Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์…
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์
พระราชประวัติการครองราช
วันที่ 9 มิถุนายนนั้น ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และรัฐบาลได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ บริหารราชการแผ่นดินแทนพระองค์ เนื่องจากยังทรงพระเยาว์ และต้องทรงศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ
พระชนมพรรษา 18 พรรษา รัฐบาลได้กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ กรุงโลซานน์ แม้พระองค์จะทรงโปรดวิชาวิศวกรรมศาสตร์ แต่เพื่อประโยชน์ในการปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาการปกครองแทน เช่น วิชากฎหมาย อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ ทรงศึกษา และฝึกฝนการดนตรีด้วยพระองค์เองด้วย ใน พ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส
พระราชประวัติการพระผนวช
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2539 ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจ เป็นเวลา 15 วัน
พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2492 ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี
วันที่ 28-30 มีนาคม พ.ศ. 2493 และเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่วังสระปทุม โดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานหลั่งน้ำพระมหาสังข์ ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน และได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
พระอัจฉริยะภาพด้านต่างๆ
3.พระอัจฉริยภาพทางด้านการเกษตรและชลประทาน
พระองค์ท่านทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาเรื่องการกั้นน้ำและสร้างเขื่อนตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงมีพระราชดำริมากมายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาป่าไม้ แหล่งน้ำและดิน รวมถึงพระราชทานพระราชดำริอันเนื่องมาจากพระอัจฉริยภาพของพระองค์อย่าง “ทฤษฎีใหม่”แนวทางเกษตรที่ยั่งยืนรวมถึง แนวทางการดำรงชีวิตที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่าง “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายประเทศและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
4.พระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในด้านการส่งเสริมการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง พระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทางด้านการเกษตรและการชลประทาน เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่าราษฎรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และค่อนข้างอยู่ในฐานะยากจน พระองค์จึงทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรของชาติเป็นสำคัญ ราษฎรไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระเกียรติว่า “กษัตริย์เกษตร”
1.พระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ ทรงเชี่ยวชาญการถ่ายภาพทั้งกล้องธรรมดาและกล้องถ่ายภาพยนตร์ ทรงเริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องรุ่นเก่าที่ไม่มีที่วัดแสงในตัว จึงต้องทรงคำนวณความเร็วของแสงด้วยพระองค์เองจนชำนาญและเชี่ยวชาญ ทรงสามารถใช้กล้องรุ่นเก่าประเภทนี้และทรงวัดแสงได้อย่างแม่นยำ ทรงประดิษฐ์ Bicolocer Filter หรือแผ่นกรองแสงสำหรับกล้องขึ้นเอง ทรงเชี่ยวชาญในการล้างฟิล์มอัดขยายภาพขาวดำและภาพสี ทรงถ่ายภาพด้วยพระองค์เองตามพระราชประสงค์ที่จะทรงใช้โดยเฉพาะในการพัฒนาประเทศในเวลาที่ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นต่างๆ
5.พระราชกรณียกิจด้านการเมืองการปกครอง นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อปีพุทธศักราช 2489 พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย อันเป็นคุณูประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรไทย รวมถึงด้านการเมืองการปกครอง แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า พระมหากษัตริย์ไทย ทรงดำรงตนเป็นกลางทางการเมือง และให้ระบบการเมืองของไทยขับเคลื่อนไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย แต่ในฐานะองค์พระประมุขของชาติ ทรงมิได้เพิกเฉยละเลย พระราชกรณียกิจด้านการเมืองการปกครอง อาทิ การลงพระปรมาภิไธยและพระราชทานรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภา หรือแม้ยามบ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญๆ ก็ทรงยื่นพระหัตถ์เข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเสมอมา
2.พระอัจฉริยภาพด้านจิตรกรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงพระปรีชามาสารถทางด้านจิตรกรรมมาก แม้จะไม่ได้ทรงเริ่มฝึกหัดตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทรงเริ่มจากการวาดภาพแบบเสมือนจริง (realistic) มาเรื่อยๆ จนทรงพัฒนารูปแบบภาพวาดฝีพระหัตถ์ในรูปแบบของพระองค์เองมาเป็นแนวนามธรรม (abstract) และรูปแบบ expressionism ได้พระราชทานภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ร่วมแสดงในงานศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ ๑๔ เป็นการแสดงนิทรรศการภาพฝีพระหัตถ์ครั้งแรกของพระองค์ และต่อมาได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์จำนวน ๔๗ องค์ ไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระราชประวัติการศึกษา
เมื่อจบชั้นประถมศึกษาแล้ว ก็ทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลาซืออิส โรมองด์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) เมืองแชลลี ซูร โลซานน์ (Chailly-sur-Lausanne)
เมื่อพุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 พรรษา ได้เสด็จทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร
ในปี พ.ศ. 2481 พระองค์ก็ทรงจบจากโรงเรียนยิมนาส คลาสสิค กังโตนาล (Gymnase Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์ ทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ แล้วทรงเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ แผนกวิทยาศาสตร์ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 แต่หลังจากนั้นพระองค์ทรงเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์แทนวิชาวิทยาศาสตร์
พระราชประวัติการสมภพ
ทรงพระราชสมภพวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ.โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐเมสสาชูเขตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์และหม่อมสังวาย์ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า)
สมาชิก
นางสาวธันยพร ผลจักร 6312125011
นางสาวปรียาภรณ์ บุญวุฒิวิวัฒน์ 6312125014
นางสาวภัคลมัย เชิดชู 6312125021
นางสาวอนุธิดา จันทร์ทา 6312125028
นางสาวอัญชลี สืบสำราญ 6312125029