Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สถานการณ์ให้คำปรึกษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, นางสาวหนึ่งฤทัย วังหอม เลขที่ 76 A…
สถานการณ์ให้คำปรึกษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ข้อมูลปัญหา
สาเหตุปัญหา : หลงลืม ท้อแท้
ปัญหาทางกาย : อาการหลงลืม เหนื่อยล้า
ปัญหาทางจิต : รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้
ปัญหาพฤติกรรมที่แสดงออก : ลืมรับประทานยา ชอบรับประทานผลไม้รสหวาน
เป้าหมายการให้คำปรึกษา
เป้าหมายระยะสั้น : มีแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ให้ตระหนักเห็นความสำคัญของปัญหา
เป้าหมายระยะยาว : เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และไม่กลับไปมีพฤติกรรมซ้ำ
เทคนิคที่ใช้ในการให้คำปรึกษา
เทคนิคพื้นฐาน
1 การเริ่มต้นให้คําปรึกษา (Opening the interview
2 การนำเข้าสู่การสนทนาโดยตรง (Direct Leading)
3 การสนทนาให้เข้าสู่ประเด็น (Focusing)
การเสนอแนะ (Suggestion)
การเงียบ (Silence)
การให้ความกระจ่าง (Clarification)
การสะท้อนความรู้สึก Reflection of feeling)
การสังเกต (Observation)
การชักชวน (Persuation)
การแนะนำ (Advising) การช่วยแบบนำทาง
เทคนิคเฉพาะทฤษฎี
ทักษะการตั้งคำถามปลายเปิด (Open-ended Question)
การชมเชยจุดดีของผู้รับบริการ (Affirmation)
การฟังเพื่อสะท้อนความเข้าใจ (Reflective Listening
การสรุปความ (Summary)
1.Develop discrepancy การกระตุ้นให้ลังเล
การกระตุ้นให้ผู้รับบริการเกิดความลังเลใจในพฤติกรรมที่ตนกำลังประพฤติอยู่โดยใช้ทักษะการให้คำปรึกษาโดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (OARS)
2.Avoiding argumentation การหลีกเลี่ยงการโต้แย้ง
3.Rolling with Resistance การรู้จักและกลิ้งไปกับแรงต้าน
ทักษะการฟังแบบสะท้อนความ (Reflective listening)
ทักษะการมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยแง่มุมที่แตกต่างออกไป (Reframing)
การเน้นย้ำว่าผู้รับบริการมีสิทธิเต็มที่ในการจัดการกับปัญหาของตนเอง (Emphasis personal choice and control)
การเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้รับบริการพูดเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น
การเชิญให้ผู้รับบริการคิดหาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน (Agreement with a twist and invite co-operation)
4.Express empathy การแสดงการเห็นอกเห็นใจ
หลีกเลี่ยงการตอบสนองที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ป่วยเกิดปฏิกิริยาต่อต้านคือ
การวิพากษ์วิจารณ์ตัดสิน
การให้คำแนะนำโดยที่ไม่สนใจในเนื้อหาหรือความรู้สึกไม่สบายใจของผู้ฟัง
การไม่สนใจไม่เอาใจใส่ใช้เพื่อทำให้ผู้ฟังรู้สึกผิดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้สนใจที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
5.self efficacy enhancement การเพิ่มพูนการรับรู้ความสามารถในตน
กระบวนการให้คำปรึกษา
ขั้นที่ 1สร้างสัมพันธภาพและตกลงบริการ
เทคนิคการฝึกผ่อนคลาย
•สร้างความคุ้นเคยไว้วางใจผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
•การพูดเรื่องทั่วไป 1-2 นาที
•การใส่ใจหรือแสดงพฤติกรรมการใส่ใจ
•การเปิดประเด็นแล้วนำเข้าสู่การตกลงบริการ
ผลลัพธ์ เพื่อให้ผู้รับการปรึกษาเกิดความไว้วางใจที่จะเปิดเผยเรื่องราวและความรู้สึกของตนเองและร่วมมือต่อการให้การปรึกษา
ขั้นที่ 2ขั้นสำรวจปัญหาและความต้องการ
เทคนิครวบรวมข้อมูล
-เปิดโอกาสและกระตุ้นให้ผู้รับการปรึกษาเล่าถึงปัญหาต่างๆ
-สำรวจปัญหาและความต้องการของผู้รับการปรึกษาเรียนรู้ความคิดความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเองจนได้พบปัญหา
-พบปัญหารับรู้ความต้องการผู้รับบริการมีต่อปัญหา
ผลลัพธ์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับคำปรึกษาได้บอกเล่าถึงปัญหาหรือสำรวจปัญหาและความต้องการของตนเอง
ขั้นที่ 3 ขั้นเข้าใจปัญหาและความต้องการ
เทคนิคการตีความหมาย
-ใช้ทักษะเพื่อให้ผู้รับการปรึกษากระจ่างในสาเหตุของปัญหา
-แยกแยะปัญหาและปัญหาที่แท้จริง
-สรุปประเด็นปัญหาที่ผู้รับการปรึกษาต้องการแก้ไขจัดลำดับความสำคัญความเร่งด่วน
-ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขและไม่แก้ไขปัญหาดังกล่าว
-ใช้ทักษะต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้รับการปรึกษาคิดสำรวจความรู้สึกและความต้องการของตนเองมองเห็นปัญหาเข้าใจ
ผลลัพธ์ เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาเกิดความเข้าใจอย่างกระจ่างในปัญหาของตนเองอย่างแท้จริง
ขั้นที่ 4 ขั้นวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา
เทคนิคการให้ความมั่นใจ
-ช่วยให้ผู้รับการปรึกษาได้ใช้ศักยภาพของตนค้นหาวิธีแก้ปัญหาโดยวิธีที่หลากหลายวางแผนแก้ไขเป็นขั้นตอนตัดสินใจเลือกทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการศักยภาพของผู้รับการปรึกษามากที่สุด
-ผู้ให้การปรึกษาไม่ควรเร่งรีบและด่วนตัดสินใจจัดการปัญหา แต่คอยให้กําลังใจ
-สร้างบรรยายกาศเอื้ออำนวยให้ผู้รับบริการมีกำลังใจอบอุ่นใจไม่โดยเดียว
ผลลัพธ์ ค้นหาวิธีในการแก้ปัญหา โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย วางแผนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน และตัดสินใจเลือกทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับการปรึกษามากที่สุด
ขั้นที่ 5 ขั้นยุติบริการ
เทคนิคการให้ความมั่นใจ
เมื่อผู้รับคำปรึกษาเกิดความกระจ่างในปัญหาของตนเองอย่างแท้จริงและสามารถหาวิธีแก้ปัญหาของตนเองได้จะทำการยุติการให้คำปรึกษานั้นโดยการสรุปประเด็นที่ได้พูดคุยกันชื่นชมในสิ่งที่คิดและตัดสินใจโดยที่ผู้รับคำปรึกษาอาจจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผู้รับคำปรึกษาก็ตามรวมทั้งการนัดหมายที่จะพบในครั้งต่อไป
ผลลัพธ์ เมื่อผู้รับคำปรึกษาเกิดความกระจ่างในปัญหาของตนเองอย่างแท้จริงและสามารถหาวิธีแก้ปัญหาของตนเองได้
ทฤษฎีที่นำมาใช้
ทฤษฎีที่นำมาใช้ : ทฤษฎีแรงจูงใจ
เหตุผลที่เลือกทฤษฎี : เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาข้อเสียของพฤติกรรม ดังนั้นเราจึงสามารถเสริมสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยเพื่อตระหนักถึงปัญหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ข้อมูลจำเป็นต้องรวบรวม
ครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน เพื่อที่จะทราบถึงมีผู้ดูแลหรือไม่
-ครอบครัวและคนใกล้ชิด มีส่วนร่วมและสนับสนุน การให้คนในครอบครัวมีส่วนร่วมที่จะคอยเตือนให้รับประทานยา
-นาฬิกาแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลารับประทานยา เพื่อป้องกันการหลงลืม
นางสาวหนึ่งฤทัย วังหอม เลขที่ 76 A
รหัสนักศึกษา 633020111348