Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
cholecystitis โรคถุงน้ำดีอักเสบ - Coggle Diagram
cholecystitis
โรคถุงน้ำดีอักเสบ
คือโรคที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดอาการอักเสบที่บริเวณถุงน้ำดี (gallbladder) อวัยวะทรงลูกแพร์บริเวณข้างใต้ตับ ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บน้ำดี
อาการของโรค
อาการถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน
(Acute cholecystitis)
มีอาการปวดอย่างรุนแรง (ปวดลึก ๆ) ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา โดยเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึก ๆ
มีอาการไข้สูงและหนาวสั่นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องเฟ้อ
อาการถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
(Chronic cholecystitis)
เป็นแบบที่พบได้น้อยกว่ามาก โดยเป็นภาวะที่ผนังของถุงน้ำดีมีการหนาตัวและแข็งจากการที่บวมอยู่เป็นเวลานาน ๆ
ผู้ป่วยมักมีอาการไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนเท่าอาการจากถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน (ยกเว้นในรายที่เกิดการติดเชื้อเฉียบพลันซ้ำซ้อนที่จะทำให้มีอาการเหมือนการอักเสบแบบเฉียบพลันได้)
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวาไม่รุนแรง แต่จะปวดแบบเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ (โดยมากจะมีอาการปวดบิดเป็นพัก ๆ แบบเดียวกับอาการปวดของนิ่วในถุงน้ำดี)
สาเหตุของถุงน้ำดีอักเสบ
สาเหตุจากนิ่วในถุงน้ำดี
อาจเกิดเนื่องจากก้อนนิ่วที่ไปอุดตันท่อน้ำดีจนส่งผลให้น้ำดีไหลออกจากถุงน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ไม่ได้
ทำให้ถุงน้ำดีมีแรงดันเพิ่มขึ้นและมีการยืดขยายตัวมากขึ้นจนไปกดเบียดหลอดเลือดต่าง ๆ ที่หล่อเลี้ยงถุงน้ำดี
ทำให้เยื่อบุผนังของถุงน้ำดีขาดเลือด เป็นผลให้เกิดการบาดเจ็บและเกิดการอักเสบขึ้นตามมา
สาเหตุที่ไม่ใช่มาจากนิ่วในถุงน้ำดี
โดยอาจเกิดจากถุงน้ำดีติดเชื้อแบคทีเรีย, เกิดจากเนื้องอกของถุงน้ำดีหรือของท่อน้ำดี
เกิดจากท่อน้ำดีตีบตันจากสาเหตุต่าง ๆ ที่ไม่ใช่จากนิ่ว (เช่น การเกิดพังผืด)
เกิดจากโรคไทฟอยด์ (เนื่องจากเชื้อไทฟอยด์จะถูกกรองที่ตับและถูกขับออกทางน้ำดี)
เกิดจากถุงน้ำดีได้รับอุบัติเหตุและเกิดการฉีกขาด
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดถุงน้ำดีอักเสบ
เพศหญิง
เพราะพบโรคนิ่วในถุงน้ำดีในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า โดยมักพบในหญิงตั้งครรภ์ หรือกินยาเม็ดคุมกำเนิด หรือกินฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนจากภาวะหมดประจำเดือน
พันธุกรรม
เพราะพบโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้สูงเมื่อมีคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี
เชื้อชาติ
เพราะพบโรคนี้ได้สูงในบางเชื้อชาติ เช่น คนอเมริกาที่พบว่ามีพันธุกรรมที่ทำให้มีคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
ผู้สูงอายุ
เพราะพบโรคนี้ได้สูงในผู้ที่มีอายุ 40-60 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นเพราะคนในช่วงอายุนี้เป็นโรคไขมันในเลือดสูง สูงกว่าอายุช่วงอื่น ๆ
อาหาร
ผู้ที่ชอบประทานอาหารที่มีไขมันสูงและมีใยอาหารต่ำจะเพิ่มโอกาสการเกิดโรคนี้ได้มากขึ้น
ภาวะอ้วน
(โดยเฉพาะในผู้หญิง) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลเป็นอย่างมาก เนื่องจากความอ้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณของคอเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น
การลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
พราะจะทำให้ตับหลั่งคอเลสเตอรอลออกมามากขึ้น รวมถึงถุงน้ำดีจะบีบตัวน้อยลง น้ำดีจึงคั่งอยู่ในถุงน้ำดีนานขึ้น จึงมีโอกาสเกิดการตกตะกอนเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น
การกินยาลดไขมันในเลือดบางชนิด
โดยเฉพาะยาโคลไฟเบรต (Clofibrate) เพราะจะส่งผลทำให้มีการเพิ่มปริมาณของคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงขึ้น
การตรวจวินิจฉัยถุงน้ำดีอักเสบ
แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคถุงน้ำดีอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังได้จากการซักประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) เพื่อดูการอักเสบติดเชื้อ การตรวจเลือดต่าง ๆ เช่น
การตรวจดูการทำงานของตับ
เพื่อวินิจฉัยแยกโรค
การตรวจภาพตับและถุงน้ำดีด้วยอัลตราซาวนด์
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อยืนยันการอักเสบและดูว่ามีนิ่วในระบบน้ำดีร่วมด้วย
มีการตรวจด้วยวิธีจำเพาะอื่น ๆ
เพิ่มเติมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์
การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน
การตรวจ Cholescintigraphy (HIDA scan)
วิธีรักษาถุงน้ำดีอักเสบ
ไปพบแพทย์
ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
และรับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป
การรักษาประคับประคองตามอาการ
การให้งดน้ำงดอาหารเพื่อให้ถุงน้ำดีได้พักในระยะที่มีอาการปวดมาก (โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน)
การให้ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย
การให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาการติดเชื้อ
การผ่าตัดถุงน้ำดีออกไป (Cholecystectomy)
ป็นการรักษาโดยตรงที่แก้ปัญหาได้อย่างถาวร เพราะถ้าหากไม่ผ่าตัด การอักเสบมักย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
ถ้าผู้ป่วยมีอาการใน 72 ชั่วโมง แพทย์จะทำการผ่าตัดได้ง่าย
การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเปิดหน้าท้อง (Open cholecystectomy
การผ่าตัดถุงน้ำดีโดยการส่องกล้อง (Laparoscopic cholecystectomy)
ในรายที่มีนิ่วในท่อน้ำดี
หากไม่สามารถผ่าตัดเอานิ่วออกได้ด้วยวิธีการดังกล่าว การรักษาจะต้องใช้วิธีการส่องกล้องตรวจรักษาท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic retrograde cholangiopancreatography – ERCP) เพื่อคล้องเอานิ่วที่อยู่ในท่อน้ำดีออกมา
วิธีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ
จำกัดหรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอลสูง
หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
พยายามควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐานและเกิดโรคอ้วน
ถ้าต้องการลดน้ำหนักตัว ควรหาวิธีลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและค่อย ๆ ลดน้ำหนักอย่างช้า ๆ
ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคเบาหวาน/โรคไขมันในเลือดสูงให้ดี (เช่น การไม่รับประทานอาหารที่หวานมากไปจนเกิดโรคเบาหวาน)