Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
นาย A อายุ 86 ปี, Fall score = 5 คะแนน, สูบบุรี่ 10 มวน/วัน ตั้งแต่อายุ 20…
นาย A อายุ 86 ปี
โรคประจำตัว
เบาหวานรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี
5.เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
เป้าประสงค์
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากน้ำตาลในเลือดสูง
4.ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตามแผนการรักษา คือ DTX ก่อนอาหารและก่อนนอน Keep 80-200 mg/dL
ผลการประเมิน
ผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ซึม ชัก หมดสติ เป็นต้น
DTX = 157 mg%
2.ดูแลให้ผู้ป่วยได้ยาตามแผนการรักษาของแผนการรักษาของแพทย์ พร้อมสังเกตอาการข้างเคียงจากยา และเฝ้าระวังภาวะน้ำตาลในเลือต่ำ
3.ดูแลให้ได้ผู้ป่วยได้รับอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
1.สังเกตอาการและหารแสดงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ซึม ชัก หมดสติ เป็นต้น
5.วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มีอาการแสดงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ซึม ชัก หมดสติ เป็นต้น
สัญญาณชีพ
T: 36.5-37.4 C
PR:60-100 ครั้ง/นาที
RR:14-20 ครั้ง/นาที
BP: SBP 140-90 mmHg
DBP 90-60 mmHg
Lab : DTX 80-200 mg/dL
เลือดไปเลี้ยงที่ไตลดลง
ความดันโลหิตในเลือดสูง
ไตเสื่อมไม่ได้รักษา
อัตราการกรองลดลง
eGFR = 38.3
ของเสียคั่งในร่างกาย
BUN = 40
Cr = 2.06
3.มีภาวะของเสียคั่งในร่างกาย เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มีอาการแสดงของภาวะของเสียคั่ง เช่น ปัสสาวะออกน้อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน บวม เป็นต้น
สัญญาณชีพ
T: 36.5-37.4 C
PR:60-100 ครั้ง/นาที
RR:14-20 ครั้ง/นาที
BP: SBP <120 mmHg
DBP<80 mmHg
Lab : BUN = 6-20 mg/dL หรือลดลงจากเดิม
Cr = 0.6-1.2 mg/dL. หรือลดลงจากเดิม
eGFR เพิ่มขึ้นจากเดิม
เป้าประสงค์
เพื่อลดการคั่งของของเสียในร่างกาย และไม่เกิดอันตรายจากของเสียคั่ง
1.สังเกตอาการของของเสียคั่งในร่างกาย เช่นปัสสาวะออกน้อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย บวม คันตามตัว หายใจหอบ ความดันโลหิตสูง เพื่อช่วยในการประเมินความรุนแรงของของเสียคั่งในร่างกาย
ผลการประเมิน
ผู้ป่วยมีปัสสาวะออกน้อย
BUN = 37 mg/dL (ลดลง)
Cr = 1.8 mg/dL (ลดลง)
eGFR = 33.3 (เพิ่มขึ้น)
บันทึกปริมาณสารน้ำเข้า-ออก เพื่อเป็นการประเมินความสมดุลของน้ำเข้า-ออก
ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ BUN Cr eGFR เพื่อประเมินการทำงานของไตในการกรองของเสีย
3.ดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารประเภท Low salt Diet
4.ชั่งน้ำหนักทุกวันด้วยตราชั่งเดิม เพื่อประเมินภาวะบวม
5.วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ผลิตฮอร์โมน Erythropoietin ลดลง
มีภาวะซีด
Hb = 8.4
Hct = 25.9
4.มีภาวะซีด เนื่องจากการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง
เป้าประสงค์
ไม่มีภาวะซีด
1.สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะซีด เช่น เยื่อบุตาซีด อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น เป็นต้น
ผลการประเมิน
ผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงของภาวะซีด เช่น เยื่อบุตาซีด อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น เป็นต้น
Hct= 27.3 % (เพิ่มขึ้น)
Hb = 8.8 g/dL (เพิ่มขึ้น)
6.ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ Hct, Hb เพื่อติดตามและประเมินภาวะซีด
2.ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์ Folic acid 1 x1 po pc
3.ดูแลให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กและโปรตีนสูง
5.วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอ
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะซีด เช่น เยื่อบุตาซีด อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น เป็นต้น
สัญญาณชีพ
T: 36.5-37.4 C
PR:60-100 ครั้ง/นาที
RR:14-20 ครั้ง/นาที
BP: SBP <120 mmHg
DBP <80 mmHg
Lab : Hct = 42-52%, Hb = 13.8-17.2 g/dL
2.เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน
เป้าประสงค์
ไม่เกิดภาวะพร่องออกซิเจน
1.ดูแลให้ได้รับออกซิเจน cannula 3 LPM keep ≥ 95% เพื่อให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
ผลการประเมิน
ผู้ป่วยไม่มีภาวะพร่องออกซิเจน
O2sat ≥ 95%
Hct= 25.4 %
Hb = 8.4 g/dL
2.จัดท่านอนศีรษะสูง 30 องศา เพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดี
6.วัดและบันทึกสัญญาณชีพ และวัดค่า Oxygen saturation เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
3.ดูแลทางเดินหายใจให้โล่งโดยสอนการไออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเสมหะ
4.จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอและลดการใช้ออกซิเจน
5.สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะพร่องออกซิเจน เช่น ซึมลง กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าซีด เป็นต้น เพื่อติดตามอาการและป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มีอาการแสดงของภาวะพร่องออกซิเจน เช่น ซึมลง กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าซีด เป็นต้น
สัญญาณชีพ
T: 36.5-37.4 C
PR:60-100 ครั้ง/นาที
RR:14-20 ครั้ง/นาที
BP: SBP <120 mmHg
DBP <80 mmHg
O2sat ≥ 95%
Hct = 42-52%, Hb = 13.8-17.2 g/dL
AKI on top CKD
Bacterial pneumonia C PUI
แบคทีเรียเข้าไปในถุงลม และมีการเพิ่มจํานวนขึ้นอย่างรวดเร็วร่างกายจะมีการตอบสนองเกิดขึ้น โดยมีเลือดคั่งในบริเวณที่มีการอักเสบ
CXR : Patchy Infiltration at Right lower lobe
CBC leukocyte 15,360 PMN
O2Sat Room Air = 93-94% On O2 cannula 3 LPM O2Sat. = 100%
RR= 24 bpm
T = 38.9 C
ไข้ ไอมีเสมหะ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อย
1.ผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
เป้าประสงค์
ไม่มีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
5.วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ผลการประเมิน
ผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ คือ มีไข้ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ใจสั่น
Lab : WBC = 13,980 cell/mm3
H/C ไม่พบเชื้อ
6.ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ คือ WBC เพื่อประเมินผลการรักษา
1.ดูแลเช็ดตัวลดไข้ เพื่อเพิ่มการระบายความร้อนโดยการนำความร้อน
2.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาลดไข้ Paracetamol 500 mg 1 tap po prn q 6 hr
3.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา ได้แก่ Ceftriaxone 2 gm IV OD, Azithromycin 500 mg IV OD
เกณฑ์การประเมินผล
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ เช่น ไข้ หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ใจสั่น เป็นต้น
สัญญาณชีพ
T: 36.5-37.4 C
PR:60-100 ครั้ง/นาที
RR:14-20 ครั้ง/นาที
BP: SBP <120 mmHg
DBP <80 mmHg
Lab : WBC = 4,500-10,000 cell/mm3
H/C:ไม่พบเชื้อ
4.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำและสารอาหารอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจากการที่มีพยาธิสภาพจากอายุที่เพิ่มขึ้น
Fall score = 5 คะแนน
6.ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
เป้าประสงค์
ไม่เกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม
1.ซักประวัติเกี่ยวกับการพลัดตกหกล้มของผู้ป่วย และทำแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
ผลการประเมิน
คะแนนแบบประเมิน Fall score ลดลง จาก 5 เหลือ 3 คะแนน
ผู้ป่วยไม่เกิดอุบัติเหตุผลัดตกหกล้ม
2.ติดสัญลักษณ์บ่งชี้ว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงในการพลัดตกหกล้ม เพื่อให้ผู้พบเห็นทราบ
3.ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดพลัดตกหกล้มในผู้ป่วยรายนั้นๆ วิธีการที่ทำให้ปลอดภัย การระวังป้องกันร่วมกัน
4.ปรับระดับเตียงในระดับต่ำสำหรับเตียงที่ปรับระดับได้และล็อคล้อเตียงเสมอ แนะนำให้ญาติยกไม้กั้นเตียงไว้ เมื่อไม่มีคนอยู่กับผู้ป่วยเพื่อป้องกันการตกเตียง
5.จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มในผู้ป่วย เช่น ดูแลบริเวณทางเดิน ที่พักผู้ป่วยและห้อง ตรวจให้มีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น
6.จัดวางกริ่งเรียกให้ผู้ป่วยหยิบใช้สะดวกพร้อมบอกวิธีใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยหรือญาติขอความช่วยเหลือจากพยาบาล
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนแบบประเมิน Fall score ลดลงจากเดิม
ผู้ป่วยไม่เกิดอุบัติเหตุผลัดตกหกล้ม
สูบบุรี่ 10 มวน/วัน ตั้งแต่อายุ 20 ปี
ความดันเลือดสูงขึ้น
ผนังเส้นเลือดเล็กลง
ขัดขวางการออกฤทธิ์ของอินซูลิน
ดื่มสุรานาน 20 ปี
ตับอ่อนอักเสบหรือตับแข็ง
ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ หรือสร้างได้น้อยลง
หัวใจเต้นเร็วขึ้น
ปริมาตรเลือดส่งออกจากหัวใจใน 1 นาทีเพิ่มขึ้น
อ้างอิง
ณภัสร ไทยเก่า. (2553). ปอดอักเสบ. ). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565, จาก
http://www.msdbangkok.go.th/dowload%20file/Personal/Succeed/RN/L6/0601.2_6399/w_naputsorn%20thaikao.pdf
สายฝน ม่วงคุ้ม. (2564). การพยาบาลผู้ป่วยที่มีการไหลเวียนผิดปกติ. มหาวิทยาลัยบูรพา : คณะพยาบาลศาสตร์, ชลบุรี
สายฝน ม่วงคุ้ม. (2564). การพยาบาลผู้ป่วย Metabolic syndromeและผู้ป่วยเบาหวาน. มหาวิทยาลัยบูรพา : คณะพยาบาลศาสตร์, ชลบุรี
-อาทิตยา อติวิชญานนท์. (2564). การพยาบาลผู้ป่วยโรคไต. มหาวิทยาลัยบูรพา : คณะพยาบาลศาสตร์, ชลบุรี