Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7 การเขียนรายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน, นางสาวสริตา…
บทที่ 7
การเขียนรายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
การวางแผนและขั้นตอนการเขียนรายงานการวิจัย
เทคนิคการเขียนรายงานการวิจัย
เทคนิคการเขียนรายงานมีดังนี้
ใช้ภาษาที่ชัดเจนไม่กำกวม เข้าใจง่าย
ใช้ภาษาเขียนไม่ใช้ภาษาพูด
หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาต่างประเทศ
หลีกเลี่ยงการใช้อักษรย่อที่ไม่เป็นที่ยอมรับ
หลีกเลี่ยงการใช้สรรพนามบุรุษต่างๆ
การเขียนข้อความต่างๆ ต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ
ควรมีความคงที่ในการใช้สำนวนภาษาหรือคำศัพท์ต่างๆ
การเขียนตัวเลข
การอ้างอิงผลงานวิจัย
การเขียนรายงาน
การวางแผนการเขียนรายงานการวิจัย
การวางแผนการเขียนดังนี้
• การวางโครงเรื่อง
• การกำหนดแนวคิด
• การกำหนดวัตถุประสงค์
หลักการเขียนรายงานการวิจัย
หลักการเขียนรายงานการวิจัย มีดังนี้
ความถูกต้อง
ความครบถ้วนสมบูรณ์
ความเป็นระบบ
ความเป็นเอกภาพ
ความสัมพันธ์สอดคล้องเชื่อมโยง
ความชัดเจน
ความสม่ำเสมอ
ความต่อเนื่อง
ความตรงประเด็น
ขั้นตอนการเขียนรายงานการวิจัย
การเขียนรายงานการวิจัยมีขั้นตอนดังนี้
• การวางโครงเรื่อง
• การเตรียมเนื้อหาสาระ
• การเขียนร่างรายงานการวิจัย
• การบรรณาธิกรณ์และปรับปรุงรายงานการวิจัย
แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยส่วนนำ
ส่วนนําของรายงานการวิจัยประกอบด้วย ปกหน้า ปกใน บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ
โดยในการเขียนรายงานการวิจัยแต่ละเรื่องอาจมีรายการต่างๆ ไม่ครบตามที่เสนอข้างต้น
เช่น ไม่ปรากฏสารบัญตาราง หรือสารบัญภาพ เนื่องจากไม่มีตารางหรือภาพในรายงานการวิจัย
แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยส่วนเนื้อหา
โดยทั่วไปนิยมเขียนส่วนเนื้อหาโดยแบ่งเป็น 5 บท ดังนี้
บทที่ 1 บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย ขอบเขตการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการรวบรวมข้อมูล และสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล
บทที่ 4 ผลการวิจัย
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยส่วนท้าย
การเขียนภาคผนวก
เป็นรายการเอกสารหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยซึ่งผู้วิจัยเห็นว่า ควรนำเสนอไว้แต่ถ้านำเสนอในส่วนเนื้อหาอาจทำให้เยอะเกินไป จึงนำเสนอในส่วนของอ้างอิง เพื่อให้ผู้สนใจศึกษาเพิ่มเติม
การเขียนประวัติผู้วิจัย
ถือเป็นเนื้อหาหน้าสุดท้ายของรายงานการวิจัย ซึ่งจะบอกรายละเอียดของผู้วิจัยเกี่ยวกับวัน/เดือน/ปี/สถานที่เกิด การศึกษาในระดับต่างๆ และประวัติการทำงาน ตำแหน่งในอดีต-ปัจจุบันโดยย่อ
บรรณานุกรม
บอกรายละเอียดของแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมจากการอ้างอิงไว้ในเนื้อหา โดยจะมีรายละเอียดการเขียนที่สำคัญเกี่ยวกับชื่อแหล่งอ้างอิง สถานที่พิมพ์ หรือเผยแพร่ ชื่อสำนักพิมพ์ ครั้งที่พิมพ์เป็นต้น
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนรายงานการวิจัย
ส่วนประกอบของรายงานการวิจัย
การเขียนส่วนท้าย
การเขียนส่วนเนื้อหา
การเขียนส่วนนำ
รูปแบบการเขียนรายงานการวิจัย
รูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยก่อนที่จะเริ่มทำงานวิจัย
รูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยภายหลังงานวิจัยดำเนินการเสร็จสิ้น
ลักษณะของรายงานการวิจัย
จัดทำขึ้นหลังดำเนินโครงการเสร็จแล้วเพื่อนำเสนอสารสนเทศแก่ผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพัฒนางาน
นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ผลการวิจัยในการนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ประโยชน์
ลักษณะของการเขียนรายงานการวิจัยที่ดี
ความเหมาะสมของรูปแบบการเขียนรายงาน การจัดเค้าโครงเรื่องอย่างเป็นระเบียบ ไม่ซับซ้อน สับสน มีการอ้างอิง
ความชัดเจนของการเขียนรายงาน เพื่อให้นำเสนอเนื้อหาชัดเจนเข้าใจง่าย
ความสำคัญของรายงานการวิจัย
เป็นการเสนอข้อเท็จจริงหรือองค์ความรู้ที่เกิดจากการศึกษา ค้นคว้า และข้อค้นพบต่างๆอย่างเป็นระบบ
เพื่อเสนอผลจากการค้นคว้าและข้อค้นพบต่างๆ ให้ผู้สนใจทราบถึงรายละเอียดต่างๆทุกขั้นตอน
เป็นการส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในการรวบรวมข้อมูลหรือประกอบการอ้างอิง โดยเป็นวิธีการหาความรู้ด้วยตนเอง
ข้อบกพร่องในการเขียนรายงานการวิจัย
การเขียนรายงานการวิจัยมีข้อบกพร่องที่พบอยู่บ่อยครั้ง ข้อบกพร่องที่พบแยกเป็นข้อบกพร่องทั่วไปกับข้อบกพร่องด้านโนทัศน์ของการเขียนรายงานการวิจัย
นางสาวสริตา กัลพฤกษ์
รหัสนักศึกษา 611120418 GEN-SCIENCE