Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Viral Diseases - Coggle Diagram
Viral Diseases
ไวรัส (Virus)
- จุลินทรีย์ที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ (Infectious agents)
- กลไกการเพิ่มจำนวนของไวรัส ที่เรียกว่า replication
- ไวรัสมีโครงสร้างและส่วนประกอบง่ายๆ ไม่มี metabolism
- ไม่มี organelle
- ต้องอาศัยการทำงานจาก host cell
- 1 มี nucleic acid เพียงชนิดเดียว (DNA หรือ RNA)
- 2 เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก (20-250 นาโนเมตร)
- 3 เพิ่มจำนวนโดยอาศัยกลไกของสิ่งมีชีวิตที่ไวรัสเข้าไปอยู่
- 4 ไม่ถูกทำลายโดยยาปฏิชีวนะ แต่ใช้ interferon (IFN) หรือ antivirus drug
- 5 การติดเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บน host cell
เช่น
- ทำให้เซลล์ตาย
- มีการรวมตัวของเซลล์
- ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ (Transformation) กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
โครงสร้างของไวรัส
- DNA viruses / RNA viruses
- หน้าที่ ตัวนำรหัสพันธุกรรมที่จำเป็นต่อการเพิ่มจำนวนของไวรัส
- หน้าที่ ควบคุม metabolism ของเซลล์
- ชั้นของโปรตีนที่ห่อหุ้มกรดนิวคลิอิก
- หน้าที่ ช่วยปกป้อง genome ของไวรัสจากการถูกทำลายด้วยสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น enzyme
- หน้าที่ ช่วยในการเกาะติดกับ cell host
- ช่วยในการงอก หรือหลุดออก (budding) จากเซลล์และช่วยให้เข้าสู่อีกเซลล์หนึ่งได้ โดยทำให้เกิด infection
การเพาะเลี้ยงไวรัส
- ไวรัสเจริญในเซลล์สิ่งมีชีวิตเท่านั้น
- วิธีการเพาะเลี้ยงไวรัสที่ง่ายและประหยัด คือ
- 1 เลี้ยงไวรัสในไข่ไก่ที่ได้รับการผสมแล้ว (Chick embryo)
- ไข่ไก่ฟักมีอายุ 5-12 วัน
- ฉีดไวรัสผ่านเปลือกไข่เข้าไป ปิดรูด้วยขี้ผึ้ง พาราฟิน
- บ่มไข่ไก่ที่ 36 องศา
- 2 เลี้ยงในเซลล์เพาะเลี้ยง (cell culture) เนื้อเยื่อ ตับ ไต ปอด ผิวหนัง กล้ามเนื้อจากหนู ลูกไก่ ลิง คน
- 3 เลี้ยงไวรัสในสัตว์ทดลอง ลิง หนูแฮมสเตอร์ ลูกหนูขาว กระต่าย หนูตะเภา
โรคโปลิโอ (poliomyelitis)
- เชื้อไวรัสก่อโรค: polio virus
- การติดต่อ : การกิน หรือสูดดมเอาเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
- ระยะฟักตัว : ประมาณ 7-14 วัน
- อาการ > 90% ของผู้ติดเชื้อโปลิโอ ไม่แสดงอาการ (แพร่เชื้อทางอุจจาระ)
- บางรายมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพียงเล็กน้อย แล้วหายเป็นปกติดี
- ส่วนน้อยจะพิการ หรือเสียชีวิต
- การป้องกัน : ฉีดวัคซีน OPV (oral polio vaccine) โดยการหยดทางปาก
โรคสุกใส (chicken pox)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : varicella - zoster virus (VZV)
- การติดต่อ : ทางน้ำมูก น้ำลาย และแผลที่ผิวหนัง
ระยะฟักตัว : ประมาณ 14-16 วัน (แพร่เชื้อช่วงก่อนมีอาการ 2 วัน)
โรคงูสวัด (herpes zoster,shingles)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : varicella-zoster virus (VZV)
- เชื้อซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาทรากบนของไขสันหลัง (dorsal root ganglion)
- เป็นตุ่มใสตามแนว dermatome (แนวเส้นประสาทของผิวหนัง)
โรคเริม (herpes simplex)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : herpes simplex virus (HSV)
- 1 อาการเรมบริเวณฝีปาก : เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายประมาณ 6-8 วัน ผิงบริเวณนั้นเกิดตุ่มน้ำพองใสเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 2เม็ด (ระยะติดต่อ)
- 2 อาการเรมบริเวณอวัยวะเพศ : -มีอัตราการติดต่อสูง โดยมักิดต่อทางเพศสัมพันธ์
-อาการรุนแรงในช่วงการติดเชื้อครั้งแรก
-เกิดอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 2-3 วัน ถึง 3 สัปดาห์
-ปวดแสบปวดร้อน ระคายเคืองบริเวณที่จะเกิดตุ่มแผล
-ปวดศรีษะ เป็นไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
-ผ่านไป 10 วัน จะมีตุ่มใสๆ เกิดขึ้นและมีอาการเจ็บปวดมาก
โรคหัด (measles,rubeola)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : rubeola virus
- การติดต่อ : ทางลมหายใจ(ติดต่อง่ายโดยการไอ,จาม) การสัมผัสน้ำมูก
- ระยะฟักตัว : 9-12 วัน (บางรายนานถึง 21วัน)
- การป้องกัน : ฉีดวัคซีน MMR (measles,mumps and rubella vaccine)
โรคหัดเยอรมัน (German measles,rubella)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : rubella virus
- การติดต่อ : การไอ จาม หายใจรดกัน
- ระยะฟักตัว : 14-21 วัน
- การป้องกันโรค : ฉีดวัคซีน MMR
โรคพิษสุนัขบ้า (rabies)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : rabies virus
- การเกิดโรค : โรคกลัวน้ำ (hydrophobia)
- การติดต่อ : น้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ
- ระยะฟักตัว : ประมาณ 2-8 สัปดาห์
** อาจสั้นเพียง 5 วัน หรือยาวนานเกินกว่า 1 ปี
โรคคางทูม (mums)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : mumps virus
- การติดต่อ : ติดต่อโดยตรงทางการหายใจและสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย เช่น การดื่มน้ำ และอาหารที่ใช้ภาชนะร่วมกัน
- ระยะฟักตัว : 14-25 วัน
- เชื้อเข้าไปเพิ่มจำนวนในเื่อบุทางเดินหายใจ และต่อมน้ะเหลืองบริเวณใกล้เคียง
- เข้าสู่กระแสเลือด ไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ต่อมน้ำลาย ตับอ่อน อัณฑะ รังไข่ และเยื่อหุ้มสมอง > อักเสบ บวม แดง
- มีอาการไข้คล้ายไข้หวัด ประมาณ 2-3วัน และมีอาการเจ็บบริเวณหน้าหูร่วมกับอาการบวม
- ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ ภาวะตับอ่อนอักเสบ และถุงอัณฑะอักเสบในเด็กผู้ชาย
- การป้องกัน : ฉีดวัคซีน MMR
โรคไข้หวัดใหญ่ (influenza)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : influenza virus
- แบ่งเป็น 3 Type
- 1 influenza virus A (ติดเชื้อในคน และสัตว์ : ม้า สุกร นก ไก่)
- 2 influenza virus B (ติดเชื้อในคน)
- 3 influenza virus C (ติดเชื้อในคน)
โรคไข้เลือดออก (dengue fever)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : dengue fever virus (DENV)
- การติดต่อ : พาหะนำโรค คือ ยุลายบ้าน
- ระยะฟักตัว : 3-14 วัน (ส่วนใหญ่ประมาณ 4-7 วัน)
- อาการ : จำแนกตามลักษณะความรุนแรง ดังนี้
- 1 Dengue fever ,DF คือ ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ | ปวดกระดูก มีผื่นหรือจุดเลือดออก
- 2 Dengue hemorrhagic fever , DHF คือ ไข้สูงลอยเป็นประมาณ2-7วัน มีจุดเลือดออก ตับโต และมีอาการเปลี่ยนแปลงทางระบบไหลเวียนโลหิต จนเกิดภาวะช็อคได้ และมีการรั่วของพลาสมา
- 3 Dengue shock syndrome,DSS คือ DHF ร่วมกับมีภาวะช็อค โดยมีอาการร่วมคือ ชีพจรเบาเร็ว และมีการเปลี่ยนแปลงของความดันเลือด
โรคไวรัสตับอักเสบ (hepatitis virus)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : hepatitis virus
- เชื้อไวรัสที่ทำให้มีการอักเสบของเซลล์ตับมีหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี และ อี
- ไวรัสตับอักเสบ เอ : สามารถติดต่อทางอาหาร และน้ำ ผู้ป่วยมักมีอาการเฉียบพลันแต่ไม่กลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง
- ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี : มักติดต่อทางเลือดสารคัดหลั่งและเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกันและผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังได้
- ไวรัสตับอักเสบ ดี และ อี : เป็นไวรัสตับอักเสบที่พบได้น้อย
โรคมือ เท้า ปาก (hand foot mouth disease)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : coxsackie virus
- เป็นโรคที่ไม่รุนแรง เรียกว่า mild disease
- อาการ : มีผื่นและตุ่มน้ำใส (หายได้เองในเวลา 5-7 วัน หรือไม่เกิน2สัปดาห์)
- การติดต่อ : fecal-oral transmission
โรคเอดส์ (AIDS)
- เชื้อมีความจำเพาะ : เซลล์เม็ดเลือดรบยและ cell ระบบประสาท ได้ดีกว่า cell อื่น
- HIV
- human immunodeficiency virus เชื้อไวรัสที่จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- AIDS
- acquired immune deficiency syndrome กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากการติดเชื้อ HIV ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ > เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกเชื้อ HIV ทำลาย > ไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายได้
โรค HPV
- ไวรัสมะเร็งปากมดลูก ผู้ชายก็ติดเชื้อได้
- ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์,การสัมผัสใกล้ชิด
- พฤติกรรมเสี่ยง : คนที่มีคู่นอนหงายคน,คนที่มีแฟนเจ้าชู้,เริ่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย,ผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ,ใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ช่วยตัวเอง
- อาการสังเกต : ตกขาวผิดปกติมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์
- วิธีป้องกัน : ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย,หลีกเลี่ยงพฤติกรรมวันไนท์สแตน,สวมถุงยางอนามัย,ฉีดวัคซีนป้องกัน,ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ
โรคไข้ซิก้า(Zika fever)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : Zika virus
- เกิดจากยุงลายที่เป็นพาหะ
- อาการ : ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายเองได้ มีอาการไข้ ผื่น ตาแดง หรือ ปวดข้อ อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายใน 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ยกเว้น หญิงตั้งครรภ์ อาจกระทบทารกในครรภ์ มีความเสี่ยงสูงทำให้ศรีษะเล็กตั้งแต่แรกเกิด
โรคชิคุนกุนยา (chikungunya)
- เชื้อไวรัสก่อโรค : chikungunya virus,CHIK V
- อาการ : มีไข้ ผื่น ตาแดง ปวดข้อ ปวดหลัง
- อาการร่วม : อ่อนเพลีย ปวดศรีษะ ต่อมน้ำเหลืองโต อุจจาระร่วง
- กลุ่มเสี่ยง : หญิงตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อทารกทำให้เกิดมามีสองเล็ก หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้
- ป้องกัน : ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ป้องกันไม่ใ้ยุงเกิด “ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย”
- รักษา : ไม่มีวัคซีนป้องกันโรค รักษาตามอาการกินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ห้ามกินยาแอสไพริน หรือ ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
แยกให้ออกระหว่าง
- โรคชิคุนกุนยา
- ไข้สูงฉับพลัน
- ไข้ระยะเวลาสั้น 2-4วัน
- ผื่นแดงเป็นปื้น
- ปวดเมื่อย ปวดข้อ
- ไม่มีเกร็ดเลือดต่ำ
- โรคไข้เลือดออก
- ไข้สูงลอย
- ไข้ระยะเวลาสั้น 2-7 วัน
- ผื่นแดงจำนวนมาก
- ปวดเมื่อยน้อยกว่า
- มีเกร็ดเลือดต่ำ เลือดออกอาจเกิดอาการช็อคได้
ROTA virus
- เชื้อโรคที่ติดต่อผ่านการรับเชื้อเข้าทางปากทำให้มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง มักพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ผู้ปกครองเด็ก รวมถึงผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- อาการ : มีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเหลว 3ครั้ง/วัน หรือมากกว่า ในรายที่รุนแรงมากอาจขาดน้ำ หากรักษาไม่ทันอาจช็อกและเสียชีวิตได้
- การป้องกันโรค : ล้างมือให้สะอาด กำจัดขยะมูลฝอยและเศษอาหาร รับประทานอาหารปรุงสุกและสะอาด ทำความสะอาดอุปกรณ์ของเล่นและเสื้อผ้าของผู้ป่วย
RSV (respiratory syncytial virus)
- โรคที่พบมากช่วงหน้าฝนในเด็กเล็ก
- มีหลายโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก ไข้เลือดออก อีสุกอีใส และ อีกหนึ่งโรคที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งคือ การติดเชื้อไวรัส RSV
- อาการ : มีเสียงหวีดในปอด มีเสมหะมาก ไอแรง เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
- การป้องกัน : ล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดของเล่น ใส่หน้ากากอนามัย ห้ามคนอื่นสัมผัส-หอมลูก ดูแลร่างกายให้อบอุ่นเสมอ