Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 15 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาของ ระบบทางเดินปัสสาวะ…
บทที่ 15 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาของ ระบบทางเดินปัสสาวะ ระยะเฉียบพลันและเรื้อรัง
กรวยไตอักเสบ (pyelonephritis : PLN)
การพยาบาล • ประเมินสัญญาณชีพ • ผู้ป่วยมักมีไข้สูง หนาวสั่น ควรดูแลให้เกิดความสุขสบาย ช่วยเช็ดตัวลดไข้ ด้วย (tepid sponge) • ให้ค าแนะน้าในการดูแลสุขภาพของตนเอง (self – care) ในเรื่องสุข บัญญัติ การรับประทานอาหาร การขับถ่ายอาจต้องให้ perineal care ทุกเวรหรือทุกครั้งผู้ป่วยเข้าห้องน้้า • การนวดหลัง ล้าตัว (back massages) จะช่วยให้ ผู้ป่วยสุขสบาย คลายความเจ็บปวดหรือให้ยาลดปวดตามแผนการรักษา
ไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute GlomeruloNephritis) สาเหตุ โรคนี้มักเกิดตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรีย กลุ่ม Betastreptococcus group A เช่น ต่อม ทอนซิลอักเสบ ผิวหนัง อักเสบ ไฟลามทุ่ง พุพองตามผิวหนังประมาณ 1-4 สัปดาห์ (เฉลี่ย 10-14 วัน) โดยท้าให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นที่หน่วยไต ท้าให้ หน่วยไตเกิดการอักเสบไปทั่ว นอกจากนี้ยังอาจเกิดร่วมกับโรคเอ สเอลอี, ซิฟิลิส , การแพ้สารเคมี (เช่น ตะกั่ว)
การรักษา chronic pyelonephritis 1. การให้ยาปฏิชีวนะ เช่น ซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) หรือ ไนโตรโฟแรนโตอิน (nitrofurantoin) ร่วมกับยาลดความดัน โลหิต (antihypertensive) 2. หากการท้าลายเนื้อไต (renal parenchyma) มีความ ผิดปกติมาก อาจจ าเป็นต้องผ่าตัด หรือหากมี ภาวะไตวายร่วมด้วย อาจต้องรักษาด้วยการรักษาด้วยการล้างไต
ไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Glomerulus Nephritis) อาจมีความดันโลหิตสูงมาก ๆ จนเกิดอาการทางสมอง เช่น ชัก ไม่ค่อยรู้สึกตัว ภาวะปอดบวมน้้า (pulmonary edema) ฟังปอดมีเสียงกรอบ แกรบ (crepitation) อาการหอบเหนื่อยและเกิดภาวะหัวใจวาย อาจท าให้เกิดภาวะไตวาย ร้ายแรงถึงตายได
อาการและอาการแสดง
*
• ระคายเคืองของกระเพาะปัสสาวะ • ปวดบริเวณไตทั้งสองข้าง • อาจมีไข้ต่้าๆ เป็น ๆ หาย ๆ • เมื่อเป็นนานๆ พบมี ความดันโลหิตสูง(hypertension) • ไตฝ่อลีบ (kidney atrophy) และเมื่อถึงขั้นรุนแรงอาจ กลายเป็นไตวายเรื้อรังและมีอาการของไตวายเรื้อรังตามมา
กิจกรรมการพยาบาล ได้แก่
*
1. มีไข้ ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ 2. หายใจหอบเนื่องจากมีภาวะน้าเกิน ดูแลให้ออกซิเจน 3. มีอาการบวมกดบุ๋ม lab Albumin ต่้า ให้ 20% albumin 4. ปัสสาวะออกน้อย ดูแลให้ยาขับปัสสาวะ 5. ความดันโลหิตสูง ดูแลให้ bed rest และให้ยาลดความดันตามแผนการ รักษาของแพทย์ 6. ดูให้งดอาหารเค็ม Na, K สูง เนื่องจากไตมีการอักเสบ 7. ดูแลให้ยา ATB ตามแผนการรักษา
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะUrinary Tract Infection (UTI)
การพยาบาลผู้ป ่วยที่มีการอุดกั้นของทางเดิน ปัสสาวะ หมายถึง การ ขัดขวางการไหลของปัสสาวะ อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่บริเวณไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ปัสสาวะที่ ขังอยู่ท้าให้มีการเปลี่ยนแปลง หน้าที่การ ท้างานของไต
ชนิดของการอุดกั้น 1. แบ่งตามลักษณะการอุดกั้น 1.1 Partial obstruction 1.2 Complete obstruction 2. จ้าแนกตามต้าแหน่งที่เกิด 2.1 การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ส่วนบน 2.2 การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ส่วนล่าง
อุบัติการณ์และระบาดวิทยา •ระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบพบบ่อยมากใน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเนื่องจากท่อปัสสาวะผู้หญิง สั้นกว่าผู้ชาย •ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและผู้ป่วยที่เคยมี การอักเสบสามารถเกิดการติดเชื้อได้อีก ในการ ติดเชื้อใหม่เป็นสาเหตุจากแบคทีเรียต่างชนิดกัน มากกว่าชนิดเดิม
พยาธิสรีรวิทยาของการอุดกั้นในระบบทางเดิน ปัสสาวะ -การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเหนือต้าแหน่งที่อุดกั้น -เมื่อมีน้้าปัสสาวะขัง จะมีแรงดันเพิ่มขึ้น -เหนือต้าแหน่งที่มีการอุดกั้น -การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจะมีทั้งทางด้านรูปร่างและหน้าท
หมายถึง เกิดการอักเสบของระบบ ทางเดินปัสสาวะอันมีสาเหตุจาก การติดเชื้อ หมาย รวมถึงการติดเชื้อตั้งแต่ท่อปัสสาวะไปจนถึงไต โดย สาเหตุส่วนมากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยอาจไม่มี อาการหรือมีอาการ เพียงเล็กน้อย • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน (uncomplicated UTI) คือ การติดเชื้อในผู้ป่วยที่มีสุขภาพ แข็งแรงโดยมีหน้าที่หรือโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะ ปกติ • การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะแบบซับซ้อน (complicated UTI) คือการติดเชื้อ ในผู้ป่วยที่อ่อนแอ หรือ มีโครงสร้างและหน้าที่ ของระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ ได้แก่ ผู้ชาย เด็ก สตรีตั้งครรภ์
หลักการรักษา 1. แก้ไขปัญหาปัสสาวะคั่งเฉียบพลัน โดยที่แก้ไขที่สาเหตุนั้นๆ 2. ระบายน้้าปัสสาวะเหนือต้าแหน่งที่มีการอุดกั้น เพื่อลดการ คั่งค้างของน้้าปัสสาวะ และแก้ไขภาวะอุดกั้น 3. ขจัดการติดเชื้อ เมื่อแก้ไขสาเหตุ การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ แล้ว ต้องขจัดปัญหาการติดเชื้อโดยใช้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับ เชื้อนั้นๆ โดยดูผลการเพาะเชื้อจากน้้าปัสสาวะร่วมด้วย
นิ่วระบบทางเดินปัสสาวะ
ชนิดของนิ่ว 1) แคลเซียมออกซาเลท (calcium oxalate) พบได้ในผู้ป่วยที่รับประทานผักใบ เขียว ยอดผัก อาหารที่มีแคลเซียมออกซาเลทมาก เช่น นม เนย โยเกิรต์กุ้ง หอยนางรม หน่อไม้ไผ่ต่าง ๆ ผักขม ชะพลู ใบมันส าปะหลัง ชา กาแฟ โกโก้ ช็อคโกแลต เบียร์ นอกจากนั้นยังพบได้จากการขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่ง มักพบในคนชนบท 2) แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate) พบในผู้ป่วยที่รับประทานอาหาร จ าพวกแคลเซียมมากเกินไป หรือร่างกายมีการดูดซึมแคลเซียมมากกว่าปกติ พบว่า นิ่วที่มีแคลเซียมจะเป็นนิ่วประเภทต่าง ๆ 3) แมกนีเซียม แอมโมเนียมฟอสเฟต (magnesium ammonium phosphate) มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โปรเตียสไมราบิลิส (proteus mirabilis) ซึ่งมี คุณสมบัติแยกแอมโมเนีย พยาธิสรีรวิท
นิ่วในไต (renal calculi, RC) • มักพบในผู้ใหญ่ • นิ่วที่เกิดขึ้นนั้นหากยังมีขนาดเล็ก
สาเหตุของการเกิดนิ่ว 1.สาเหตุความผิดปกติที่เกี่ยวกับภายในตัวผู้ป่วยเอง 1.1 พันธุกรรม 1.2 อายุและเพศ 1.3 ความผิดปกติในการท้างานของต่อม พาราไทรอยด์ ซึ่งหลั่งฮอร์โมนที่ ควบคุม สารแคลเซียมออกมามากกว่าปกติ 1.4 มีการตีบแคบของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจมีมาแต่ก้าเนิด หรือเกิดขึ้น ภายหลังท้าให้ปัสสาวะคั่ง 1.5 ความเข้มข้นของน้้าปัสสาวะ เช่น ผู้ป่วยดื่มน้้าน้อยกว่าปกติ หรือเสียน้้าจาก ร่างกายมากกว่าปกติ ท้าให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง สารละลายในน้้าปัสสาวะ จึงตกผลึกมากขึ้น 1.6 ความเป็นกรด - ด่างของน้าปัสสาวะ • ปัสสาวะที่มีฤทธิ์เป็นกรดมาก จะเกิดผลึกของกรดยูริค ซีสติน • ปัสสาวะที่มีฤทธิ์เป็นด่างจะเกิดการตกตะกอนของผลึก จ าพวกออกซาเลต ฟอสเฟต และคาร์บอเนต 1.7 การอักเสบติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ 1.8 สิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในทางเดินปัสสาวะ เช่น สายสวนปัสสาวะ 1.9 ยาบางอย่าง เช่น ยาลดกรดที่กินเป็นเวลานานท้าให้ ปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นด่าง จะเกิดนิ่วฟอสเฟตได้ง่าย
อาการและอาการแสดง • ถ้ามีการอุดกั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมาก จนดิ้น (colicky pain) • ปวดที่สีข้างหรือด้านหลังอาจปวดร้าวลงมาที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือหน้าขา • ปัสสาวะเป็นเลือด • การตรวจร่างกายมักจะกดเจ็บบริเวณไตข้างนั้น • ในรายที่เป็นเรื้อรัง มักมีไตบวมน้้า (hydronephrosis)
หมายถึง การรวมตัวจับ เป็นก้อนผลึกของสารที่ละลายอยู่ในน้้า ปัสสาวะกับสาร คอลลอยด์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ละลายอยู่ในน้้าปัสสาวะหมายถึง การรวมตัวจับ เป็นก้อนผลึกของสารที่ละลายอยู่ในน้้า ปัสสาวะกับสาร คอลลอยด์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ละลายอยู่ในน้้าปัสสาวะ
การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะ ปัสสาวะ
การสวนล้างกระเพาะปัสสาวะ (Bladder irrigation) การสวนล้างกระเพาะปัสสาวะ หมายถึง การใส่น้้ายาเข้าไปชะล้างในกระเพาะ ปัสสาวะทางสายสวนปัสสาวะแล้วปล่อยให้น้ายาไหลออกมา
วัตถุประสงค์ 1. ระงับการตกเลือดหรือล้างหนอง สิ่งที่คั่งค้างภายหลังผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ เช่นผ่าตัดต่อมลูกหมากโต 2. ลดการอักเสบติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ 3. กระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะท้างานดีขึ้น 4. ล้างกระเพาะปัสสาวะให้สะอาด ในผู้ป่วยที่ต้องสวนคาสายปัสสาวะนานๆ มีปัสสาวะขุ่น เป็นตะกอนขาวหรือเป็นหนอง
การพยาบาลก ่อนผ ่าตัด 1. การดูแลทางจิตใจ 2 .การเตรียมความสะอาดของล้าไส้ 3.การเตรียมผิวหนังส้าหรับท้าผ่าตัด
กรวยไตอักเสบ (pyelonephritis : PLN) กรวยไตอักเสบ เป็นการอักเสบของกรวยไต (renal pelvis) อาจเกิดขึ้นข้างเดียวหรือสองข้าง ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อใน ส่วนล่างของ ทางเดินปัสสาวะ แล้วลุกลามขึ้นมาถึงไต เนื้อไต ท่อไต เกิดการ อักเสบโดยทั่วไป อาจเกิดหนองเป็นหย่อม ๆ บริเวณเนื้อไต หลอด ไต Pyelonephritis สาเหตุมักเกิดจาก bacteria gram – negative และเริ่มมาจาก lower tract. แบคทีเรีย เช่น E.Coli, เครบเซล ล่า (klebsiella pneumoniae) Proteus mirabilis, Psudomonas aeruginosa, streptococous
• รังสีรักษา • เคมีบ้าบัด
กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ( acute pyelonephritis) กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute pyelonephritis) เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด และยังไม่แสดงอาการ เฉพาะอย่างชัดเจน นอกจากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดสีข้าง บริเวณ costovertebral agel (flank) และบริเวณ หัวเหน่า พบได้บ่อยร่วมกับการตั้งครรภ์และเบาหวาน มีการติดเชื้อที่กรวยไต เกิดการบวมที่กรวยไต มีการอักเสบของเนื้อไตโดยทั่วไป เนื้อเยื่อของไตจะบวมและเกิดแผลเป็น ขนาดไตเล็กลง เกิดภาวะไตวาย
การตรวจวินิจฉัย
หลักการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการสลายนิ่ว (ESWL) ประโยชน์ของเครื่องสลายนิ่ว ใช้สลายนิ่วขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร สามารถก าจัดนิ่วในไต โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีรอยแผลเป็น ผู้ป่วยจะไม่เจ็บปวดเหมือนการผ่าตัดทั่วไป จึงไม่ต้องดมยาสลบ
การรักษาด้านอายุรศาสตร์ 1. เป็นวิธีที่ใช้ในระยะเฝ้ารอเพื่อให้ก้อนนิ่วหลุดออกมาเองในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก 2. บรรเทาอาการปวด ประคับประคองโดยให้ยาแก้ปวด ในรายที่ปวดมาก 3. กระตุ้นให้ดื่มน้้าให้เพียงพอประมาณ 3,000 ซีซีต่อวัน ในกรณีที่ไม่มีข้อห้าม
หลักการดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน หลังการรักษา นิ่วโดยการผ่าตัด 1. การเตรียมผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ 2.อธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษา pre-post op 3. ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการระบายปัสสาวะทางสายยางต่าง ๆ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer) คือ โรคที่ เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการ เจริญเติบโต แบ่งตัวเพื่อเพิ่มจ้านวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมาก ผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้องอกขึ้นมา และก้อนเนื้องอกนี้ สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
การรักษา การผ่าตัด - การผ่าตัดกรวยไตเอานิ่วในไตออก (pyelolithotomy) โดยผ่าเปิดบริเวณสีข้างเข้าไปที่ กรวยไต (renal pelvis) -การผ่าเหนือหัวเหน่าเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ แล้วเอานิ่วออก (suprapubic cystolithotomy) - การผ่าเข้าไปที่ท่อปัสสาวะ แล้วเอานิ่วออก (urethrolithotomy) - ใช้กล้องส่องผ่านกระเพาะปัสสาวะ (endoscopic basker) สอดเข้าท่อไตแล้วคล้องเอานิ่วออก โดยใช้ เครื่องมือคล้องนิ่ว (stone basket) - การสอดกล้องเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ(litholapaxy) ในรายที่นิ่วใหญ่ไม่เกิน 4 ซม. ไม่แข็งมาก แล้วขบ นิ่วให้แตก
การรักษาโดยการผ ่าตัด • การผ่าตัดโดยการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะเพื่อตัดชิ้นเนื้องอกของ กระเพาะปัสสาวะออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ (Transurethral resection of bladder tumor – TURBT) • การผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะออกบางส่วน (Partialcystectomy หรือ Segmentalcystectomy) • การผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะออกทั้งหมด (Radicalcystectomy) การผ่าตัดท าทางเดินปัสสาวะใหม่ (Urinarydiversion)
• IVP (Intraveneous pyelography) เป็นการตรวจโดย ฉีดสารทึบรังสีเข้าเส้นเลือดด้าแล้วถ่ายภาพรังสีเป็น ระยะๆเพื่อ ประเมินการท้าหน้าที่ของไต
นายอรรคเดช เพชรมีศรี UDA6380002