Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เตียง11 Term Pregnancy with Prom - Coggle Diagram
เตียง11 Term Pregnancy with Prom
ข้อมูลส่วนบุคคล
มารดาหลังคลอด ชาวไทย อายุ 31 ปี เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนาพุทธระดับการศึกษา ปวส. สถานภาพ ยังไม่แต่งงาน ประกอบอาชีพแม่บ้าน อาศัยอยู่ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น อาศัยอยู่กับสามี รายได้ของแม่ 9,000 บาท รายได้ของพ่อ 15,000 บาท ไม่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากตั้งใจและวางแผนไว้แล้วว่าจะมีบุตร เคยคุมกำเนิดแบบกิน ตั้งใจจะมีลูก 2 คน คนที่ 2 เป็นผู้หญิงคิดว่าจะคุมกำเนิด 2 แบบ คือ ฝังเข็มและทำหมัน
ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว : แม่ของผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ประมาณ 10 ปี พ่อของผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงประมาณ 4-5 ปี
ปฏิเสธการแพ้ยา/แพ้อาหาร
ปฏิเสธการผ่าตัด
ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด
G1P0A0 LMP : 21 มิถุนายน 2564 EDC : 9 กุมภาพันธ์ 2565 by U/S ฝากครรภ์ครั้งแรกอายุครรภ์ 24 wks 2 days ฝากครรภ์ทั้งหมด 10 ครั้ง น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ 54 kg ส่วนสูง 170 เซนติเมตร BMI 18.69 kg/m2 น้ำหนักหลังตั้งครรภ์ 69.6 kg น้ำหนักขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ 15.6 กิโลกรัม Preg 39 wks by U/S คลอดแบบ Normal Labor 2 กุมภาพันธ์ 2565 (22.40น.) Tear Cervix
การประเมินหลัก 13B
1.Background
หญิงไทย อายุ 22 ปี จบ ปวส. อาชีพแม่บ้าน รายได้ 9,000 บาทต่อเดือน ประวัติการตั้งครรรภ์ G1P0 GA 39 wks. by U/S มาฝากครรภ์ที่ รพ.ตำรวจ จำนวน 5 ครั้ง มีน้ำเดินก่อนมา รพ. 3 ชั่วโมง คลอดแบบ Normal labor blood loss 200 ml. คลอดวันที่ 2/2/65 เวลา 22.40 น. ทารกเพศชาย APGAR score 9,10,10 หักสีผิว น้ำหนัก 3,070 กรัม ความยาว 51 เซนติเมตร
2.Body condition
3/2/65 มารดามีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่มีภาวะซีด เคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติ ลุกนั่งบนเตียงได้เอง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เมื่อเวลา 13.30 น.หน้ามืด เวียนศีรษะ ขณะจะเดินไปดูลูกที่ SNCU
4/2/65 มารดาอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่มีภาวะซีด เคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติ ลุกนั่งบนเตียงได้เอง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
3.Body temperature & Body pressure
3/2/65 (10.00น.) BT 36.6 องศาเซลเซียส HR 88 ครั้งต่อนาที RR 18ครั้งต่อนาที BP 97/51 มิลลิลิตรปรอท Pain score 3 คะแนน
4/2/65 (10.00น.) BT องศาเซลเซียส HR ครั้งต่อนาที RR ครั้งต่อนาที BP มิลลิลิตรปรอท Pain score 2 คะแนน
4.Breast & Lactation
3/2/65 เต้านมนิ่ม ลานนมนิ่ม น้ำนมไหลระดับ 1 ประมาณ 1-2 หยด หัวนมปกติ
4/265 เต้านมเริ่มตึงๆ น้ำนมไหลดีขึ้น การไหลระดับ 2 ประมาณ 3-5 หยด หัวนมปกติ
5.Belly & Fundus
3/2/65 มดลูกหดรัดตัวดี กลมแข็ง อยู่ต่ำกว่าระดับสะดือ ระดับของยอดมดลูก วัดจาก symphysis pubis จนถึงยอดมดลูก ประมาณ 6 นิ้ว
4/2/65 มดลูกหดรัดตัวดี กลมแข็ง อยู่ต่ำกว่าระดับสะดือ ระดับของยอดมดลูก วัดจาก symphysis pubis จนถึงยอดมดลูก ประมาณ 4.5นิ้ว
6.Bladder
3/2/65 ปัสสาวะได้เอง ไม่มีแสบขัด สีเหลืองใส ประมาณ 4 ครั้งต่อวัน
4/2/65 ปัสสาวะได้เอง ไม่มีแสบขัด สีเหลืองใส ประมาณ 5ครั้งต่อวัน
7.Bleeding & Lochia
3/2/65 น้ำคาวปลามีสีแดง (lochia rubra) ชุ่มผ้าอนามัย 1 แผ่น และเปลี่ยนผ่าอนามัย 2 แผ่นรวมประมาณ 100มล. ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีริดสีดวงทวาร
4/2/65 น้ำคาวปลามีสีแดง (lochia rubra) ชุ่มผ้าอนามัย 1 แผ่น และเปลี่ยนผ่าอนามัย 2 แผ่นรวมประมาณ 40มล. ไม่มีกลิ่นเหม็นไม่มีริดสีดวงทวาร
8.Bottom
3/2/65 แผลฝีเย็บ ประมาณตามหลัก REEDA ไม่แดง ไม่บวม ไม่มีคั่งเลือด ไม่มี hematoma ไม่มี discharge ขอบแผลชิดติดกันดี คะแนนความปวด 3 คะแนน
4/2/65 แผลฝีเย็บ ประมาณตามหลัก REEDA ไม่แดง ไม่บวม ไม่มีคั่งเลือด ไม่มี hematoma ไม่มี discharge ขอบแผลชิดติดกันดี คะแนนความปวด 3 คะแนน
9.Bowel movement
3/2/65 รับประทานอาหารธรรมดา ไม่มีอาการท้องอืดไม่อุจจาระ
4/2/65 รับประทานอาหารธรรมดา ไม่มีอาการท้องอืด อุจจาระ
10.Blues
3/2/65 Taking in phase มารดามีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยจากการคลอดบุตร Taking hold phase มารดารับฟังคำแนะนำและคำอธิบายเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตร การเข้าเต้า การนวดเต้านมเป็นอย่างดี และ Letting go phase มารดาไปเยี่ยมบุตร และเอาเข้าเต้าได้พูกหลัก 4 ด.
11.Bonding & Attachment
มารดารับฟังคำแนะนำวิธีการเลี้ยงดูบุตร การเอาเข้าเต้าได้อย่างถูกต้องตามหลัก 4 ด.
12.Baby
ทารกเพศชาย คลอดวันที่ 2/2/65 เวลา 22.40 น. น้ำหนักแรกเกิด 3,070 กรัม ความยาว 51 เซนติเมตร APGAR score 9,10,10 หักคะแนนสีผิว
Belief
มารดามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการอยู่ไฟ เข้ากระโจมหลังคลอด
D-method
D:Diagnosis
1.ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองในระยะหลังคลอด ในระยะหลังคลอดหญิงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายและด้านจิตสังคมร่วมด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของหญิงหลังคลอด มีดังนี้ ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของมดลูกที่ลดลง เรียกว่า มดลูกเข้าอู่ มี อาการคัดตึงเต้านม และอาจมีอาการปวดแผลฝีเย็บได้ ซึ่งจะทำให้มารดาหลังคลอดมีอาการไม่สุขสบายเนื่องจากอาการปวดซึ่งในการดูแล ให้ความรู้แก่หญิงหลังคลอดดังนั้น
2.ควรพักผ่อนให้มากขึ้น โดยนอนพักหลังรับประทานอาหารกลางวัน 2 ชั่วโมง และกลางคืนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
3.ควรทำงานให้น้อยลง งดทำงานหนัก เนื่องจากจะทำให้แผลหายช้าลงหรือแผลติดกันช้าลง ไม่ยกของหนัก อย่างน้อย 6 สัปดาห์
4.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ พร้อมทั้งดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ วันละ 2.5-3 ลิตร
5.รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือเมื่อชุ่มน้ำคาวปลา และคอยสังเกตสีของน้ำคาวปลา โดยในวันที่ 1-3 จะมีสีแดง, วันที่ 4-9 จะเป็นสีชมพูหรือสีน้ำล้างเนื้อ และวันที่ 10 เป็นต้นไป จะมีสีขาวหรือครีม และกลิ่นของน้ำคาวปลา ว่ามีกลิ่นเหม็นหรือสีผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีความผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์
6.งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 6สัปดาห์เพื่อป้องกันการฉีกขาดของแผลฝีเย็บ
7.รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่งและให้มดลูกเข้าอู่ก่อน
8.มาพบแพทย์ตามนัดหลังคลอด 12 สัปดาห์ (วันที่ 23 กันยายน 2564 ที่คลินิกหลังคลอดเพื่อติดตามมารดาหลังคลอด
9.การมีประจำเดือน ถ้าไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจจะมีประจำเดือน 6-8 สัปดาห์หลังคลอด ส่วนถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็จะ มีประจำเดือนช้ากว่าปกติได้
10.วางแผนครอบครัว และการคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการท้องอย่างต่อเนื่องหรือเว้นระยะห่างของการตั้งครรภ์
M : Medicine
แนะนำเรื่องการใช้ยาที่ตนเองได้รับอย่างละเอียด สรรพคุณของยา ขนาด วิธีใช้ ข้อควรระวังในการใช้ยา ตลอดจนการสังเกต ภาวะแทรกซ้อนรวมทั้งข้อห้ามการใช้ยา
Paracetamol 500 mg. รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด เมื่อมีอาการปวด /มีไข้ ระยะห่างอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ทางปาก สรรพคุณ : แก้ปวด ลดไข้ ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ผลข้างเคียง: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เหงื่อออก ง่วงซึม สับสน ความดันต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นพิษต่อตับถ้าได้รับในปริมาณมากๆ
E: Environment and Economic
ได้แนะนำการจัดสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพสถานที่พักผ่อนต้องปลอดโปร่ง สะอาด และปลอด บุหรี่ มีของใช้ที่สำคัญไว้ใกล้ตัวหยิบจับได้ง่ายเลี่ยงเดินในทางลาดชันและลื่น การดูแลสุขภาพให้เหมาะสม มีสถานที่ยึดเส้น ยืดสายอย่างพอเหมาะไม่หักโหมมากเกินไป
T : Treatment
การดูแลความสะอาดร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกให้เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมงหรือเปลี่ยนก่อนเมื่อเปียกชุ่ม
การทำความสะอาดของร่างกาย รักษาความสะอาดของร่างกายเสมอ อาบน้ำวันละ2ครั้ง ไม่ควรแช่ในอ่างหรือแม่น้ำลำคลองจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ช่องคลอดได้ สามารถสระผมได้ตามปกติ บริเวณอวัยวะสืบพันธ์ภายนอก ควรทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด และล้างทุกครั้งหลังถ่ายปัสสาวะอุจจาระ เช็ดให้แห้งถ้ายังมีน้ำคาวปลาอยู่ให้หมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
การดูแลเต้านม:อาบน้ำทำความสะอาดตามปกติ ซับให้เต้านมแห้งเสมอ -หลีกเลี่ยงการขัดถูที่หัวนม รวมถึงกำจัดไขมันบนหัวนม เพราะอาจทำให้เกิดแผลได้ ในกรณีที่คุณแม่มีเหงื่อออกมาก ก่อนให้นมลูกควรใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดรอบหัวนมและลานนม แต่ไม่จำเป็นต้องเช็ดทุกครั้ง เพราะอาจทำให้หัวนมแห้งแตกได้
-ระวังบริเวณหัวนมไม่ให้อับชื้น โดยรักษาหัวนมให้แห้งระหว่างมื้อให้นม ด้วยการซับแห้งด้วยผ้าสะอาดทุกครั้งหลังให้นมลูก หากหัวนมแห้งแตกอาจใช้น้ำนมทาให้ทั่วรอให้แห้งก่อนจึงสวมเสื้อ น้ำนมแม่มีคุณสมบัติเป็น moisturizer ชั้นดีช่วยรักษาความชุ่มชื้นของหัวนมไว้ สามารถป้องกันหัวนมแห้งแตกได้
-หลีกเลี่ยงการใช้ครีมทาหัวนม เพราะจะไปอุดตันต่อมน้ำมันที่ลานนม และต้องเช็ดออกก่อนให้ลูกกินนมจากเต้า ซึ่งทำให้หัวนมและลานนมแห้งมากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหัวนมแตก
-สวมยกทรงที่มีขนาดพอดี เพื่อประคองเต้านมถ้ามีเต้านมใหญ่และหนัก ถ้าเต้านมมีขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องสวมยกทรงเพราะบางคนรู้สึกสะดวกที่ไม่ต้องสวมยกทรง -ถ้ามีน้ำนมหยดไหล การใช้แผ่นซับน้ำนมที่ซักได้ จะระบายลมได้ดีกว่าทำความสะอาดง่ายกว่า และยังประหยัดและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
-ควรดูแลทำความสะอาดยกทรงอยู่เสมอ ยกทรงคุณแม่อาจเปียกชื้นจากเหงื่อและเปื้อนคราบนมตลอดเวลา จึงทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย ควรเปลี่ยนยกทรงทุกวัน ซักทันทีที่ถอดออกและนำไปตากแดด เพื่อป้องกันเชื้อรา
-หากมีอาการเจ็บคัดเต้านม ควรให้ลูกดูดนมซึ่งจะช่วยคลายอาการคัดตึงลงได้ แต่ถ้าลูกยังไม่อยากดูดนมในขณะนั้นคุณแม่ก็ควรปั้มนมออกบ้าง เพื่อให้ต่อมน้ำนมผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั้มน้ำนมช่วย นอกจากนี้คุณแม่สามารถใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการปวดได้ด้วย
-ถ้ามีอาการหนาวสั่น ประกอบกับมีไข้สูง และเวลากดเต้านมจะเจ็บเป็นบางจุด แสดงว่าเต้านมอาจมีการติดเชื้อ ควรงดให้ลูกน้อยดูดนม และรีบไปพบแพทย์ทันที
H: Health
ส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตของมารดาหลังคลอด
การออกกำลังกาย ควรทำหลังจากที่แผลหายดี และเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมเกินไป เรียกว่าแอโรบิค (Aerobic) เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
การพักผ่อนนอนหลับ การขจัดความเครียดต่างๆ เช่น การพูดคุยกับเพื่อนๆ
การดูหนัง ฟังเพลง การทำงานอดิเรกที่พึงพอใจ
การสวดมนต์ ทำสมาธิ การเล่นกีฬา ฯลฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง
-แนะนำให้บิดามารดามาเยี่ยมทารกขณะที่ทารกอยู่โรงพยาบาล เข้าไปดูแลทารก พูดคุย สัมผัสใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมสายสัมพันธ์
O: Outpatient
-การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการผิดปกติเบื้องต้นเมื่อกลับบ้านของทารก ที่จำเป็นต้องรีบพามาพบแพทย์เช่น ซึม ไม่ดูดนม อาเจียน มีไข้ ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำมีมูกเลือดปน เป็นต้น
-เน้นให้เห็นความสำคัญของการพาทารกมาตรวจตามนัด
-ติดต่อประสานงานแผนกงานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ให้ติดตามเยี่ยม บ้าน หากประเมินได้ว่าจะมีปัญหาในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด
D : Diet
โดยมารดาต้องรู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างน้ำนมและการบำรุงร่างกายของตนเองหลีกเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิด งดอาหารหมักดอง ของมึนเมา กาแฟ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ให้กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย ป้องกันท้องผูกและกินอาหารที่กระตุ้นน้ำนมสำหรับทารก
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
1.เสี่ยงต่อการตกเลือด เนื่องจากมีแผลมีโพรงมดลูก ปากมดลูก และฝีเย็บ
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยคลอด Normal labor blood loss 200 ml
มารดามีแผลฉีกขาดบริเวณปากมดลูก
ไม่ได้รับการกระตุ้นจากลูกดูดนม
มีแผลฝีเย็บ tear ระดับ 2
มารดาได้รับยาเร่งคลอด เนื่องจากน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
BP 97/51 mmHg
OD
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตกเลือดหลังคลอด
เกณฑ์การประเมิน
สัญญาณชีพ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
BT 36.5 - 37.4 องศาเซลเซียส
PR 60 - 100 ครั้งต่อนาที
RR 16 - 22 ครั้งต่อนาที
BP 90-120/60-90 mmHg
มดลูกหดรัดตัวดีแข็งลอยระดับสะดือ
ปริมาณเลือดที่ออกจากช่องคลอดลดลง ไม่พบลิ่มเลือดหรือก้อนเลือดขนาดใหญ่ออกทางช่องคลอด
ผลการตรวจความเข้มข้นของเลือดไม่ลดลง
สีหน้าและเยื่อบุตาไม่ซีด
ไม่พบอาการขาดน้ำ
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินสภาพทั่วไป สัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังอาการและอาการแสดงภาวะตกเลือด เช่น หน้าซีด เพลีย ความรู้สึกตัวลดลง ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ
ตรวจคลึงมดลูกด้วยท่าที่นุ่มนวล เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกหครัดตัวเป็นระยะๆ เส้นเลือดส่วนปลายปิดลดการเสียเลือด
ไล่ก้อนเลือดหรือลิ่มเลือด เศษรกและเยื้อหุ้มทารกที่ข้าง ค้าง ในโพรงมดลูกออก เพื่อลดสิ่งขัดขวางการหดตัวของมดลูก สังเกตปริมาณ ลักษณะ เลือดที่ออกจากช่องคลอด และตรวจลักษณะแผลผีเย็บพร้อมเย็บซ่อมแซมแผลฝีเย็บ
ตรวจสภาพกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะว่างเป็นการลดสิ่งขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูกมดลูกจะหดรัดตัวดีขึ้น อาการเลือดออกจะลดลงและเป็นการประเมินภาวะขาดน้ำจากการเสียเลือด และประเมินการทำงานของไต
จัดให้มารดานอนพักบนเตียง เพื่อลดการใช้พลังงาน ถ้าเลือดออกมากจัดให้นอนในท่าศีรษะต่ำ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ เป็นการป้องกันสมองขาดเลือด
ถ้าเลือดขังออกมาก มีการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ อาการอาการแสดงที่บงบอกอาการตกเลือดที่เลวลง รายงานแพทย์
การประเมินผล
สัญญาณชีพ
BT องศาเซลเซียส
PR ครั้งต่อนาที
RR ครั้งต่อนาที
BP mmHg
ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง ดูเหนื่อย อ่อนเพลีย
มดลูกขนาดประมาณ 6 นิ้ว ต่ำกว่าสะดือ กลมแข็ง
ไม่มีเลือดออกเพิ่ม ไม่มีลิ่มเลือด
ผลตรวจของความเข้มข้นของเลือด ยังไม่ตรวจ
ไม่พบอาการขาดน้ำ
2.มารดามีภาวะไม่สุขสบาย เนื่องจากปวดแผลฝีเย็บ ปวดมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
SD : ผู้ป่วยบ่นปวดแผลฝีเย็บและปวดมดลูก ให้คะแนน 3 คะแนน
OD : ผู้ป่วยมีแผลฝีเย็บจากการคลอดบุตรทางช่องคลอด
วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ผู้คลอดได้รับความสุขสบายและบรรเทาอาการเจ็บปวด
เกณฑ์การประเมินผล
1.ผู้ป่วยปวดแผลลดลง หรือคะแนนความปวดลดลง (pain score 0 คะแนน)
2.ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดี สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นั่งให้นมลูกได้
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะ pain score โดยสอบถามเกี่ยวกับอาการปวดแผลฝีเย็บและปวดมดลูก และสังเกตอาการผิดปกติของแผลผ่าตัดว่ามีบวมแดง มีเลือดซึม ขอบแผลไม่ชิดหรือไม่
2.แนะนำให้นอนในท่านอนที่สบายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด หรือจัดให้นอนท่าศีรษะสูง จะชาวยทุเลาอาการปวดแผลได้ และยังเป็นการช่วยเร่งการขับน้ำคาวปลาได้ด้วย
3.แนะนำให้ใช้มือนวดคลึงบริเวณหน้าท้อง เป็นการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
4.สอนเทคนิคการหายใจ เพื่อช่วยลดอาการปวด โดยให้หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ และผ่อนลม
หายใจออก ทางปากเพราะการหายใจสามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ โดยเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจมาที่การควบคุมหายใจเข้าและออก
5.ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยด้วยความนุ่มนวลช่วยให้อาการปวดแผลลดลงได้
6.ถ้าปวดมากดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยา Paracetamol 500 mg. ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อลดอาการปวดและทำให้สุขสบายมากขึ้น
7.พูดคุยให้กำลังใจ เพื่อลดความวิตกกังวล มารดาผ่อนคลายช่วยให้บรรเทาความเจ็บปวดลดลง
กิจกรรมการพยาบาล
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะ pain score โดยสอบถามเกี่ยวกับอาการปวดแผลฝีเย็บและปวดมดลูก และสังเกตอาการผิดปกติของแผลผ่าตัดว่ามีบวมแดง มีเลือดซึม ขอบแผลไม่ชิดหรือไม่
2.แนะนำให้นอนในท่านอนที่สบายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด หรือจัดให้นอนท่าศีรษะสูง จะชาวยทุเลาอาการปวดแผลได้ และยังเป็นการช่วยเร่งการขับน้ำคาวปลาได้ด้วย
3.แนะนำให้ใช้มือนวดคลึงบริเวณหน้าท้อง เป็นการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
4.สอนเทคนิคการหายใจ เพื่อช่วยลดอาการปวด โดยให้หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ และผ่อนลม หายใจออก ทางปากเพราะการหายใจสามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ โดยเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจมาที่การควบคุมหายใจเข้าและออก
5.ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยด้วยความนุ่มนวลช่วยให้อาการปวดแผลลดลงได้
6.ถ้าปวดมากดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยา Paracetamol 500 mg. ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อลดอาการปวดและทำให้สุขสบายมากขึ้น
7.พูดคุยให้กำลังใจ เพื่อลดความวิตกกังวล มารดาผ่อนคลายช่วยให้บรรเทาความเจ็บปวดลดลง
การประเมินผล :
1.ผู้ป่วยบ่นปวดแผลน้อยลง pain score 2 คะแนน (4/2/65)
3 มารดาหลังคลอด เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเนื่องจากร่างกาย อ่อนเพลียจากการ เสียเลือดและน้ำหลังคลอด
ข้อมูลสนับสนุน
SD:-ผู้ป่วยบ่นปวดแผลฝีเย็บและปวดมดลูก ให้คะแนน 3 คะแนน
OD:-มารดามีแผลฉีกขาดที่บริเวณปากมดลูกและแผลฝีเย็บ
-ผู้ป่วยมีอาการหน้ามืดขณะลุกขึ้นเดินหรือเปลี่ยนท่าเร็วๆ
ผู้ป่วยมีblood loss 200ml
เกณฑ์การประเมินผล
1.ผู้ป่วยปวดแผลลดลง หรือคะแนนความปวดลดลง (pain score 0 คะแนน)
2.ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดี สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นั่งให้นมลูกได้
3.ผู้ป่วยไม่มีอาการหน้ามืดขณะทำกิจกรรมต่างๆ
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะความดันโลหิตและชีพจรว่าต่ำกว่า90/60 หรือมีชีพจรเร็วกว่า100ครั้งต่อนาที อาจเกิดภาวะhypovolemic shock ได้ประเมิน pain score โดยสอบถามเกี่ยวกับอาการปวดแผลฝีเย็บและปวดมดลูก และสังเกตอาการผิดปกติของแผลผ่าตัดว่ามีบวมแดง มีเลือดซึม ขอบแผลไม่ชิดหรือไม่
2.แนะนำให้นอนในท่านอนที่สบายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด หรือจัดให้นอนท่าศีรษะสูง จะชาวยทุเลาอาการปวดแผลได้ และยังเป็นการช่วยเร่งการขับน้ำคาวปลาได้ด้วย หายใจออก ทางปากเพราะการหายใจสามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ โดยเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจมาที่การควบคุมหายใจเข้าและออก
3.แนะนำให้ใช้มือนวดคลึงบริเวณหน้าท้อง เป็นการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
4.สอนเทคนิคการหายใจ เพื่อช่วยลดอาการปวด โดยให้หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ และผ่อนลม
5.ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยด้วยความนุ่มนวลช่วยให้อาการปวดแผลลดลงได้
6.ถ้าปวดมากดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยา Paracetamol 500 mg. ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อลดอาการปวดและทำให้สุขสบายมากขึ้น
7.พูดคุยให้กำลังใจ เพื่อลดความวิตกกังวล มารดาผ่อนคลายช่วยให้บรรเทาความเจ็บปวดลดลง
8.หาสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจของมารดาเช่นเปิดเสียงดนตรีให้ฟังเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
การประเมินผล
1.ผู้ป่วยบ่นปวดแผลน้อยลง pain score 2 คะแนน (4/2/65)
4.มารดาขาดทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากตั้งครรภ์ครั้งแรก
ข้อสนับสนุน
OD:
มารดาตั้งครรภ์เป็นครรภ์แรก
ทารกอยู่ที่SNCU ยังไม่ได้เข้าเต้ากับแม่
วัตถุประสงค์
สามารถเลี้ยงบุตรคนแรกได้ด้วยนมแม่ได้
เกณฑ์การประเมินผล
มีทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เช่น สามารถอุ้มลูกดูดนมได้ถูกวิธี การบีบน้ำนมออกจากเต้า
กิจกรรมการพยาบาล
กิจกรรม
พูดคุยแนะนำถึงประโยชน์ของนมแม่ที่มีต่อลูกและต่อแม่ แนะนำให้เลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวนานอย่าง น้อย 6 เดือน เพราะน้ำนมมารดามีประโยชน์ มีคุณค่าทางสารอาหารสูงเหมาะสำหรับเลี้ยงทารกสะอาดประหยัดและมีภูมิต้านทานโรค
ส่งเสริมการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาในระยะหลังคลอด ขณะฟักฟื้นอยู่โรงพยาบาล ใน 2-3 วันแรกหลังคลอด เป็นระยะที่มารดาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล มารดาหลังคลอดทุกควรได้รับความช่วยเหลือและกำลังใจเพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีวิธีทักษะในการอุ้มบุตรดูดนมอย่างถูกวิ ในระยะนี้เป็นระยะสำหรับการกระตุ้นให้น้ำนมหลั่งเร็วที่สุด และหลั่งอย่างต่อเนื่อง
3.ประเมินลักษณะของเต้านมและหัวนมก่อนนำบุตรมาดูดนมมารดา เพื่อประเมินความผิดปกติที่อาจ
ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
ให้สามีและญาติมีส่วนรวมในการให้นมบุตร เช่น การประคองหัวเด็กช่วยขณะมารดาให้นมบุตรพูดคุยให้กำลังใจ
มารดาหลังคลอดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพราะถึงแม้ว่าจะมีภาวะหัวนมสั้น ก็สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแมได้
คอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ การให้นมบุตรตลอดเวลาที่มีปัญหา โดยการส่งเวรต่อให้พยาบาลแต่ละเวร
ช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง
6.การให้อาหาร ให้ทารกกินนมมาดาอย่างเดียวนาน 6 เดือน แล้วจึงให้อาหารเสริมตามวัยซึ่งดูได้ในสมุดบันทึก
สุขภาพสีชมพู
การประเมินผล
ยังไม่ได้ประเมินผล