Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การฟังดูพูดให้สัมฤทธิ์ผล - Coggle Diagram
การฟังดูพูดให้สัมฤทธิ์ผล
การฟัง คือ การรับรู้ความหมายจากเสียงที่ได้ยิน เป็นกระบวนการทำงานของสมอง ส่วนการได้ยินเป็นจุดเริ่มต้นของการฟัง เป็นเพียงการกระทบกันของเสียงกับประสาทหูตามปกติ
-
- เพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน การฟังประเภทนี้ทำให้มนุษย์คงความสัมพันธ์ที่ดีตลอดไปซึ่งเป็นพฤติกรรมปรกติของมนุษย์
- เพื่อความเพลิดเพลิน เป็นการฟังเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด จัดเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนันทนาการ การฟังประเภทนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ฟัง.
- เพื่อรับความรู้ เป็นการฟังเรื่องราว ข่าวสาร วิชาการ ข้อเสนอแนะ
-
- เพื่อได้คติชีวิตและความจรรโลงใจ จรรโลงใจ คือ การยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น การฟังเพื่อได้คติชีวิตและความจรรโลงใจ มีผลทำให้ผู้ฟังเกิดวิจารณญาณ เกิดสติปัญญา มีความสุขุม ผู้ฟังจึงต้องตั้งใจฟัง และการฟังประเภทนี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เพราะจะช่วยให้ผู้ฟังมีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม และไปในทางที่สร้างสรรค์ เลือกเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ รู้จักปฏิเสธในสิ่งที่ตนพิจารณาแล้วว่าไม่ชอบด้วยเหตุผล หรือขัดต่อสภาพความเป็นจริง
-
- การฟังระหว่างบุคคล เป็นการฟังที่ไม่เป็นทางการ เช่นฟังการสนทนา การสอบถาม คำแนะนำ
- การฟังในกลุ่มขนาดเล็ก เป็นการฟังกึ่งทางการเช่นการปรึกษาหารือร่วมกัน วางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน
- การฟังในที่ประชุม เป็นการฟังที่เป็นทางการ ผู้ฟังต้องรักษากิริยามารยาท เช่น ฟังการบรรยาย สาธิต
- การฟังจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นการฟังที่ไม่เป็นทางการ
-
- ทราบว่าจุดประสงค์ได้แก่อะไร
- ทราบว่าเนื้อความครบถ้วนแล้วหรือไม่//อย่างไร
- พิจารณาได้ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ //เพราะอะไร
- เห็นว่าสารนั้นมีคุณค่าหรือไม่ อย่างไร
ใช้ดุลยพินิจแล้วผู้ฟังยังสามารถบอกได้อีกว่าสารที่ส่งมามีคุณค่าเพียงใด ในแง่ใดบ้าง ถ้าสามารถตอบคำถามข้างต้นได้ถือว่าผู้ฟังสามารถฟังได้สัมฤทธิ์ผลสูงมากเป็นพิเศษ
คำว่า “ดุลยพินิจ” หมายถึง การใช้ปัญญาพิจารณาด้วยความไม่เอนเอียง ปราศจากอคติ เป็นความสามารถที่ค่อย ๆ เจริญขึ้นในตัวบุคคลเมื่อมีโอกาสได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจากบิดา มารดา ครู อาจารย์ สภาพแวดล้อม
การฝึกฟังให้สัมฤทธิ์ผล
- ฟังเรื่องที่ไม่ยากและไม่ยาวจนเกินไป เช่น ฟังข่าววิทยุ และโทรทัศน์แล้วสามารถจับสาระ ของเรื่องมาเล่าให้ผู้อื่นฟังได้
- หาโอกาสฟังสิ่งที่มีสารประโยชน์อยู่เป็นนิจ เช่น ฟังรายการสารคดีทางวิทยุและโทรทัศน์ แล้วนำมาวิเคราะห์วิจารณ์กับผู้ที่ได้ฟังรายการด้วยกัน จะช่วยพัฒนาความสามารถในการฟังของเราให้สัมฤทธิ์ผลสูงขึ้น
- หมั่นฟังการบรรยายหรือการอภิปรายในโอกาสต่าง ๆ เช่น สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ วันครู วันเด็ก
- บันทึกเรื่องที่ได้ยินได้ฟังไว้เสมอ เพื่อสามารถที่จะเก็บข้อมูล หลักฐานต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ตรวจสอบภายหลัง
-
- การฟังเฉพาะหน้าผู้ใหญ่ ผู้ฟังพึงสำรวมกิริยาอาการ สบตากับผู้พูดเป็นระยะ ๆ ให้พอเหมาะ แต่ไม่ถึงกับจ้องหน้า ไม่ชิงพูดก่อนที่คู่สนทนาจะพูดจบความ ถ้าฟังไม่เข้าใจควรถามเมือผู้พูดพูดจบกระแสความ
- การฟังในที่ประชุม ในที่ประชุมขณะที่ประธานหรือผู้ร่วมประชุมคนอื่นพูด
เราจำเป็นต้องตั้งใจฟัง อาจจดข้อความสำคัญไว้ ไม่ควรพูดกระซิบกับคนอื่นที่อยู่ข้างเคียง ไม่ควรพูดแซงขึ้นต้องฟังจนจบแล้วจึงขออนุญาตพูด
- การฟังในที่สาธารณะ ข้อควรระวังสำหรับการฟังในที่สาธารณะ เช่น โรงละคร โรงภาพยนตร์ มีดังนี้
-
-
-
-
-
การฟังให้สัมฤทธิ์ผล
ฟังให้สัมฤทธิ์ผล หมายถึง ฟังให้ได้รับความสำเร็จ การฟังให้สัมฤทธิ์ผลจะมีระดับสูงหรือต่ำ มากน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญคือ โอกาสของการฟัง และระดับขั้นของการฟัง ดังนั้นขั้นแรกผู้ฟังจึงควรวิเคราะห์โอกาสที่ฟัง
การพูด
-
ื
- ต้องใช้สื่อความหมายทางตาและทางหู การสื่อความหมายเห็นได้ คือ ท่าทาง
- ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์การพูด ซึ่งประกอบด้วยผู้ฟัง โอกาส เรื่อง และตัวผู้พูด
-
-
- ต้องมีความจริงใจ ผู้ฟังมักจะเชื่อคำพูดของผู้ที่คนเชื่อถือ วิธีพูดที่แสดงความจริงใจ คือ ต้องมีความสุจริตใจ
- ประมาณตนไม่อวดวิเศษ ผู้พูดใหม่ๆมักจะประมาณตน แต่พอคุ้นกับการพูดอาจจะหลงตัวเองจนทำให้ผู้ฟังหมั่นไส้
- ต้องมั่นใจและแน่ใจ ไม่ควรทำท่าทางงกเงินหรือประหม่าแสดงว่าผู้พูดไม่มั่นใจตนเอง
- ไม่ดึงดูดความสนใจให้กับการแสดงมากกว่าสาระของเรื่อง
- มีความกระตือรือร้นมีชีวีตชีวา
-
การดู
-
การดูเป็นทักษะของการรับสาร การรับสารจะให้สัมฤทธิ์ผล จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ หลักการที่สำคัญคือฟังและดูให้รู้เจตนาของผู้ส่งสารรับสารให้ครบถ้วน เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าสารนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ประเมินคุณค่าของสาร นำส่วนที่เป็นความรู้ แนวคิดที่ดีมาเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง สังคม และแก้ไขปัญหา
-
-
-
-
-
นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณค่าของเรื่องที่ฟังและดูได้ตามหลักเกณฑ์ รวมทั้งนำข้อมูลนั้นมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
-
-
-
-
-
๑. บูรณาการกับทุกกลุ่มสาระ โดยนำหลักการฟังและดูอย่างมีสัมฤทธิ์ผลไปใช้ในการฟังและดูสารทุกประเภท แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น นำสิ่งที่เป็นความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
๒. บูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ ความคิดจากการสัมพันธ์ทักษะการอ่าน การเขียน การพูด การฟัง การดู
-
-
-
-
-