Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
วิถึชีวิตและวัฒนธรรม, นางสาวชลันธร จันทร์ขำ 200101111 B - Coggle Diagram
วิถึชีวิตและวัฒนธรรม
บทที่ 2 พัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานในอุษาอาคเนย์
ก่อนรับอิทธิพลจากอินเดีย
ศาสนาผี เชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ นับถือผีบรรพชน
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ บูชาสัตว์ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบ
ขวัญ เชื่อเรื่องขวัญ ไม่มีวิญญาณ
พิธีศพ เก็บศพไว้หลายวันให้เนื้อหนังเน่าเปลื่อยย่อยสลายเหลือแต่กระดุก
การแต่งกาย นิยมแต่งกายด้วยผ้าผืนเดียว
แม่หญิงเป็นใหญ่ ผู้หญิงเป็นคนนำในการทำพิธีกรรมต่างๆ
เรือนเสาสูง ปลูกเรือนด้วยเสาสูง ต้องยกพื้น มีใต้ถุน
ยุคโลหะ
ช่วงเวลาตั้งแต่ 3000 ปีมา
แหล่งโบราณ คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีการตั้งชุมชนบ้านเรือนรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ มีระดับปกครองโดยหัวหน้า มีการฝั่งสิ่งของไปกับศพเพื่อความสะดวกในการทำกสิกรรม
มีการสีบนผนังหินตามเพิงผาถ้ำ
ยุคไพลสโตซีน
ยุคน้ำแข็ง ช่วงล้านกว่าปีที่แล้ว มีธารน้ำแข็งปกคลุม
ยุคหินเก่า
ความเป็นอยู่เหมือนสัตว์อื่นๆ เร่รอนเป็นกลุ่มเล็กๆ หาอาหารตามธรรมชาติ อาศัยในถ้ำและเพิงผา
ยุคหินใหม่
มนุษย์รู้จักเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ มีการตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง รวมกันประชุมชนเล็กๆ มีฝีมือประณีตทำเครื่องมือมีคม
บทที่ 6 วิถีชีวิตกับวัฒนาที่สำคัญบนความหลากหลายของศาสนาและชาติพันธุ์ต่างๆในชุมชนสาทร
ความเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์
นางนมบัวหรือเจ้าแม่วัดดุสิต
พระทองสำริดที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ศาสนาและสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องในสาทร
ศาสนาพุทธ
วัดยานนาวา
วัดสุทธิวราราม
วัดบรมสถลหรือวัดดอน
วัดปรกมอญแขวงทุ่งวัดดอน
ศาสนาคริสต์ (คาทอลิก)
โบสถ์เซนต์หลุยส์
ศาสนาอิสลาม
มัสยิด ยะวา
ศาสนาพราหม-ฮินดู
วัดวิษณุ
ความหลากหลายทางชาติพันธ์ุ
การอพยพของชนชาต์มอญ
การอพยพของชนชาติจีน
การอพยพของชนชาติอินโดนเซีย
การอพยพของชนชาติยะไข่หรือชาวทะวาย
การอพยพของชาวอินเดียในเขตสาทร
การเข้ามาสู่ประเทศไทยของชาวตะวันตก
ความเป็นมาของสาทร
เขตพื้้นที่สารเป็นผืนป่าเรียกว่าป่าแตบ (ป่าไม้ราบ) มีคนไทยพื้นถิ่นอาศัยอยุ่ประปรายทำกสิกรรมและเลี้ยงสัตว์
แปลว่า เอื้อเฟื้อ เอาใจใส่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
สาถานที่สำคํญในสาทร
สถาบันทาการศึกษา
โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม
โรงเรียนทุ้งมหาเมฆ
โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม
โรงเรียนพระแม่มารีสาทร
วิทยาลัยพยาบาลเซนต์หลุยส์
สถานฑูต
สถานฑูตเดนมาร์ค
สถานฑูตบราซิล
สถานฑูตเยอรมัน
สถานฑูตโลวัก
สถานฑูตสมณวาติกัน
สถานฑูตสิงคโปร์
สถานฑูตออสเตเลีย
สถานฑูตเม็กซิโก
สถานฑูตกรีซ
สถานฑูตมาเลเซีย
สถานกงศุลฝรั่งเศษ
บทที่ 5.1 ศิลปกรรมในดินแดนไทย ที่มาและความหมายโดยสังเขป
ความแตกต่างระหว่าง สถูป / เจดีย์ / ปรางค์
สถูป
สะสมเข้าด้วยกัน
เจดีย์
สถานอันเป็นที่ควรเคารพ บูชา สักการะ
ปรางค์
มีความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ
ความแตกต่างระหว่างช่อฟ้า/ใบระกา/หางหงส์
เครื่องลำยอง ต้นไม้แกะสลักปิดหัวท้ายเครื่องมุงหลังคาของอาคารประกอบด้วย ช่อฟ้า/ใบระกา/ห่งหงส์
เกี่ยวข้องกับความเชื่อ "ครุฑยุดนาค"
ความแตกต่างของการซ้อนชั้นหลังคา และความหมาย
เพื่อลดทอนขนาดผืนหลังคาที่ใหญ่เกินไปและเพิ่มมิติทางสถาปัตยกรรมให้อาคารมีความงดงามมากขึ้น
ภาคเหนือ : ข้างหน้าลด 3 ชั้น ข้างหลังลด 2 ชั้น ภาคกลาง : นิยมลดชั้นหลังคาหน้าหลังเท่ากัน
ความแต่งต่างระหว่าง อุโบสถ/วิหาร/ศาลาการเปรียญ
อุโบสถ หรือ โบสถ์
ใช้เป็นที่ประชุมพระสงฆ์เพื่อทำสังฆกรรมโดยเฉพาะ "การอุปสมบท หรือ การบวช"
ศาลาการเปรียญ
ในอดีต : อาคารสำหรับภิกษุสามเณรใช้ศึกษาทางปริยัติธรรม ปัจจุบัน : ใช้เป็นอาคารเอนกประสงค์เพื่อประกอบศาสนกิจต่างๆ
วิหาร
อาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
บทที่ 4 ประเพณีและพิธีกรรมในสังคมไทย
ความหมาย
ประเพณี คือ รูปแบบของการประพฤติปฏิบัติที่สังคมนั้นๆ
พิธีกรรม คือ รูปแบบการกระทำเพื่อไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังไว้ไม่ได้กระทำอย่างต่อเนื่อง
ความเชื่อเรื่องการนับถือธรรมชาติและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
งานบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธรร
รูปแบบประเพณีที่แตกต่างตามกลุ่มชนชั้นในอดีต
ประเพณีหลวง
ประเพณีราษฎร์
ประเพณีปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน
ประเพณีบวชช้าง บ้านหาดเลี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับอุดมสมบูรณ์
ประเพณีทำบุญวันสารท
งานบุญข้าวประดับดิน
ประเพณีกำฟ้าของชาวพวน จังหวัดสระบุรี
ประเพณีบุญเบิกฟ้า
ความเชื่อเรื่องการนับถือผีบรรพชน
ผีเจ้าที่
ผีขุนน้ำ
ความเชื่อเรื่องขวัญ
ประเพณีการตักบาตรดอกไม้บูชาอินทขิล เชียงใหม่
ประเพณีบุญคูนลาน
ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา
ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ณ พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
ประเพณีโยนบัว ของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
งานบุญเทศน์มหาชาติ
การละเล่นผีตาโขน
ตักบาตรเทโว
บทที่ 1 พัฒนาการของศาสนาและความเชื้อในอุษาอาคเนย์
ความเชืื่อ
ความเชื่อทางพุทธศาสนาในสังคมไทย
นิกายเถรวาท
เป็นนิกายเก่าแก่ที่สุด ยึดถือพระธรรมวินัยเดิมอย่างเคร่งครัด
นิกายมหายาน
นิกายที่เกิดขึ้น หลังการสังคายนาครั้งแรก มีภิกษุบางรูปไม่เห็นด้วย เกิดการแยกตัวทำสังคายนาต่างหาก
ความเชื่อชวาเกอยาเวน : ศาสนาชวา
เป็นความเชื่อเฉพาะของชาวชวาที่มี ผสมผสานระหว่างศาสนาฮินดู+ ความเชื่อดั้งเดิม + ความเชื่อในศาสนาอิส ลามหรือคริสต์
ความเชื่อเรื่องผีฟ้าพญาแถน และผีบรรพชน
ผีฟ้าพญาแถน
เป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติ ซึ่งเชื่อว่า ผีฟ้าเป็นผีฝ่ายดีและให้คุณโดยมีฝ่ายหญิงเป็นผู้สื่อสาร อ้อนวอน เอาอกเอาใจผีฟ้า เพื่อคาดหวังผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์
ผีบรรพชน
ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย โดยผู้ใดที่กระทำ
ความดีให้เป็นที่ยกย่อง เมื่อล่วงลับไปก็ยังได้รับความนับถือเช่นเดิม เพราะเชื่อว่าจะมีฤทธิ์มากขึ้น
ความเชื่อเรื่อง “นัต” ของเมียนมา
ความเชื่อของคนพม่าบูชาเหล่าเทพดาบนสรวงสวรรค์ตลอดจนผู้มีอำนาจประเสริฐบนโลกมนุษย์ ถือเป็นนัตตามความหมายในทางพุทธศาสนา
ความเชื่อ เรื่อง “ขวัญ ”
ระบบความเชื่อเก่าแก่ โดยเชื่อว่า ขวัญไม่มีตัวตน แต่อยู่กับสิ่งมีชีวิตตลอดเวลา โดยมีผลกับการดำรงชีวิต ตั้งแต่เกิดและมีผลต่อจิตใจมาก
ศาสนา
พุทธศาสนา นิกายเถรวาทลังกาวงศ์
มีที่มาจากลังกา เป็นการนับถือนิกายเถรวาท นิกายมหายาน ผสมผสานกับความเชื่อในเทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์
ไตรภูมิพระร่วง
เป็นพระราชนิพนธ์ของธรรมราชา(ลิไท) เนื้อหากล่าวถึง ภพภูมิททั้งสามหรือจักรวาลคตติทางพุทธศาสนา
จักรวาลคติในไตรภูมิพระร่วง
แนวคิดที่เป็นคำตอบที่มาของธรรมชาติ และปรากฎการณ์ธรรมชาติต่างๆ
ไตรภูมิหรือ ภพภูมิทั้งสาม
อรูปภูมิ 4
พรหมไม่มีรูป 4 ภูมิ
ไ่ม่มรูปร่าง ไม่มีตัวตน มีแต่เพียงจิต
รูปภูมิ
รูปพรหม 16 ภูมิ
พรหมไม่มีร่างของสตรีจะมีแต่ร่างของบุรุษที่งดงามมีตา
หู จมูก มีตัวตนแต่ไม่รับรู้กลิ่นไม่รู้สึกหิว ไม่ยินดีในกาม
กามภูมิ
เทวภูมิ
สวรรค์ชั้นฟ้า 6 ภูมิ
จาตุมหาราชิกา เป็นสวรรค์ชั้นแรก มีท้าวจาตุโลกบาล 4 องค์ปกครองคือ ท้าวธตรัฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ และท้าวเวสสุวรรณ
ดาวดึงส์มีเมืองไตรตรึงส์ของพระอินทรีย์
ยามา มีท้าวสยามเทวาธิราช
ดุสิต มีท้าวสันดุสิตเทวราช
นิมมานรดีเป็นที่สถิตของเทพชั้นผู้ใหญ่
ปรนิมมิตวสวัตตีเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุดของฉกามาพจรภูมิ
มนุสสภูมิ - มนุษยภูมิ
ทิศเหนือ คือ อุตรกุรุทวีป
ทิศตะวันออก คือ บุพพวิเทหทวีป
ทิศตะวันตก คือ อมรโคยานทวีป
ทิศใต้ คือ ชมพูทวีป
อบายภูมิ
อบายภูมิ - เปรตภูมิ
อบายภูมิ - อสุรภูมิ
อบายภูมิ - นรกภูมิ
นรกโลกันตร์ - นรกเย็น
มหานรกขุมสุดท้าย - อเวจีมหานรก
อบายภูมิ - เดรัจฉานภูมิ
นิพพาน
ภพที่สูงกว่าไตรภูมิ ไม่มีการเวียนว่ายตายเดิกในไตรภูมิอีก ตัดกิเลสทั้งปวง
การเผยแพร่ศาสนาอิสลาม
ศาสนาแห่งการน้อบน้อม จำนนต่อพนะเจ้าอัลลอฮ์
การเผยแพร่คริสต์ศาสนา
ผู้ก่อตั้ง มิสซังสยาม มีสังฆราชลังแบรต์ เดอ ลาม็อตองค์แรกที่เดินทางมาในสมัย พระนารายณ์มหาราช
ศาสนาพราหมณ์
มีชาวอารยัน อพยพลงมาสู่ดินแดนลุ่มแม่น้ำสินธุในเอเชียใต้ เกิดวรรณะ 4
วรรณะพราหมณ์
วรรณะแพศย์
วรรณะกษัตริย์
วรรณะศูทร
เกาได๋ Cao dai ความเชื่อแบบผสมผสานในเวียดนาม
เป็นความเชื่อที่่เอาความโด่ดเด่นของหลักความเชื่อศาสนาผสานเข้าด้วยกันของศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และลัทธิเต๋า
อุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บทที่ 3 ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในสังคมไทย
ความหมาย
กลุ่มคนที่อยู่ในดินแดนที่ปัจจุบันเป็นประเทศในประเทศหนึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน มีขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาพูดเดียวกัน
พัฒนาการของอาณาจักรในดินแดนไทย ช่วงพุทธศตวรรษที่ 19
กำเนิดกรุงศรีอยุธยา บนพื้นฐานบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี
อโยธยาศรีรามเทพนคร เมืองสำคัญที่มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
การสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป้นราชธานีใหม่ แทนเมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร
พงศาวดารระบุว่า การย้ายเมืองจาก อโยธยาศรีรามเทพนคร เพราะโรค "ห่า" ระบาดหนัก
เหตุแห่งความรุงเรืองของกรุงศรีอยุธยา
"เวนิสแห่งตะวันออก" ความรุ่งเรืองและความร่ำรวยของกรุงศรีอยุธยา เกิดจากชัยภูมิที่ตั้ง อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการเป็นเมืองท่าภายใน
การเข้ามาของอารยธรรมภายนอกสู่ดินแดนอุษาคเนย์
ชนชั้นสูง เป็นกลุ่มแรกที่เลือกรับอารยธรรมอินเดียที่สำคัญ คือ ระบบกษัตริย์
อารยธรรมเขมร/ขอม
เริ่มในพุทธศตวรรษที่ 14 เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 รวบรวมแคว้นเจนละบกปละแคว้นเจนละน้ำเข้าด้วยกัน
กลุ่มไต/ไท
กลุ่มภาษา ไทกะไต/ไตกะได
เป็นภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ที่พบในตอนใต้ของจีนและอุษาคเนย์
รากศัพท์ของคำนั้นๆเป็นคำๆเดียวและมีความหมายในคำ เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า กิน ข้าว ขา หัว
อารยธรรมมอญ
พบหลักฐานวัฒนธรรมร่วมทางพุทธศาสนาที่เรียกว่า "วัฒนธรรมทวารวดี"
ผู้คนในอาณาจักรทวารวดี
ชาวอินเดีย ชาวจีน
เมืองสำคัญ
เมืองศรีเทพ
เมืองศรีมโหสถ
เมืองคูบัว
เมืองนครชัยศรี
เมืองอู่ทอง
เมืองละโว้
เมืองจันแสน
เมืองหริภุญชัย
บทที่ 5.2 ดนตรีไทย กาารละเล่นพื้นบ้าน และระบำรำฟ้อนของภาคต่างๆ
การละเล่นพื้นบ้าน
โขน
เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง เช่น โขนแแปลง โขนโรงนอก โขนหน้าจอ
การละเล่นหุ่นไทย ประเภทของการเชิดหุ่น
หุ่นเชิดเงา และหุ่นเชิดตัว
ลิเก
การร้องลำนำ การขับลำนำ
หนังใหญ่ / หนังตะลุง
หุ่นเชิดเงา และหุ่นเชิดตัว
นิยมเล่นเรื่องราวจากวรรณคดี อาทิ รามเกียรติ์ อุณรุท พระอภัยมณี
การเล่นหุ่น เช่นหุ่นหลวง หุ่นหระบอก หุ่นละครเล็ก
ละครชาตรี
ละครใน
ละครนางใน ที่เป็นละครรำรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในราชนัก
ละครนอก
ละครรูปแบบหนึ่งที่ใช้ท่านวยนาด ร่ายรำตามจังหวะดนตรี
การเล่นการระบำรำฟ้อนของภาคต่างๆ
ภาคใต้
มีลีลารวดเร็ว แสดงออกถึงความเด็ดขาด อาทิ รำโนรา การร้องรองเง็ง
ภาคเหนือ
ลีลาอ่อนช้อย เชื่องช้ส นุ่นนวล อาทิ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม
ภาคกลาง
รำวง เต้นกำรำเคียว เพลงอีแซว
ภาคอีสาน
มีลีลารวดเร็วสนุกสนาน อาทิ เซิ้งกระติ๊บ เซิ้งบั้งไฟ
พิธีกรรมการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับคติความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์
การเล่นผีตาโขน การแห่นางแมว การแข่งบั้งไฟ การทรงแม่ศรี
พิธีกรรมการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชุมชนและการอยู่ร่วมกันในสังคม
พิธีบายศรีสู่ขวัญ การรำผีฟ้า การก่อเจดีย์ทราย การเต้นกำรำเคียว
พิธีกรรมการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเด็ก
การเล่นซ่อนหา การเล่นงูกินหาง การเล่นตี่จับ การเล่นอีตัก การเล่นหมวกเก็บ
พิธีกรรมการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับอำนาจกษัตริย์
พิธีโล้ชิงช้า พระราชพิธีแข่งเรือเสี่ยงทายในสมัยกรุุงศรีอยุธยา
ดนตรีไทย : ดนตรีสุวรรณภูมิ รวมทั้งดนตรีไทยเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรร มีชื่อเพื่อพิธีกรรม ไม่ใช่ดนตรีเพื่อฟังที่เพิ่งพัฒนาขึ้นสมัยหลังตามแบบตะวันตก
พัฒนาการของคำร้องประกอบเสียงดนตรี
นางสาวชลันธร จันทร์ขำ 200101111 B