเป็นจริงที่ได้จากการวิจัยที่ไม่ใช่วิจัยบนหิ้ง
1.1 การวิจัยเชิงปริมาณ
1.2 การเติมเต็มด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ
2 ในการผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกันของการวิจัยเชิงคุณภาพกับการวิจัยเชิงปริมาณ
2.2 มีความเป็นระบบ
2.2.2 การเปลี่ยนแปลงของระบบย่อย
2.2.3 การศึกษาวิเคราะห์วิจัยโดยอิงหลักตรรกศาสตร์
2.2.1 การวิเคราะห์หาปฏิสัมพันธ์
2.3 รูปแบบการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์
2.1 ความเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญในการวิจัยทางสังคมศาสตร์
แนวคิดการวิจัยแบบการทดลอง
2 แนวคิดความตรงภายใน
2.2 แนวคิดของการกำหนดกรอบตัวแปร
2.2.1 ต้องรู้ว่าตัวแปรตามทั้งหมดที่ต้องใช้วิเคราะห์มีอะไรบ้างกี่ตัวที่เป็นตัวแปรภายใน
2.2.2 ต้องรู้ว่ามีตัวแปรอิสระที่อาจจะต้องมีตัวแปรแทน แทนที่ตัวแปรจริงทำไม่ได้สมบูรณ์เพื่อเกิดผลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
1 แบบจำลอง
2 มีตัวแปรควบคุม
2.3 แนวคิดการควบคุมตัวแปรเกินตัวแปรแทรกซ้อน
2.1 การทดลองที่มีกลุ่มควบคุมที่ยิ่งน่าเชื่อถือ
3 การคัดเลือกสิ่งทดลอง
3.2 สิ่งที่ทดลองต้องมีความสม่ำเสมอ
3.3 ทฤษฎีและแนวคิดพื้นฐานรวมทั้งการใช้ตรรกศาสตร์
3.1 เป็นสถานการณ์ที่จำเป็นและพอเพียง
1 แนวคิดพื้นฐานของการวิจัยแบบการทดลอง วงเล็บการวิจัยเชิงปริมาณ
1.3 การวัดคุณลักษณะ
1.2 การกำหนดตัวชี้วัด
1.1 โดยมีการควบคุมจัดการ
4 การวิเคราะห์ทางสถิติที่จะช่วยยืนยันหรือปฏิเสธโมเดลเชิงสาเหตุ
4.1 การคุมตัวแปรในการวิเคราะห์แบบมีตัวแปรมากกว่า 2 ตัว
4.1.2 จะคุมตัวแปรได้แค่ไหนเพียงไร
4.1.3 แนวคิดพื้นฐานของวิธีการคุมตัวแปร
2 เมื่อหาความสัมพันธ์เดิมของตัวแปร x กับ Y ก็ควรแจ้งความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเพื่อให้ความสัมพันธ์เดิมระหว่าง x กับ Y กระจ่างชัด
3 การคุมตัวแปรแต่ละวิธีแตกต่างกันด้วยจุดมุ่งหมายวิธีการและการตีความประกอบด้วย
3.1 การคุมเพื่ออธิบาย
3.2 การคุมแบบตีความ
3.3 การคุมแบบกำหนดเงื่อนไข
1 มีการวางแผนล่วงหน้า
4.1.1 การคุมตัวแปรเป็นกระบวนการที่วิเคราะห์ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามที่ปรากฏตามข้อมูลนั้นมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงแค่ไหน