Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ประเด็นทางจริยธรรมในการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ และการดูแลระยะท้ายของชีวิต -…
ประเด็นทางจริยธรรมในการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ และการดูแลระยะท้ายของชีวิต
หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติ มีผู้ป่วยที่อาการวิกฤติค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นมักจะมีอัตราการตายสูงที่สุดในโรงพยาบาล
การดูแลผู้ป่วยมุ่งเน้นการรักษาให้หาย แต่ palliative care ไม่ได้มุ่งเน้นที่การหายจากตัวโรค แต่สามารถปรับเปลี่ยนการดูแลให้สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วยได้ ซึ่งการดูแลแบบ palliative care ทำได้ในรูปแบบหนึ่งในผู้ป่วยมี่สามมารถรักษาให้หายแต่หากรักษาไม่หาย ไม่มีโอกาสหายจะดูแลแบบ palliative care ที่เต็มรูปแบบชัดเจนมากขึ้น
มโนทัศน์เกี่ยวกับการเจ็บป่วยระยะท้ายและภาวะใกล้ตาย
การเจ็บปวยระยะสุดท้าย ภาวะที่คุกคามถึงชีวิต อวัยวะทำหน้าที่ลดลงไม่สามารถกลับคือสู่สภาวะปกติได้ ไม่ามารถรักาาได้ เป้าหมายให้ดูแลแบบประคับประคอง
ภาวะใกล้ตาย คือผู้ที่เข้าสู่ระยะเวลาใกล้เสียชีวิต การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายมากขึ้น อวัยวะสำคัญของร่างกายลดลงหรือล้มเหลว มีค่า PPS น้อยกว่า 30
การดูแลแบบประคับประคอง มุ่งเป้าหมายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยที่มีโรคหรือภาวะคุกคามต่อชีวิต โดยป้องกันและบรรเทาความทุกข์ ประเมินสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบ
ความแตกต่างระหว่างการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติและทัวไป
6.ทรัพยากรมีจำกัด การใช้จึงควรพิจารณาใช้กับผู้ป่วยที่มีโอกาสจะรักษาให้อาการดีขึ้นได้ ไม่ใช่ใช้กับผู้ป่วยวิกฤติทุกราย
4.Multidisciplinary team ทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาร่วมกันมากกว่า1 สาขา มุ่งเน้นในการรักษาอวัยวะที่ตนรับผิดชอบ อาจไม่ได้มองผุ้ป่วยแบบองค์รวม ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลแบบ palliative care
3.ความไม่แน่นอนของอาการ ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะดีขึ้นและกลับไปทรุดลงได้หลาย
5.ผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤติมีอาการไม่สุขสบายหลายอย่างและมีแนวโน้มถูกละเลย มุ่งประเด็นไปที่การหายของโรคมากกว่าความสุขสบายของผู้ป่วย
2.ความคาดหวังของผู้ป่วยและครอบครัว ผู้ป่วยวิกฤติมากขาดการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสุขภาพที่ทรุด
7.สิ่งแวดล้อมในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติ มีอัตราตายสูง ไอซียูจะพลุกพล่าน วุ่นวาย มีเสียงสัญญาณเตือนดังเกือบตลอดเวลา และเป้นสถานที่สุดท้ายก่อนผู้ป่วยจะจากไป
1.Professional culture เป็นผู้ที่ทำงานในหอผู้ป่วยวิกฤติจะคุ้นเคยกับการรักษาผู้ป่วยเพื่อให้มีชีวิตรอดพ้นจากวิกฤติ
แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางจริยธรรม
2.จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะในการตัดสินใจเชิงจริยธรรม
3.รู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของพยาบาล
1.ให้ความรู้แก่พยาบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงจริยธรรม
4.จริยธรรมสำหรับการทำงานของทีมสุขภาพ โดยมีความเคารพซึ่งกันและกัน
แนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
1.แนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง palliative care
โดยเริ่มตั้งแต่ไม่เจ็บป่วย ขณะเจ็บป่วย หรือเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับความตาย กำลังอยู่ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
2.แนวคิดการดูแลตามทฤษฎีความสุขสบาย (Comfort theory)
เน้นความสุขสบายที่เป้นผลลัพธ์ของการพยาบาล เป็นภาวะที่บุคคลได้รับความต้องการทันที่เพื่อบรรเทา สงบ ผ่อนคลาย และอยู่เหนือปัญหา
กิจกรรมการดูแลที่ส่งเสริมความสุขสบายของผู้ป่วยและครอบครัวตามทฤษฎี
2.การสอนแนะนำเป็นพี่เลี้ยง (coaching)
3.อาหารด้านจิตวิญญาณ (comfort food for the soul)
1.มาตราฐานการพยาบาลเพื่อความสุขสบาย
4.การดูแลแบบประคับประคองมุ่งให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบหรือตายดี (Good death)
ประเด็นจริยธรรมที่สำคัญในการพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤติ การเจ็บป่วยระยะท้ายและภาวะใกล้ตาย
6.การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ (Organ transplantation) ต้องพิจารณเกี่ยวกับโอกาสรอดชีวิตหลังผ่าตัด ระยะเวลาการมีชีวิตอยู่หลังผ่าตัด
3.การฆ่าตัวตายโดยความช่วยเหลือจากแพทย์ (Physician-assisted suicide) คือการฆ่าตัวตายโดยเจตนา
2.การยืดหรือการยุติการรักษาที่ยืดชีวิต 2.1การยั้บยั้งการใช้เครื่องมือช่วยชีวิตในการบำบัดรักษา 2.2 การเพิกถอนการใช้เครื่องมือช่วยชีวิตในการบำบัดรักษา
4.การจัดสรรทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด ต้องคำนวนถึงประโยชน์มากที่สุดความจำเป็นของบุคคล มีความเสมอภาค อายุ พิจารณาจากผลการรักษาว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จเพียงใด
1.การุณยฆาต การให้ผู้ป่วยได้พบความตายอย่างสงบ แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.1การทำการุณยฆาตโดยความสมัครใจ (Voluntary euthanasia) 1.2 การทำการุณฆาตโดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถตัดสินใจได้เอง (Involuntary euthanasia)
5.การบอกความจริง (Truth telling) 1.บอกความจริงทั้งหมด 2.บอกความจริงบางส่วน 3.การหลอกลวง 4.การประวิงเวลาการบอกความจริง
การดูแลผู้ป่วยวิกฤติในระยะท้ายของชีวิต (End of lift care in ICU)
ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่วันแรหสนับสนุนให้มีการทำ Family meeting
2.ผู้ป่วยมีอาการไม่สุจสบายและไม่ได้จัดการอย่างเหมาะสมมากกว่าหอผู้ป่วยอื่น
3.มีการสื่อสาารในหัวข้อแผนการรักษาน้อยกว่าผู้ป่วยอื่นในโรงพยาบาล
1.มีการดูแลในหอผุ้ป่วยวิกฤติน้อยกว่าหอผู้ป่วยอื่นๆ
หลักการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติ
2.การปรึกษาทีม Palliative care ของโรงพยาบาลนั้นๆมาร่วมดูแลในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากผู้ป่วยวิกฤติเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลาย
3.การดูแลแบบผสมผสาน หลักการพยาบาลแบบองค์รวม ผมผสานภูมิปัญญาตะวันออกสำหรับผู้ป่วยวิกฤติระยะท้ายและใกล้ตาย การคงไว้ซึ่งหน้าที่ของอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ป้องกันภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟู จิตสังคม การดูแลแบบผสมผสานการประยุกต์ใช้แบบภูมิปัญญาตะวันออก
2.กรผสมผสานกายจิต
3.อาหารและสมุนไพร
1.ระบบการแพทย์เฉพาะ
4.พลังบำบัด
1.ทีมสุขภาพที่ทำงานในไอซียูเป็นผู้เริ่มลงมือด้วยตนเอง การประเมินความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว การสื่อสารและการจัดการอาการไม่สุขสบายต่างๆ
หลักการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยในระยะท้ายใกล้ตาย
5.การดูแลทั่วไป ดูแลความสะอาดร่างกาย การได้รับสารน้ำให้พอแก่ความต้องการของร่างกาย
6.การดูแลด้านอารมณ์และสังคมของผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับความตายที่จะมาถึง จิตใจจดจ่อกับสิ่งดีงาม ปลดเปลื้องสิ่งค้างคาใจ แนะนำให้ผู้ป่วยปล่อยวางสิ่งต่างๆ สร้างบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัว
4.การจัดการอาการไม่สุจสบาย ช่วยเหลืออาการปวด อาการท้องผูก เบื่อาหาร อาการปากแห้ง อาการท้องมานหรือบวมในท้อง อาการไอ อาการหอบเหนื่อยหายใจลำบาก การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ อาการบวม อาการคัน การเกิดแผลกดทับ
7.การดูแลด้านจิตวิญญาณผุ้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัว
3.การสื่อสาร สำคัญอย่างมาก สามารถลดความไม่สุขสบายใจ ลดการเกิดความไม่พอใจของครอบครัว เพิ่มความพึงพอใจในการให้บริการ
8.ดูแลให้ได้รับการประชุมครอบครัว
11.การดูแลจิตใจครอบครัวผู้ป่ยต่อเนื่อง
9.การดูแลให้ผู้ป่วยและญาติเข้าถึงการวางแผนการดูแลล่วงหน้า
2.การประเมินระดับ Palliative Performance Scale (PPS) เพื่อใช้ประเมินสภาวะของผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาแบบประคับประคอง
3.ใช้เป็นเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยเพื่อเข้าดูแลในสถานที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
4.ใช้บอกความยากของภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัวในการดูแลผู้ป่วย
2.เพื่อประเมินพยากรณ์โรคอย่างคร่าวๆและติดตามผลการรักษา
5.ใช้ในการวิจัย
1.เพื่อสื่อสารอาการปัจจุบันของผู้ป่วยระหว่างบุคคลากรในทีมที่ร่วมกันดูแลผู้ป่วย
10.การดูแลผู้ป่วยที่กำลังจะเสียชีวิต
1.การประเมินสภาพ
1.2การประเมินด้านจิตใจ ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายจะมีความผิดปกติด้านจิตใจ 1.ภาวะซึมเศร้า 2. ภาวะวิตกกังวล 3.ภาวะสับสน
1.3 การประเมินด้านสังคม 1 บทบาทของผู้ป่วยในครอบครัว 2.ความรักความผูกพันของผู้ป่วยกับสมาชิกในครอบครัว 3.ความต้องการของครอบครัว 4.ผู้ดูแลผู้ป่วย 5.ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม 6.เครื่อข่ายทางสังคมและการสนับสนุนทางสังคม
1.1 การประเมินอาการทางร่างกาย ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบควบคุมหูรูด ระบบขับถ่าย
1.4 การประเมินด้านจิตวิญญาณ ความต้องการการทำกิจกรรมทางศาสนา การดูแลแบบองค์รวมครอบคลุมด้านร่างกายอารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ เพื่อให้ครอบครัวและผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี