Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยทารกและวัยก่อนเรียนด้านการนอนหลับ - Coggle Diagram
การส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยทารกและวัยก่อนเรียนด้านการนอนหลับ
เด็กก่อนวัยเรียน (Preschoolers)
ในช่วงวัย 3-5 ปี เด็กจะสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้นเล็กน้อย มีทักษะทางด้านร่างกายเพิ่มมากขึ้น สามารถทำบางอย่างด้วยตนเองได้ มีความสนใจในการเรียนรู้และลองทำสิ่งใหม่ๆ เด็กในวัยนี้จะชอบพูดคุยและซักถามในทุกๆเรื่อง ดังนั้นพ่อแม่ควรหมั่นพูดคุยกับลูก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษา เด็กวัยนี้มีจินตนาการสูง พ่อแม่ควรสนับสนุนให้เด็กใช้จินตนาการอย่าง
เด็กทารก (Infant)
เด็กที่มีอายุระหว่าง 1-12 เดือน ที่เริ่มมีพัฒนาการต่างๆ สามารถคลาน เกาะยืน เดินได้เอง หยิบสิ่งของด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ได้ พ่อแม่ควรให้ของเล่นเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของเด็ก
ความแตกต่างของการนอนหลับในแต่ละวัย
วัยทารก
5.ไม่ควรใช้หมอนหรือเอาวัสดุอื่นๆ มารองคอ
6.เตียงเด็กไม่ควรมีมุมเสาสูงขึ้นมาหรือมีอุปกรณ์ประดับตกแต่งมากเกิน
4.ที่นอนควรเป็นเตียงที่แน่นและปลอดภัย ควรแยกจากที่นอนของผู้ปกครอง
7.ไม่ควรมีผ้าหรือสิ่งอื่นๆ ปกปิดใบหน้าหรือศีรษะของทารกขณะนอนหลับ
3.ให้ทารกนอนหงาย ทั้งตอนนอนกลางคืนและกลางวัน
8.ให้ลูกนอนบนเตียงของเขาในขณะที่ง่วงแต่ยังตื่นอยู่
2.ทารกนอนหลับสลับกับตื่นเป็นช่วงๆ
1.การนอนหลับจะมากสุดช่วงแรกเกิด 1-4 เดือนแรก คือ นอนหลับเฉลี่ยประมาณ 12-18 ชั่วโมงต่อวัน
10.ให้ลูกกล่อมตัวเอง อนุโลมให้จับผ้าอ้อม ดูดนิ้วมือ ในบางครั้ง
11.หากจำเป็นต้องให้นมกลางดึก ควรใช้เวลาสั้นที่สุด กระตุ้นลูกให้น้อยที่สุด
9.ให้ลูกนอนหลับด้วยตัวเอง ไม่ต้องอุ้มกล่อม และไม่ให้ดูดนมจนหลับ
วัยก่อนเรียน
4..สร้างบรรยากาศช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงที่สงบและผ่อนคลาย เช่น การเล่านิทาน ไม่ทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้ตื่นตัว
5.อย่าส่งลูกเข้านอนทั้งที่ยังหิวอยู่ ผู้ปกครองอาจเตรียมนมแก้วเล็กๆ ไว้ให้ลูกดื่มก่อนนอน
3.มีการกำหนดเวลานอนที่ชัดเจนสำหรับเด็ก
6.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
2.วัยก่อนเรียนจะนอนหลับยาวในช่วงเวลากลางคืน
7..เด็กๆควรได้มีเวลาออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน
1.ระยะเวลานอนหลับเฉลี่ย 9-13 ชั่วโมงต่อวัน
8.ห้องนอนควรมืดและเงียบสงบ สำหรับเด็กบางคนที่กลัวความมืดมากๆ ผู้ปกครองอาจเปิดไฟสลัวๆ ไว้เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกกลัว
9.อย่าใช้ห้องนอนเป็นที่สำหรับลงโทษ หรือ time-out เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกกลัวห้องนอนและนอนไม่หลับ
10.ไม่ควรมีโทรทัศน์ในห้องนอน เพราะการดูโทรทัศน์ก่อนนอน อาจทำให้เด็กติดว่าต้องเปิดดูถึงจะหลับได้
ความเหมือนของการนอนหลับในแต่ละวัย
2.ห้ามใช้ยานอนหลับหรือยาต่างๆ เพื่อช่วยให้นอนหลับ
3.ถ้าลูกร้องหรือขยับตัวควรปล่อยให้ลูกกล่อมตัวเองให้นอนหลับต่อด้วยตัวเองก่อนที่จะเข้าไปปลอบ
1.ห้องนอนควรมีอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนและเย็นเกินไป
การส่งเสริมการนอนหลับ
การนอนหลับ คือ สภาวะที่การรับรู้ของร่างกายแยกตัวออกและลดการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมชั่วคราว โดยการนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพนั้นจะแตกต่างกันไปตามวัยและสุขภาพของแต่ละคน