Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
การประเมินสุขภาพหญิงตั้งครรภ์
11 แบบแผน
แบบแผนที่1 : หญิงตั้งครรภ์อายุ31ปี สัญชาติไทย ตั้งใจตั้งครรภ์ ไม่มีการคุมกำเนิด ไม่ได้วางแผนว่าจะมีตั้งครรภ์อีก รับรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์
แบบแผนที่2 : รัประทานอาหารครบวันละ 3 มื้อตั้งแต่ตั้งครรภ์รู้สึกทานอาหารได้น้อยลง แต่หิวบ่อย ชอบดื่มกาแฟและชอบทานอาหารรสจัด เช่น ส้มตำ แต่เมื่อทราบว่าตนตั้งครรภ์ก็ทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น เช่น ปลา ไข่ เป็นต้น และไม่ได้ดื่มกาแฟ ดื่มเหล้าเฉพาะเวลาสังสรรค์ ไม่สูบบุหรี่แต่บิดาสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ไม่มีอาการแพ้ท้อง อาการทั่วไป น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์44กิโลกรัม หลังตั้งครรภ์45.1กิโลกรัม
แบบแผนที่3 : ก่อนตั้งครรภ์ปัสสาวะวันละ3-4ครั้ง ลักษณะสีเหลืองใส ไม่มีตะกอน และอุจจาระทุกวันตอนเช้า หลังตั้งครรภ์ปัสสาวะบ่อยกว่าก่อนตั้งครรภ์ ลักษณะเหลืองใส ไม่มีตะกอน และมีอาการท้องผูก ท้องอืด 3-4วันอุจจาระ1ครั้ง
แบบแผนที่4 : ก่อนตั้งครรภ์ไม่มีออกกำลังกาย แต่มารดาทำงานต้องใช้การเคลื่อนไหวเยอะ ขณะตั้งครรภ์ยังทำงานเช่นเดิม
แบบแผนที่5 : นอนเวลาเที่ยงคืน และตื่นนอนเวลา8.00น. นอนวันละ8ชั่วโมง นอนหลับสนิท มีลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ไม่มีอาการเพลียจากการทำงาน
แบบแผนที่6 : รับรู้วันเวลาสถานที่ว่าวันนี้วันที่9 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา10.30น. รับรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์และรู้สึกดีที่ตนเองตั้งครรภ์
แบบแผนที่7 : รับรู้ว่าการตั้งครรภ์จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น แพ้ท้อง ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น เต้านมใหญ่ขึ้น เป็นต้น
แบบแผนที่8 : การปรับตัวหลังตั้งครรภ์ คือเมื่อทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ ได้มีการปรับเปลี่ยนการทานอาหารให้มีประโยชน์มากขึ้น เช่น ทานเนื้อปลา ทานไข่มากขึ้น และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่นกาแฟ
แบบแผนที่9 : ก่อนตั้งครรภ์ไม่มีการคุมกำเนิด ไม่มีการทานยาคุม
แบบแผนที่10 : ไม่มีความเครียด เนื่องจากมีความพร้อมในการเลี้ยงบุตร หลังจากครรภ์นี้ ยังไม่ได้มีการวางแผนมีบุตรคนที่2
แบบแผนที่11 : ไม่มีความเชื่อทางศาสนาหรือความเชื่ออื่นๆ
ข้อมูลส่วนตัว
หญิงตั้งครรภ์ ชาวไทย อายุ32ปี G1P0 ทำงานที่siam discovery LMP.:24 พฤศจิกายน 2564
EDC.: 31 สิงหาคม 2565
GA 11 wks. น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ 44 กิโลกรัม
น้ำหนักปัจจุบัน 45.1 กิโลกรัม
สัญญาณชีพแรกรับ BP = 121/81 PR = 82 bpm.
ส่วนสูง 153 เซนติเมตร BMI = 18.7 kg/m2
ไม่มีอาการผิดปกติ ไม่เคยได้รับวัคซีนบาดทะยัก
ไม่มีโรคประจำตัว ปฏิเสธการเจ็บปวดในครอบครัว
ปัจจัยเสี่ยง
แม่อายุ32ปี เสี่ยงเป็นเบาหวาน
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติ
Glucose Challenge Test(50gm) 160mg/dL
ซึ่งค่าปกติ 0-140 mg/dL คัดกรองเนื่องจากอายุ>30ปี
เสี่ยงต่อเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
วินิจฉัยโดยใช้ 100 gm OGTT
ผิดปกติ 2 ค่าขึ้นไป นัด 1 เดือน repeat OGTT
ผิดปกติ 2 ค่าขึ้นไป
เป็นGDM
แยกtype โดย FBS และ
2 hr PPG
FBS < 95mg/dL และ
2 hr PPG <120 mg/dL
1 more item...
FBS > 95 mg/dL และ
2 hr PPG >120mg/dL
1 more item...
ผิดปกติ 1 ค่า = ไม่ได้เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
คำแนะนำเกี่ยวกับตรวจOGTT
งดน้ำงดอาหาร8ชั่วโมง
ให้ข้อมูลมารดา : กินน้ำตาล100g. แล้วเจาะเลือด
เข็มที่1 ตรวจfasting blood sugar
เข็มที่ 2,3,4ตรวจดูปริมาณน้ำตาลหากน้ำตาลไม่ลด
แสดงว่าอินซูลินทำงานไม่ดี
GDM
พยาธิสรีรวิทยา
โดยปกติการตั้งครรภ์ทำให้ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน โดยเฉพาะในช่วงกลางของการตั้งครรภ์ประมาณ 24 - 28 สัปดาห์ หรือในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ไปจนถึงไตรมาสท่ี 3 ของการตั้งครรภ์ ไขมันของมารดาจะจับกับฮอร์โมน(HPL)ที่สร้างจากรกเป็น สาเหตุให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ผลกระทบต่อทารกในครรภ์
Macrosomia
DFIU
Congenital anomaly
ผลกระทบต่อมารดา
ภาวะแทรกซ้อน nephropathy,retinopathy
PIH
Pre-eclampsia
Polyhydramnios จาก fetal polyuria
Abortion
Preterm
อาการ
กระหายน้ำ
หิวบ่อย
ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก
น้ำหนักเพิ่มขึ้น
ผลกระทบต่อทารกแรกเกิด
Hypoglycemia
ขาดออกซิเจน
Birth asphyxia
ABO Group O
RH Group Positive
Indirect antiglobulin Test /Ab screening Negative
Complete Blood Count
Hemoglobin(Hb) 11.4 g/dL (ค่าปกติ > 11 g/dL)
Hematocrit(Hct) 35.0 % (ค่าปกติ > 33 %)
MCV 76.3 fL (ค่าปกติ 80 - 100 fL)
MCH 24.8 pq (ค่าปกติ 25.9 - 32.4 pq)
Neutrophil 76.6 % (ค่าปกติ 48.2 - 71.2 %)
Lymphocyte 18.1 % (ค่าปกติ 21.1 - 42.7 %)
เสี่ยงเป็นthalassemia
พาสามีมาตรวจ
สามี มีค่าMCVหรือDCIP ผิดปกติ ค่าใดค่าหนึ่ง
Hb typing เพื่อหา major thalassemia
หากพบ major thalassemia ปรึกษาแพทย์และหญิงตั้งครรภ์ เรื่องการทำแท้งก่อน24wks
ตั้งครรภ์ได้ปกติ
สามี มีค่าMCVปกติและค่าDCIP Negative
ปกติ
จำแนกthalassemia
Thalassemia major
Hb Bart's hydrops fetalis แอลฟา+แอลฟา รุนแรงสุด ตายคลอด มีลักษณะบวมซีด รกใหญ่ ท้องป่อง ตับม้ามโต
ทารกมักเสียชีวิตก่อนคลอด ทารกที่สามารถรอดชีวิตได้หลังคลอดหลังคลอดมักจะมีความผิดปกติทางสมอง และสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ โดยต้องดำเนินการก่อนอายุครรภ์ 24 wks
Homozygous beta-thalassemia เบต้า+เบต้า ซีดตั้งขวบแรก อ่อนเพลีย ตับม้ามโต ท้องป่อง
Beta-thalassemia/HbE บางราย
Thalassemia intermedia
Beta-thalassemia/HbE บางราย
สามารถตั้งครรภ์ต่อได้ โดยเลือกการรักษาได้หลายวิธี
เช่น การดูแลรักษาทางแพทย์ประจำบ้าน การถ่ายเลือด กรดโฟลิก การทานยาhydroxyurea และทานอาหารที่มีเหล็กต่ำ
Hb H disease with Hb CS และ HbH diasease
ซีด ตัวเหลือง ตับม้ามโตเล็กน้อย
Homozygous Hb CS
Thalassemia minor
Hb E trait ไม่มีอาการหรืออาการซีดเล็กน้อย ไม่ต้องรักษา
สามารถตั้งครรภ์ต่อไป
Homozygous HbE ภาวะเลือดจางเล็กน้อย ไม่ต้องรักษา
ภูมิคุ้มกันวิทยา
HBsAg = negative
HIV Ab = Non reactive
VDRL(RPR) = Non reactive
Screening Test for Thalassemia
Hb E Screening (DCIP) Positive
วินิจฉัยทางการตั้งครรภ์
Presumptive signs
✅ประจำเดือนขาด LMP : 24/11/2564
✅ ปัสสาวะบ่อย
Probable signs
✅ตรวจPregnancy test พบ hCG ขึ้น 2ขีด
Positive signs
❌ยังไม่ได้ตรวจpositive signs
คำแนะนำ
GDM
ควบคุมอาหาร: รับประทานอาหารให้ครบทั้ง5หมู่
ลดอาหารพวกแป้งหรือน้ำตาล ควรทานผลไม้สดมากกว่าขนม ผลไม้ที่ทานได้ควรเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสหวานมาก
ออกกำลังกาย : สามารถออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอวันละ15 - 20 นาที เช่น การเดินแขว่งแขน
การฝากครรภ์ : ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน
เพื่อตรวจสุขภาพของทารก
ทั่วไป
ให้แนะนำให้อยู่ห่างจากควันบุหรี่
เนื่องจากมีโทษของบุหรี่มือสอง
เกิดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์ มีอาการครรภ์เป็นพิษ แท้ง คลอดก่อนกำหนด
น้ำเดิน IUGR
มีความเสี่ยงที่ทารกมีน้ำหนักตัวและความยาวน้อยกว่าปกติ พัฒนาการทางสมองช้ากว่าปกติ และอาจจะมีความผิดปกติทางระบบประสาท และความจำ
ไม่ควรให้มีการสูบบุหรี่ในบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือที่อาจจะปนเปื้อนสารเคมีจากบุหรี่
รับประทานอาหารให้ครบ5หมู่และมีประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ เน้นการทานอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ หลีกเลี่ยงการทานอาหารหมักดอง เครื่องดื่มคาเฟอีน
แนะนำให้มาฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้งเพื่อป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนและให้คำแนะนำต่างๆ
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
Thalassemia
รับประทานอาหารให้ครบทั้ง5หมู่
เน้นรับประทานกรดโฟลิก เช่น ผักใบเขียว ไข่ นม
หลีกเลี่ยงอาหารธาตุเหล็กสูง
พักผ่อนให้เพียงพอ
รักษาความสะอาด
ไม่ออกกำลังกายหนักจนเกินไป
รับประทานอาหารบำรุงเลือดชนิดกรดโฟลิกตามแผนการรักษาของแพทย์