Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเตรียมสมุนไพรสำหรับเครื่องสำอางและยา - Coggle Diagram
การเตรียมสมุนไพรสำหรับเครื่องสำอางและยา
แบบผงแห้ง
2.การล้างสมุนไพรสด
โดยเฉพาะส่วนที่ขุดจากดิน ต้องล้างดินออกให้หมด ผึ่งในตะแกรงโปร่งเพื่อระบายให้สะเด็ดร้ำ หั่นให้ขนาดเล็กลง วัสดุที่เป็นถาดได้แก่สแตนเลส กระด้งมีรูขนาดกลาง แคร่ไม้ไผ่
3.อบหรือตากแห้ง
ตู้อบแสงอาทิตย์ประหยัดพลังงาน
โดนแสงโดยตรงทำให้ทำลายสารบางชนิด
ตู้อบลมร้อนพลังงานไฟฟ้า แก๊ส ถ่าน ไม้ แกลบ
ทำให้ได้อุณหภูมิสม่ำเสมอแต่ราคาแพง
ผึ่งให้แห้ง
เหมาะกับพืชที่มีน้ำมันหอมระเหย ผูกเป็นมัดเล็กๆใส่กระด้ง วางไว้ในที่โปร่งที่ไม่โดนแดดโดยตรง มีลมพัดตลอด ทำในภาคใต้ไม่ได้เพราะความชื้นสูงอาจขึ้นราง่าย
1.เก็บสมุนไพรสด
อายุพืช
ให้เก็บเกี่ยวสมุนไพรที่มีอายุโตเต็มที่
ช่วงระยะเวลาการเก็บ
พืชที่ใช้ดอกเป็นยาให้เก็บในช่วงดอกตูมหรือบาน ถ้าต้องการให้มีกลิ่นหอมให้เก็บในช่วงหัวค่ำหรือก่อนเช้ามืด
พืชที่ใช้เปลือกต้นหรือเปลือกราก ควรเก็บในช่วงปลายฤดูร้อนต่อกับฤดูฝน ควรเลือกกิ่งที่โตเต็มที่ ลอกออกครึ่งลำต้น เพราะถ้าลอกลำต้นจะส่งผลต่อระบบลำเลียงอาหาร
พืชที่ใช้ใบหรือทั้งต้นเป็นยาเก็บได้ทั้งปีโดยการเด็ด
ยกเว้นพืชบางชนิดที่ใช้ยอดอ่อน
พืชที่ใช้แก่นเป็นยา ควรเก็บกิ่งที่โตเต็มที่ในฤดูร้อน ไม่ควรลอกลำต้น
พืชที่ใช้รากหรือหัว เก็บช่วงที่พืชหยุดการเติบโตแล้ว เรียกว่า ช่วงลงหัว เป็นช่วงต้นฤดูหนาวถึงปลายฤดูร้อน
4.การบดเป็นผง
ใช้เครื่องมือบดได้หลายชนิดตั้งแต่ครกหินไปจนถึงเครื่องบดไฟฟ้า หลังจากผ่านเครื่องบดให้นำไปผ่านแร่งเพื่อแยกผงให้มีความละเอียดสม่ำเสมอ หากเป็นผงในเครื่องสำอางต้องใช้แร่งเบอร์60 หากบดหยาบไม่ต้องใช้
เครื่องบดที่มีตะแกรงต้องใช้ตะแกรงขนาดไม่เกินเบอร์20
แบบสารสกัด
2.การคั้นน้ำสด
น้ำสกัดหรือน้ำคั้นเป็นสิ่งที่ได้จากการคั้นน้ำสด ต้องใช้สมุนไพรสดเท่านั้น
น้ำคั้นผลไม้
ใช้เครื่องคั้นน้ำผลไม้
ทำความสะอาดผลไม้ ผ่า ซีก บีบด้วยเครื่อง
เช่น น้ำคั้นผลส้ม น้ำคั้นผลมะเฟือง
น้ำคั้นใบหรือเหง้า
เช่น ขมิ้น
ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้
ปั่นสมุนไพรสดกับน้ำจำนวนครึ่งเท่าของน้ำหนักสมุนไพร
ปั่นแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
มักต้องใช้สารกันบูด ควรเตรียมแล้วผลิตทันที
หรือแช่เย็นไว้1วันก่อนใส่ในเครื่องสำอาง
ให้คัดเลือกสมุนไพรที่มีอายุและขนาดเท่าเดิม ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยแอลกฮอล์ทุกครั้ง จดน้ำหนักและจำนวนน้ำไว้ เติมน้ำภายหลังให้ได้น้ำหนัก30-50%
4.การสกัดด้วยแอลกฮอล์
ใช้เอทิลแอลกฮอล์ทำให้ได้สารเคมีจากพืชมาที่สุด แต่เครื่องมือมีราคาแพง เหมาะสำหรับสกัดระดับอุตสาหกรรม มีหลายวิธี เช่น การหมัก การสกัดต่อเนื่อง และสกัดแบบชง
การหมัก
เหมาะกับสารที่ไม่ทนความร้อน เช่นยาดองไทยเกือบทุกชนิด
ใช้ถังหมักคล้ายคูลเลอร์ มีก๊อกไข และเครื่องระเหยแห้งสุญญากาศ
ห้ามนำไปทำให้เข้มข้นด้วยการตั้งไฟตรงหรือตุ๋นในลังถึงหรือเครื่องไอน้ำเพราะจะทำให้แอลกฮอล์ระเหยออก
กรองเอาส่วนน้ำและเติมสารละลายอีกเพื่อล้างกาก เอาสารสกัดสองครั้งมารวมกันทำให้เข้มข้นด้วยเครื่องระเหยแห้งสุญญากาศ
ไม่แนะนำให้สกัดวิธีนี้ในชุมชนเพราะสิ่งแวดล้อมจะเสียไป ผู้ทำงานจะมีอาการมึนเมา
ชั่งผงสมุนไพรหรือสมุนไพรแห้งในถุงผ้า แช่แอลกฮอล์2-3เท่าตัว ทิ้งไว้7วัน คนทุกวัน
3.การเคี่ยวในน้ำมันหรือหุงน้ำมัน
ควรใช้น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันจากพืช ใช้สมุนไพร1-2เท่าของน้ำหนักพืช
ชั้งน้ำหนักสมุนไพรและน้ำมันพืช ตั้งไฟปานกลาง เมื่อน้ำมันพืชร้อนประมาณ100องศาเซลเซียสให้ใส่สมุนไพรทีละน้อย ทอดจนกรอบ ตักกากสมุนไพรทิ้ง ทำซ้ำจนหมด กรองด้วยผ้าขาวบางสามชั้น
1.การต้ม
เติมน้ำ 3-5เท่าของน้ำหนัก น้ำท่วมสมุนไพรประมาณ5นิ้ว หากเป็นสมุนไพรแห้งให้แช่น้ำ20นาที ตั้งไฟกลาง 30-45นาที หากน้ำแห้งให้เติมแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง3ชั้น
นำกากมาต้มซ้ำ รวมน้ำสกัดสองครั้งเข้าด้วยกัน เคี่ยวต่อจนได้น้ำหนักที่ต้องการ
ชั่งสมุนไพรสดหรือแห้ง ห้ามบดละเอียด
น้ำสารสกัดหรือสารสกัดน้ำเป็นสิ่งที่ได้จากการต้ม
หากเตรียมเก็บไว้นานอาจทำให้บูดเน่าเสียให้เติมสารกันเสียหรือเคี่ยวให้เข้มข้นมากที่สุด
ปัจจัยควบคุมได้แก่ อัตราส่วนระหว่างน้ำและสมุนไพร เวลาที่ใช้ต้ม น้ำก่อนต้ม เวลาที่ใช้ เป็นต้น