Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Case 15 Term pregnancy with normal labor with retained placenta - Coggle…
Case 15
Term pregnancy with normal labor with retained placenta
การประเมินภาวะสุขภาพหลังคลอด (12B)
1.Background(ภูมิหลัง)
ข้อมูลส่วนบุคคล
มารดาหลังคลอด ชาวไทย อายุ38ปี
น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ 52.5 กิโลกรัม ส่วนสูง 158 เซนติเมตร BMI 21.03 kg/m2
น้ำหนักปัจจุบัน 73 กิโลกรัม ส่วนสูง 158เซนติเมตร BMI 29.24 kg/m2
ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว :ปฏิเสธ
ประวัติการแพ้อาหาร :ปฏิเสธการแพ้อาหาร
ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด
G4P4A0 GA 39+4wks by ultrasound
LMP พฤษภาคม 2564
EDC กุมภาพันธ์
Total ANC 10ครั้ง 6ครั้งที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 4ครั้งที่โรงพยาบาลตำรวจ
ครรภ์1ปี47 FT,NL,เพศหญิง 2900กรัม no complication
ครรภ์2ปี52 FT,NL,เพศหญิง 2600กรัม no complication
ครรภ์4ปี65(ครรภ์ปัจจุบัน) FT,NL,3640กรัม no complication
ครรภ์3ปี59 FT,NL,เพศหญิง 2800กรัม no complication
รกหนักจำนวน 500 กรัม คลอดรกเวลา 05.24น.(3/02/65)
อาการสำคัญ
น้ำเดิน 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน
1ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล มีน้ำใสไหลจากช่องคลอด ชุ่มกางเกง ใสไม่มีกลิ่น ไม่มีมูกเลือด มีปวดท้องทุก5-10นาที นานครั้งละ1นาที
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภูมิคุ้มกันวิทยา
HBs Ag :Negative
HIV Ab :Non reactive
VDRL (RPR) :Non reactive
Screening Test for Thalassemia
Hb E Screening (DCIP) :Negative
2.Body condition (สภาวะทั่วไปของร่างกาย)
Day 0 ผู้ป่วย รู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง หายใจ room air ตา conjunctiva ไม่ซีด ไม่มีอาการคัดตึงเต้านม น้ำนมไหล2-3หยด (ระดับ2+) มดลูกหดรัดตัวดี ขนาดมดลูก 6 นิ้ว แผลฝีเย็บไม่บวมแดง ไม่ปวดแผลฝีเย็บ น้ำ คาวปลาสีแดงจาง เปลี่ยนผ้าอนามัยไป 2ครั้ง ขากดไม่บุ๋ม สามารถลุกเดินไปเข้าห้องน้ำได้ ยังไม่ถ่าย
Day 1 ผู้ป่วย รู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง หายใจ room air ตา conjunctiva ไม่ซีด ไม่มีอาการคัดตึงเต้านม น้ำนมไหล3-5หยด (ระดับ3+) มดลูกหดรัดตัวดี ขนาดมดลูก 5 นิ้ว แผลฝีเย็บไม่บวมแดง ไม่ปวดแผลฝีเย็บ น้ำ คาวปลาสีแดงจาง เปลี่ยนผ้าอนามัยไป 3 ครั้ง จำนวน 60ml. ขากดไม่บุ๋ม สามารถลุกเดินไปเข้าห้องน้ำได้ ยังไม่ถ่าย
3.Body temperature (3/02/65)
Day 0 T = 36.9องศาเซลเซียส Pulse = 68 ครั้ง /นาที RR = 18 ครั้ง /นาที BP = 111/68 mmHg O2 satuaration 96% PS=0
Day 1T = 36.6 องศาเซลเซียส Pulse = 82 ครั้ง /นาที RR = 18 ครั้ง /นาที BP = 104/76 mmHg O2 satuaration 98% PS=0
4.Breast&Lactation
Day 0คลำไม่พบก้อน ลานนมนิ่ม ไม่มีอาการคัดตึงเต้านม น้ำนมไหล ระดับ2+
Day 1คลำไม่พบก้อน ลานนมนิ่ม ไม่มีอาการคัดตึงเต้านม น้ำนมไหล ระดับ3+
5.Belly & Uterus
Day 0 มดลูกหดรัดตัวดี ไม่มีอาการปวดเมื่อคลึงมดลูก วัดขนาดได้ 6นิ้ว วัดระดับยอดมดลูกจากขอบบนของรอยต่อกระดูก symphysis pubis ถึงยอดมดลูกได้ความสูงของยอดมดลูก
Day 1มดลูกหดรัดตัวดี ไม่มีอาการปวดเมื่อคลึงมดลูก วัดขนาดได้ 5นิ้ว วัดระดับยอดมดลูกจากขอบบนของรอยต่อกระดูก symphysis pubis ถึงยอดมดลูกได้ความสูงของยอดมดลูก
6.Bladder
Day 0ผู้ป่วยสามารถเดินไปปัสสาวะได้อีก
Day 1 ผู้ป่วยสามารถเดินไปปัสสาวะได้อีก
Bleeding & Lochia
Day 0 Lochia Rubra ปริมาณ 10ml/hr.
Day 1Lochia Rubra ปริมาณ 5ml/hr.
8.Bottom ฝีเย็บและทวารหนัก
Day 0 ประเมินแผลฝีเย็บตามหลัก REEDA แผลฝีเย็บไม่แดง ไม่บวม ไม่แผลเขียวช้ำ ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง(discharge) ไม่มี bleed ซึม และขอบแผลชิดสนิทดี second degree tear
Day 1 ประเมินแผลฝีเย็บตามหลัก REEDA แผลฝีเย็บไม่แดง ไม่บวม ไม่แผลเขียวช้ำ ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง(discharge) ไม่มี bleed ซึม และขอบแผลชิดสนิทดี second degree tear
Bowel movement
Day 0 ไม่ได้ขับถ่าย
ท้องไม่อืด
Day 1 ไม่ได้ขับถ่าย
ท้องไม่อืด
Blues
มารดาสามารถปรับตัวเข้าหาทารกได้ สนใจทารกดี
11.Baby
ทารกเพศหญิง คลอดวันที่ 31 มกราคม 2565 เวลา 04.15 น. น้ำหนัก 3,640 กรัม ความยาว 54 ซม. Apgar score 9,10,10 No problem at birth อยู่ที่ SNCU เนื่องจากทารกเกิดภาวะ Polycythemia (ภาวะเลือดข้นในทารกแรกเกิด)
Bonding & Attachment
มารดามีปฏิสัมพันธ์กับทารกดี เดินไปหาทารกที่ SNCUและ ติดต่อโทรศัพท์กับสามีและญาติบ่อยครั้ง
13.Belief model
มารดามีความเชื่อว่าเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่จนถึงอายุ 6 เดือน ร่างกายจะแข็งแรง ลูกทั้ง 3 คน จึงเลี้ยงด้วยนมแม่นานถึง 1 ปี
การตรวจร่างกายตามระบบ
ผม : ผมสีดำ ไม่แห้งเสีย สะอาด และไม่มีรังแค
ใบหน้า : ใบหน้าสมมาตร ไม่มีอาการบวม
ตาขาว และเยื่อบุตา : ตาขาวสีขาว ไม่บวม ไม่มีตุ่มหนองเยื่อบุตาสีชมพู
จมูก : มีฝ้าคล้ำตามแนวขวางที่กลางสันจมูก ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง ไม่มีบวมแดง
ปาก : ไม่มีเหงือกบวม ไม่มีฟันผุ ริมฝีปากชมพูอ่อน ไม่แห้งแตก
ต่อมไทรอยด์ : คลำไม่พบก้อน
เต้านม : เต้านมขนาดปกติ คลำไม่พบก้อน ไม่มีอาการเจ็บคัดตึง หัวนมและลานหัวนมปกติ ไม่บุ๋ม บอด แบน หัวนมทั้งสองข้างปกติยาว 1 ซม. ลานหัวนมนุ่มปกติ การไหลของน้ำนม ระดับ 2+ (น้ำนมไหล 2-3 หยด) (3/02/65)
แขน : ปกติ ไม่มีกระดูกผิดรูป ไม่บวมกดบุ๋ม
เล็บ : เล็บสีชมพูอ่อน ตัดสั้น เล็บค่อนข้างแข็ง ผิวเรียบ ไม่มีลักษณะผิดปกติของเล็บ
ขา : ปกติ ไม่มีบวดกดบุ๋ม
ผิวหนัง : ผิวสองสี ผิวหนังค่อนข้างชุ่มชื่น ผิวหนังเรียบ
การประเมินระดับยอดมดลูก
Day 0 คลำระดับยอดมดลูกอยู่ต่ำกว่าสะดือเล็กน้อย วัดระดับยอดมดลูกจากขอบบนของรอยต่อกระดูก
symphysis pubis ถึงยอดมดลูกได้ความสูงของยอดมดลูกเท่ากับ 6 นิ้ว
Day 1 คลำระดับยอดมดลูกอยู่ต่ำกว่าสะดือเล็กน้อย วัดระดับยอดมดลูกจากขอบบนของรอยต่อกระดูก
symphysis pubis ถึงยอดมดลูกได้ความสูงของยอดมดลูกเท่ากับ 5 นิ้ว
การประเมินแผลฝีเย็บ
Day 0 ประเมินแผลฝีเย็บตามหลัก REEDA แผลฝีเย็บไม่แดง ไม่บวม ไม่แผลเขียวช้ำ ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง(discharge) ไม่มี bleed ซึม และขอบแผลชิดสนิทดี Lochia rubra ประมาณ 10ml/hr เปลี่ยน pad 2 ครั้งเต็มแผ่น
Day 1 ประเมินแผลฝีเย็บตามหลัก REEDA แผลฝีเย็บไม่แดง ไม่บวม ไม่แผลเขียวช้ำ ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง(discharge) ไม่มี bleed ซึม และขอบแผลชิดสนิทดี Lochia rubra ประมาณ 5 ml/hr เปลี่ยน pad 3 ครั้ง
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
1.มีภาวะเสี่ยงตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี มีรกค้างในโพรงมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
1.Blood loss 400 ml.
2.มีรกค้างในโพรงมดลูก
3.ไม่ได้รับการกระตุ้นจากการดูดนมจากลูก
4.มดลูกหดรัดตัวไม่ดี
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตกเลือดหลังคลอด
เกณฑ์การประเมิน
สัญญาณชีพ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
Temperature 36.5-37.4 องศาเซลเซียส
Pluse 60-100 ครั้งต่อนาที
Respiratory 12-20 ครั้งต่อนาที
Blood pressure 80-120/60-90 mmHg.
O2 saturation 96%
Ps=0
เลือดออกทางช่องคลอดไม่เกิน 50 ml. ใน 1 ชั่วโมง
มดลูกมีลักษณะก้อนกลมแข็ง ต่ำกว่าสะดือ
กิจกรรมการพยาบาล
3.ประเมินสัญญาณชีพ 15 นาที 4ครั้ง 30นาที 2ครั้ง และทุก 1 ชั่วโมงจนมี อาการปกติหลังจากนั้นบันทึกทุก 4 ชั่วโมง สังเกตระดับความรู้สึกตัวเพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกาย ต่อปริมาณเลือดที่ลดลงในระบบการไหลเวียนเลือด
1.ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกและคลึงมดลูกจนหดรัดตัวกลมแข็งและกดไล่ก้อนเลือดที่อาจ
ค้างอยู่ในมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดีและสังเกตการหดรัดตัวของมดลูกต่อไปอีกทุก 15 นาที
2.ตรวจการฉีกขาดของช่องทางคลอด โดยใช้หลัก REEDA รวมทั้งสังเกตลักษณะและประเมินการเสียเลือดที่ออกทางช่องคลอดโดยสังเกตจากการชุ่มผ้าอนามัย
4.ดูแลให้สารน้ำ RLS 1000 ml. IV drip 100 ml/hr. 5%D/N/2 1000 ml. + synto 10 unit IV drip 120 ml/hr. ตามแผนการรักษา
5.ดูแลให้กระเพาะปัสสาวะว่างเพื่อไม่ให้ขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูก
6.สอนประเมินมดลูก โดยมดลูกต้องมีลักษณะก้อนกลมแข็ง ต่ำกว่าสะดือ ใช้มือกดคลึงวนมดลูกให้เป็นก้อนกลมแข็ง เพื่อหดรัดตัวของมดลูกที่ดี
7.ปั๊มนมออกเพื่อกระตุ้นการหลั่ง Oxytocin เพิ่มการหดรัดตัวของมดลูก
การประเมินผล
1.สัญญาณชีพ
Temperature 36.6 องศาเซลเซียส
Pluse 82 ครั้งต่อนาที
Respiratory 18 ครั้งต่อนาที
Blood pressure 104/76 mmHg.
O2 saturation 98%
Ps=0
(4/02/65)
เลือดออกทางช่องคลอด 5 ml. ใน 1 ชั่วโมง (4/02/65)
มดลูกมีลักษณะก้อนกลมแข็ง อยู่ใต้สะดือ
2.มีโอกาสติดเชื้อในระยะหลังคลอดเนื่องจากมีแผลในโพรงมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยคลอดแบบ normal labor มีแผลฝีเย็บ second degree tear และมีแผลโพรงมดลูก
สัญญาณชีพ
Temperature 37.6 องศาเซลเซียส
Pluse 80 ครั้งต่อนาที
Respiratory rate 18 ครั้งต่อนาที
Blood pressure 110/70 mmHg.
O2 saturation 96%
PS=0
(3/02/65)
วัตถุประสงค์
ป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย
เกณฑ์การประเมินผล
สัญญาณชีพ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
Temperature 36.5-37.4 องศาเซลเซียส
Pluse 60-100 ครั้งต่อนาที
Respiratory 12-20 ครั้งต่อนาที
Blood pressure 80-120/60-90 mmHg
O2 saturation 100%
Ps=0.
แผลฝีเย็บดีขึ้น ไม่บวมแดง ไม่ช้ำ ขอบแผลเสมอกัน อาการปวดแผลฝีเย็บลดลง
กิจกรรมการพยาบาล
2.ตรวจและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง รวมถึงประเมิน pain score โดยเฉพาะอุณหภูมิร่างกาย ถ้ามีไข้จะบ่งบอกถึงมีอาการติดเชื้อ
1.ประเมินลักษณะของแผลฝีเย็บด้วย REEDA และน้ำคาวปลา ถ้าพบอาการผิดปกติ เช่น แผลฝีเย็บบวม แดง น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น ควรรายงานแพทย์เพื่อให้การรักษา
ดูแลและแนะนำการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ ทุกครั้งหลังถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ โดยการเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังไม่เช็ดย้อนไปมา เพราะจะทำให้นำเชื้อจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอดและแผลฝีเย็บทำให้เกิดการติดเชื้อได้
4.แนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกครั้งที่น้ำคาวปลาเปียกชุ่ม หรือทุก 3 ชั่วโมง อย่าปล่อยให้น้ำคาวปลาสะสมจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
5.จัดหาและแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ผักและผลไม้เพราะอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซีจะช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
6.ตรวจวัดระดับยอดมดลูกทุกวันในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อประเมินการติดเชื้อในโพรงมดลูกและก่อนตรวจให้มารดาหลังคลอดถ่ายปัสสาวะก่อนทุกครั้ง
7.ให้ยา Amoxicillin 500 MG.CAP. ,Metronidazole 200 MG.TAB.ตามแผนการรักษาของแพทย์
การประเมินผล
สัญญาณชีพ
Temperature 36.6 องศาเซลเซียส
Pluse 82 ครั้งต่อนาที
Respiratory rate 18 ครั้งต่อนาที
Blood pressure 104/76 mmHg.
O2 saturation 98%
pain score 0
(4/02/65.)
ประเมินแผลฝีเย็บตามหลัก REEDA แผลฝีเย็บไม่แดง ไม่บวม ไม่แผลเขียวช้ำ ไม่มีสิ่งคัดหลั่ง(discharge) ไม่มี bleed ซึม และขอบแผลชิดสนิทดี
D-METHOD
T-Treatmen คือมารดาและครอบครัวต้องเข้าใจเป้าหมายของการรักษาและให้คำแนะนำทักษะที่จำเป็นในการดูแลมารดา การปฏิบัติตัวของมารดาหลังคลอดและการสังเกตเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นและสามารถรายงานอาการผิดปกติให้แพทย์และพยาบาลทราบทันที ด้านมารดา อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ก่อนนัดคือ มีไข้สูง น้ำคาวปลาสีแดงสด มีปริมาณมากมีกลิ่นเหม็น ฝีเย็บบวม แดง เป็นหนอง เต้านมอักเสบเป็นฝี ด้านทารก แนะนำมารดาให้สังเกตภาวะผิดปกติของบุตร เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง สะดือ แดงมีกลิ่นเหม็น ซึมไม่ยอมดูดนม ท้องอืด
O = Outpatient Referal บอกถึงความสำคัญของการมาตรวจตามนัด ให้ผู้ป่วยมาตรวจตามนัดของแพทย์ เพื่อประเมินการฟื้นฟูภาวะร่างกายหลังคลอด การตรวจมะเร็งปากมดลูก การแนะนำ/เลือกวิธีการคุมกำเนิด แนะนำอาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ทันที เช่น น้ำคาวปลาสีแดง ไม่จางลง มีกลิ่นเหม็น มีเลือดสดๆออกทางช่องคลอด เต้านมอักเสบ กดเจ็บ แดง แผลฝีเย็บแยก มีหนอง และการให้มารับวัคซีนตามนัดของผู้ป่วยและทารก
E-Environment/Economic ให้ความรู้มารดาหลังคลอดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของมารดาและทารก เพื่อป้องกันการติดเชื้อของมารดาและทารกรวมถึงการจัดการเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจสังคม
D-Diet อาหารการกินของคุณแม่หลังคลอด ควรจะเป็นอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด และมีกากใยมาก เพื่อป้องกันอาการท้องผูก เนื่องจากในช่วงหลังคลอด ระยะแรก ๆ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ทำให้ท้องผูกยังออกฤทธิ์อยู่ ประกอบกับระยะนี้คุณแม่ ไม่อยากเบ่งอุจจาระเพราะกลัวเจ็บแผล ก็ยิ่งมีโอกาสท้องผูกมากขึ้น สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรได้รับปริมาณและคุณค่าที่จะได้รับอย่างเพียงพอในแต่ละวัน โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ตับ นม ไข่ ผักและผลไม้สด เพื่อซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอจากการคลอด และช่วยให้มีสารอาหารเพียงพอที่จะสร้างน้ำนมที่มีคุณภาพให้แก่ลูก (โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ คุณแม่ควรรับประทานให้มาก เพื่อเอาไปสร้างน้านมให้ลูก และเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว ส่วนไขมันและคาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้แก่ แป้ง ข้าว และน้าตาลนั้น ควรกินให้น้อย คุณแม่ที่อ้วนอยู่ แล้วจะได้ไม่อ้วนหนักมากไปกว่าเดิม) และสามารถทานอาหารทะเล เพื่อจะได้มีแร่ธาตุไอโอดีนสำหรับเพิ่มไอคิวให้แก่ลูก ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และควรดื่มน้ำทุกครั้งก่อนให้นมลูก อีกทั้งควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ รวมถึงอาหารปรุงไม่สุก อาหารรสจัดมากเกินไป และอาหารหมักดองทุกชนิดคุณแม่ควรหลีกเลี่ยง ส่วนการรับประทานยา หากคุณแม่มีความกังวลในเรื่องของน้ำหนักตัว ควรงดอาหารประเภทที่มีแป้งและอาหารที่มีไขมันมาก โดยเฉพาะไขมันที่มาจากเนื้อสัตว์และอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ควรกินแต่พอสมควร และควรงดขนมหวาน หรือเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนาของแพทย์ เพราะสมุนไพรบางชนิด เช่น ไพล มีฤทธิ์ทาให้มดลูกคลายตก ซึ่งอาจทาให้คุณแม่ตกเลือดได้ จึงควรเลี่ยงการใช้ยาและอาหารบางชนิด
H-Health มารดาหลังคลอดและครอบครัวต้องเข้าใจภาวะสุขภาพของตนเอง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านไดบ้างและต้องดูแลตนเองอย่างไร ความสะอาดของร่างกายให้รักษาความสะอาดของร่างกาย เพราะหลังคลอดร่างกาย จะมีเงื่อออกมาก ทำความสะอาดบริเวณ แผลกลอกบริเวณฝีเย็บ และอวัยวะสืบพันธุ์หลังขับถ่ายเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จะมีเงื่อออกมาก ทำความสะอาดบริเวณ แผลบริเวณฝีเย็บ และอวัยวะสืบพันธุ์หลังขับถ่ายเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดูแลเต้านมและการหลั่งน้ำนมเผื่อให้ทารกได้รับน้ำนมจนอายุ 6 เดือนและได้รับร่วมกับอาหารเสริมไปจนถึงอายุ 2 ปี โดยแนะนำธีการ 4 ดูดคือ ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวัรี ดูดเกลี้ยงเต้า เพื่อส่งเสริมความสุขสบายเต้านมและการได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอของทารก ดูแลการหดรัดตัวของมดลูกเพื่อป้องกันการตกเลือดหลังคลอดและเพื่อให้มดลูกเข้าอู่ภายในระยะเวลา 14 วัน หากเกิดอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์ เช่น มีเลือดสีแดงสดออกทางช่องคลอดหลังจากที่จางลงแล้ว แนะนำการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยแนะนำให้นอนพร้อมทารกขณะทารกหลับ เพื่อให้ร่างกายจะฟื้นฟูเข้าสู่สภาพเดิมเร็วขึ้น แนะนำให้สังเกตสี ลักษณะ ปริมาณ กลิ่นของปลาคาวปลา เมื่อมีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์เช่น น้ำคาวปลาปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็นเน่า แนะนำการบริหารร่างกาย ให้มารดาทำกิจกรรมเริ่มจากเบาๆเช่น การทำงานบ้านเล็กน้อยได้ สามารถออกกำลังกายได้หลังจาก 6 สัปดาห์ แนะนำเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ให้งดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
M-Medication คือมารดาหลังคลอดต้องได้รับความรู้เกี่ยวกับยา
ด้านมารดา รับประทานยาตามแพทย์สั่ง คือ Nataral 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งหลังอาหาร และ Paracetamol 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด เมื่อมีอาการปวดหรือมีใข้ ด้านทารก ให้มารดาหลังคลอดใช้ Providine เช็ดสะดือบุตรวันละ 2 ครั้งเช้า เย็น และทุกครั้งที่สะดือแฉะ
การคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดแบบกิน สะดวก หยุดทานสามารถมีลูกได้เลย แนะนำให้กินยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ที่มี Progesterone ขนาดน้อย (minipill) เพราะยาตัวนี้ไม่ผ่านทางน้ำนมจะไม่มีผลต่อน้ำนมและทารก อาจจะคุมร่วมกับการใช้ถุงยางก็ได้
ยาคุมกำเนิดแบบฉีด
•มีแบบชนิด 1เดือน และ 3เดือน ช่วยในเรื่องการลืมกินยาคุมเริ่มฉีดครั้งแรกในตอนที่มาตรวจ 6สัปดาห์หลังคลอด
ยาคุมกำเนิดแบบฝัง มีเข็มคุม 3 ปีและ5ปี ไม่มีผลต่อน้ำนม คุมได้นาน 2-3 ปี เริ่มฝังครั้งแรกในตอนที่มาตรวจ 6สัปดาห์หลังคลอดได้เลยหากต้องการมีบุตรให้นำออกประจำเดือนจะเริ่มมาปกติ
การทำหมันหลังคลอด
•ทำภายใน 6สัปดาห์หลังคลอด จะนิยมทำในช่วง 48 ชั่วโมงหลังการคลอด เนื่องจากสามารถทำได้โดยง่าย
แนะนำคุณแม่ว่าควรเลือกการคุมกำเนิดแบบฝังเข็ม เนื่องจากสามารถคุมกำเนิดได้นาน 3ปี และคุมกำเนิดแบบฉีด คุมกำเนิดได้นาน 3เดือน เพราะมีเพียงฮอร์โมน progesterone ไม่ส่งผลต่อการหลั่งของน้ำนมด้วย
Problem list
ผู้ป่วยเสี่ยงตกเลือดหลังคลอด
ผู้ป่วยเสี่ยงติดเชื้อหลังคลอด