Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระยะที่3 ของการคลอด (The stage of placenta expulsion) - Coggle Diagram
ระยะที่3 ของการคลอด (The stage of placenta expulsion)
การประเมินภาวะสุขภาพ
สัญญาณชีพ
ชีพจร
ความดันโลหิต
การหายใจ
การหดรัดตัวของมดลูก
ปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอด ไม่ควรมากกว่า 300 mm. ถ้ามากกว่านั้นจะเป็นการตกเลือด
กระเพาะปัสสาวะ
ฝีเย็บ ไม่ควรมีเลือดออกเกิน 50 mm.
ระยะที่เริ่มต้นทันทีหลังจากทารกคลอดแล้วจนถึงรก
เยื่อหุ้มทารกลอกตัวและคลอดออกมา
เฉลี่ยเวลา 5-15 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที
:!!: ถ้านานนจะมีภาวะรกติด ต้องช่วยทำคลอดรก
เพื่อป้องกันภาวะเสียเลือด
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
การลอกตัวของรก เกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกมีการหดรัดตัว
ทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้น
โพรงมดลูกเล็กลงทันที
ส่วนรกชั้นที่บางที่สุดจะลอกตัวออกเมื่อมดลูกหดรัดตัวหลายครั้ง
การลอกตัวของรกจากผนังมดลูก
Schultze mechanism
รกจะเริ่มลอกบริเวณตรงกลางก่อน
ทำให้มี Retroplacental hematoma ค้างอยู่หลังรกช่วยให้รกรอกตัวได้สมบูรณ์รวดเร็ว
รกด้านทารกคลอดออกมาก่อน
Duncan mechanism
การลอกตัวอยู่บริเวณริมรกก่อน
ขณะรกคลอดจะมองเห็นเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด (Vulvar sign)
รกด้านแม่คลอดออกมาก่อน
อาการแสดงของรกลอกตัว
Uterine sign
มดลูกจะหดตัวกลมแข็ง ขนาดเล็กลงยกสูงขึ้นเหนือระดับสะดือ
เอียงไปทางขวาเพราะทางซ้ายมีส่วนของลำไส้ใหญ่
Cord sign
Cord เหี่ยว เกลียวคลาย คลำ Pluse ไม่ได้ สายสะดือเลื่อนต่ำลง
Vulva sign
Schultz's methhod
การลอกตัวของรกเกิดขึ้นตรงกลางของรก
ไม่มีเลือดออกมาให้เห็นทางช่องคลอด
Matthew duncan's method
การรอกตัวของรกเกิดขึ้นบริเวณริมรก
มีเลือดไหลออกทางช่องคลอด
การทำคลอดรก
-ให้คลอดเองตามธรรมชาติโดยให้มารดาเบ่งคลอด
-ผู้ทำคลอดช่วยเหลือให้รกคลอด
การตรวจรกและเยื่อหุ้มรก
ตรวจเยื่อหุ้มเด็ก
รอยแตกของเยื่อหุ้มเด็ก
สัดส่วนของเยื่อหุ้มเด็กทั้งสองชั้นว่าสมดุลกันหรือไม่
ขนาดของเยื่อหุ้มเด็ก
เยื่อหุ้มรก
Chorion : รกด้านแม่
หนา ขุ่น ฉีกขาดง่าย
เยื่อชั้นนอกที่ติดอยู่กับผนังมดลูก
Amnion : รกด้านลูก
ใส มันวาว ฉีกขาดยาก
เป็นเยื่อที่ห่อหุ้มน้ำคร่ำและสายสะดือ ตัวทารก
ความผิดปกติของรก
1.Placenta Succenturiata คือ รกที่มีรกน้อยมีเส้นเลือดติดต่อระหว่างรกใหญ่และรกน้อยไว้ด้วยกัน
2.Placenta Circumvallata คือ รกที่มีขนาดเล็กกว่าปกติซึ่งทำให้เกิดการแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากอาหารไปเลี้ยงทารกไม่เพียงพอหรือทารกเจริญ
เติบโตได้ไม่ดีอาจเป็นสาเหตุให้รกรอกตัวก่อนกำหนดได้
3.Placenta Battledore คือ สายสะดือเกาะริมรก มีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของสายสะดือออกจากแผ่นรก
4.Placenta Velamentosa คือ รกที่มีการเกาะของสายสะดือบนเยื่อหุ้มทารกชั้น chorionและมีแขนงของเส้นเลือดจากสายสะดือทอดต่อไปถึง chorionic plate
5.Placenta Spurium คือ รกน้อยที่ไม่มีเส้นเลือดติดต่อระหว่างรกใหญ่และรกน้อย
6.Placenta Membranacea คือ รกที่มีขนาดใหญ่หนากว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิด ภาวะเลือดออกจากรกเกาะต่ำ รกไม่ลอกตัว และมีการฉีกขาดค้างอยู่ในโพรงมดลูก
การตรวจสายสะดือ
Umbilical vein 1 เส้น
Umbilical artery 2 เส้น
สายสะดือปกติจะยาว 30-100 cm. (เฉลี่ยประมาณ 50 cm.)
ปม
ปมแท้ (Ture knot)
มีการผูกกันอย่างแท้จริง เหมือนปมผูกเชือก
ปทเทียม (False knot)
ไม่เกิดอันตรายกับทารก
False vascular knot
การขดของ Umbilical vein เส้นเลือดขดตัวพองออกเป็นปม
False jelly knot
การรวมตัวของสารเหนียว
จะเห็นเป็นปมของjelly
ตำแหน่งการเกาะของสายสะดือ
central insertion
สายสะดือเกาะอยู่ตรงกลางแผ่นรก
lateral insertion
สายสะดือเกาะค่อนไปด้านข้างของแผ่นรก
marginal insertion
สายสะดือเกาะอยู่ตรงริมขอบรก
การตรจแผ่นรก
รกด้านลูก
น้ำหนัก 1/5-1/6 ของน้หนักตัวของทารก
ด้านที่มีสายสะดือเกาะ สีเทาอ่อน มันวาว
ถ้าทารกถ่ายขี้เทารกอาจเป็นสีเหลือง/สีเขียว
บ่งชี้ถึงทารกขาดออกซิเจนขณะคลอด
เห็นเส้นเลือดแผ่ออกเป็นรัศมีในตำแหน่งที่สายสะดือเกาะโดยเส้นเลือดควรสิ้นสุดที่ประมาณ1-2 cm.
ขอบรกจะเป็นวงขาวๆรอบแผ่นรก
Closing Ring Of Wrinkle Waldeyer
รกที่คลอดครบกำหนดจะมีขนาดกว้าง 15-20 cm. หนา 2-3 cm.
รกด้านแม่
ด้านที่ติดกับผนังมดลูก สีแดงเข้ม ค้ายเปลือกลิ้นจี่
แต่ละก้อนเรียกว่า Cotyledon มี15-20 lope ร่องที่แยกจากกันเรียก Placental sulcus
ควรตรวจดูว่าเนื้อรกมีการฉีกขาดสามารถประกบกันได้หรือไม่
หากมีการฉีกขาดหายไปอาจมีีการติดค้างอยู่ในโพรงมดลูกได้ ทำให้เกิดการตกเือดหลังคลอด
ตรวจดูการเสื่อมของเนื้อรก
ดูจาก Infarction
ดูการเกาะของ Calcium หากพบมากแสดงว่ารกทำงานได้ไม่ดีมีผลต่อทารกในครรภ์
การช่วยให้รกคลอด
1.Modified Crede' maneuver
ผู้ทำคลอดใช้มือขวาจับยอดมดลูกคลึงมดลูกให้แข็งตัว
จับมดลูกให้มาอยู่ตรงกลางหน้าท้อง ใช้อุ้งมือดันมดลูกส่วนบนลงมาหาปุ่มกระดูก Sacrum
เมื่อรกผ่านช่องคลอดแล้ว 2/3 ของรก ใช้มือซ้ายรองรับรกไว้หมุนไปทางเดียวกันเพื่อให้เยื่อหุ้มเด็กลอกตัวได้ดี
ส่วนมือขวาที่ดันยอดมดลูกให้เปลี่ยนมากดตรงหวเหน่าดันมดลูกขึ้นไป เพื่อช่วยให้เยื่อหุ้มทารกคลอดออกมา
2.Brandt-Andrews maneuver
ใช้มือขวากดทางท้องน้อยเหนือกระดูกหัวเหน่ากดลงข้างล่าง เพื่อผลักรกที่อยู่ข้างล่างมดลูกและในช่องคลอดให้คลอดออกมาที่ปากช่องคลอด
โดยมือซ้ายจับสายสัดือไว้เฉยๆ จากนั้มือขวาเปลี่ยนจากกดลงเป็นดันมดลูกขึ้นไปเพื่อร้งให้เยื่อหุ้มทารกคลอดออกมา
3.Controlled cord traction
การดึงสายสะดือเพื่อให้ทารกคลอดออกมา
ก่อนทำคลอดรกทุกครั้งตรวจสอบการลอกตัวของรกว่าสมบูรณ์แล้วและคลึงมดลูกให้แข็งก่อนทำคลอดทุกครั้งเพื่อป้องกันมดลูกปริ้น
การพยาบาล
ป้องกันการตกเลือด
จัดผู้คลอดนอนหงายในท่าคลอดหรือท่าขึ้นขาหยั่ง
ตรวจดูถ้ากระเพาะปัสสาวะเต็มให้สวนปัสสาวะทันที
การฉีดยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
การรักษาความสะอาด
ผู้คลอดมีความต้านทานของร่างกายทั่วไปต่ำ
การให้ความอบอุ่น
ปิดแอร์เพราะอากาศค่อนขางเย็นเพราะว่าร่า่งกายสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี
ประเมิณสัญญาณชีพ
ชีพจร อยู่ในช่วง60-70 ครั้งต่อนาที ถ้าชีพจรเร็วเกิน 90 ครั้งต่อนาที ให้นึกถึงกรตกเลือด
ความดันโลหิต อยู่ในช่วง 120/80 mmHg. ไม่ควรต่ำกว่า 100/60 mmHg. หรือ pulse pressureแคบ ให้นึกถงการตกเลอดหรือภาวะช็อก
การหายใจอยู่ในช่วง 16-20 ครั้งต่อนาที
สังเกตภาวะช็อก
มีอาการ เหงื่อออกตัวเย็น รู้สึกใจสั่นมาก ชีพจรเต้นเร็ว หายใจเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ความรู้สึกตัวลดลง
ควรให้การช่วยเหลืออย่างรีบด่วนโดยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษาของแพทย์
เมื่อเกิดการตกเลือดขณะที่รกยังไม่คลอด
ตรวจจดูกระเพาะปัสสาวะ
ทำคลอดรกอย่างถูกวิธี
ถ้ามดลูกหดตัวไม่ดี ให้ได้รับยา oxytocin
เมื่อเกิดการตกเลือด หลังจากรกคลอด
คลึงมดลูกและประเมินการหดตัวของมดลูก
ตรวจดูการฉีกขาดของหดทางคลอด
เมื่อเกิดการตกเลือด
ดูแลให้ได้รับสารละลายทางหลอดเลือดดำ
ตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ
ดูแลแก้ไขภาวะช็อก
การเย็บซ่อมแซมฝีเย็บ(Perineorrhaphy)
ขั้นตอนในการเย็บซ่อมแผลฝีเย็บ
1.ให้ผู้คลอดนอนหงาย
-คลึงมดลูกให้หดรัดตัวแข็งอีกครั้งหนึ่ง
2.ปูผ้ารองก้นและผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
3.คลี่ด้ายที่พัน tampon ออก
4.ฉีดยาที่บริเวณรอบแผลฝีเย็บ
5.เย็บซ่อมแซมตามความมากน้อย
6.ดึง tampon ออกแล้วทำความสะอาด
7.ตรวจสอบแผลอีกครั้ง
8.คลึงมดลูกไล่เลือดก้อนอีกครั้ง
การฉีกขาดของแผลฝีเย็บ
First degree tear
มีการฉีกขาดที่บริเวณ fourchette ผิวหนังบริเวณด้านหน้าของผีเย็บเยื่อบุช่องคลอดเท่านั้น
Second degree tear
มีการฉีกขาดเพิ่มขึ้น Fascia และกล้ามเนื้อผีเย็บ
Third degree tear
มีการฉีกขาดเพิ่มถึงกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนัก
Fourth degree tear
มีการฉีกขาดอย่างสมบูรณ์ คือ มีการฉีกขาดของผนังทวารหนัก(Rectal mucosa) ด้วย
ภายหลังรกคลอดให้รีบทำการซ่อมแซมฝีเย็บทันที
ก่อนทำการเย็บซ่อมแซมฝีเย็บให้ตรวจสภาพแผลก่อนว่ามีการฉีกขาดหรือไม่
ภาวะแทรกซ้อน
รกเกาะติดเเน่นหรือลึกกว่าปกติ
มดลูกหดรัดตัวไม่ดี