Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต, image, image, image, image, image, image,…
การฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต
อัมพาต คือ ภาวะที่เกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมอง ทำให้การทำงานของสมองหยุดชะงัก
อัมพาต ไม่ใช่โรค
แต่เป็นอาการอ่อนแรงของใบหน้า แขนขาซีกใดซีกหนึ่งหรือทั้งสองซีกของร่างกาย อาจมีอาการร่วมกับตามองไม่เห็น หูไม่ได้ยินหรืออาจจะพูดไม่ได้ อัมพาต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
อัมพาตครึ่งท่อน หมายถึง ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของ
ลำตัวและขาทั้ง 2 ข้าง จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นกับระดับของไขสันหลังที่เกิดพยาธิสภาพ
อัมพาตทั้งตัว หมายถึง ผู้ปุวยมีอาการอ่อนแรงของลำตัว และแขนขาทั้ง 4 ข้าง
อัมพาตครึ่งซีก หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของใบหน้า แขนและขา ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
ปัจจัยเสี่ยงผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต
ความอ้วน
โรคเบาหวาน
การสูบบุหรี่
โรคหัวใจ
การออกกำลังกาย
โรคความดันโลหิตสูง
อายุ
ความเครียด
วิธีการทางกายภาพบำบัดในอัมพาตคือ
การบริหารการหายใจ การจัดท่า การบริหารข้อต่อ/กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การฝึกการทรงท่าและการฝึกการทรงตัว การฝึกเดิน การฝึกการใช้แขนและมือ การฝึกความสัมพันธ์ในการทำงาน ของลำตัว แขนและขา การฝึกให้เกิดความทนทานในการทำงาน
การฟื้นตัวของสมองหลังการขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน
การฟื้นตัวของระบบประสาทที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (spontaneous recovery) เป็นการฟื้นตัวในระยะแรก
2-3วันแรกถึง 8 สัปดาห์ หรืออาจกินเวลาไปถึง 4 เดือน
การฟื้นตัวที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนโครงข่ายระบบประสาท (Brain reorganization) การเกิดพยาธิสภาพจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการเรียนรู้ของผู้ปุวยที่ได้รับ ซึ่งการฟื้นตัวของสมองในระยะนี้อาจใช้เวลานานถึง 7-8 ปีขึ้นอยู่กับการฝึกฝน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของสมอง
ปัญหาด้านอารมณ์และการรับรู้ ผู้ที่มีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น หงุดหงิด โมโหง่าย จะมีผลต่อการฝึกฝนและมีปัญหากับผู้ดูแล
บางรายมีปัญหาสุขภาพเดิม เช่น ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม หลังคด เป็นต้น จะมีผลต่อการฝึกฝน และมีผลต่อการฟื้นฟูของสมอง
อายุ ผู้สูงอายุมีแนวโน้มจะเกิดสมองขาดเลือดมากกว่าและการฟื้นตัวช้ากว่าผู้ที่มีอายุน้อย
ครอบครัวหรือผู้ดูแล มีความสำคัญมากทั้งในด้านกำลังใจ
ภาวะแทรกซ้อน เช่น ไหล่เจ็บ ติด ข้อติด มีการหดสั้นของเอ็นและกล้ามเนื้อ มีอาการเกร็งของแขน ขา หรือมีแผลกดทับ
ที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เพราะหากไม่เหมาะสมทำให้การฝึกฝนกิจกรรมต่างๆฟื้นตัวช้า เช่น การนอนพื้น ห้องน้ำ เป็นต้น
ตำแหน่งและขนาดของพื้นที่สมองที่มีพยาธิสภาพ
หลักการฟื้นฟูทักษะการเคลื่อนไหว
ฝึกให้เกิดความทนทานในการทำงาน
ฝึกให้สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ฝึกความสัมพันธ์ในการทำงานของลำตัว แขน และขา
การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
ขั้นตอนในการฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหว
เมื่อผู้ป่วยเริ่มทำได้จึงฝึกให้ผู้ป่วยเริ่มทำบางส่วน เมื่อมี กำลังเพิ่มขึ้นควบคุมการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ความช่วยเหลือจากผู้ดูแลจึงลดลง
ผู้ปุวยควรทรงตัวในท่านั่งให้ได้ก่อน จึงค่อยฝึกการทรงตัวในท่ายืนและเดิน
เมื่อผู้ป่วยเคลื่อนไหวไม่ได้ ผู้ดูแลต้องช่วยเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยก่อน
ผู้ปุวยต้องไม่ทำกิจกรรมเกินกำลังของตนเองมาก จนทำให้เกิดอาการเกร็ง
วางแผนโปรแกรมและวางแผนความก้าวหน้า
โปรแกรมความก้าวหน้าต้องเป็นไปตามความสามารถของผู้ป่วยแต่ละคนหลีกเลี่ยงการให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่ยากเกินไป หรือง่ายเกินไป
การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่ซับซ้อน การฝึกฝนต้องมีขั้นตอนและเป้าหมายที่ชัดเจน
ผู้ป่วยและญาติควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อร่วมกันตั้งเป้าหมาย บันทึกความก้าวหน้าทางร่างกาย ทางสังคม และจิตใจ กระตุ้นให้ผู้ป่วยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด
การจัดท่าทาง
การจัดท่า (Positioning)
ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าทางที่ดีและเหมาะสม เพื่อยับยั้งการเกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ และปูองกันการเกิดการผิดรูป
ระยะแรก
มีการตายของเซลล์สมองในส่วนที่ขาดเลือดไปเลี้ยงและเซลล์สมองรอบๆหยุดการทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อซีกใดซีกหนึ่งหยุดการทำงาน อ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนปวกปียก รวมไปถึงกล้ามเนื้อของใบหน้าลิ้น และลำตัว
ระยะฟื้นตัว
แขนขาเริ่มมีการขยับได้ ควบคุมการเคลื่อนไหวได้บางส่วน ส่วนที่ควบคุมไม่ได้กล้ามเนื้ออาจจะมีอาการเกร็ง เช่น นิ้วมืออาจจะอยู่ในท่างอหรือกำมือ เป็นต้น
ท่านั่ง/การทรงตัวในท่านั่ง
ท่านอน
ท่านอนตะแคงทับข้างที่เป็นอัมพาต
ท่านอนตะแคง
ท่านอนหงาย
ป้องกันข้อติดและการหดสั้นของกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อ
การฝึกการเคลื่อนที่บนเตียง
การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง
แขน
ขา
การลุกขึ้นยืน/การทรงตัวในท่ายืน
วิธีการเดิน : เดินโดยมีญาติประคอง/เดินโดยใช้ไม้เท้า
การจัดท่านอนในผู้ป่วยอัมพาตต้องคำนึงถึง
ที่นอน
ต้องเป็นที่นอนเนื้อแน่น ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป ผ้าปูที่นอนขึงตึงไม่มีรอยย่น รอยพับเพื่อกันไม่ให้ เกิดการถูไถ่ผิวหนัง อันจะนำสู่การเกิดแผลกดทับได้
ท่านอน
เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการนอนทับแขน หรือขาข้างที่เป็นอัมพาตนานๆ จะทำให้เกิดการบวมเกิดข้อต่อยึดติด และแผลคดทับได้ง่าย ดังนั้นญาติ หรือผู้ดูแลต้องเปลี่ยนท่านอนให้บ่อยๆ
อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
เตียงนอน
ควรเป็นเตียงที่แข็งแรงความสูง
การส่งเสริมการทำงานของแขนและมือข้างที่เป็นอัมพาต
การฝึกกิจวัตรประจำวัน
การฝึกให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ด้วยตนเอง
ควรเลือกฝึกในสถานที่เงียบไม่มีสิ่งรบกวนก่อน
ควรเริ่มจากกิจกรรมที่ง่าย ๆ ก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้น
ควรค านึงถึงระดับความสามารถของผู้ปุวย และปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย
นางสาวภานุมาศ สิทธิเม่ง 6312436001