Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
วัสดุสังเคราะห์ Synthetic Materials, นาย กฤติพัฒน์ มังกะละ รหัส 640210334…
วัสดุสังเคราะห์
Synthetic Materials
ความหมายของวัสดุสังเคราะห์
วัสดุสังเคราะห์
หมายถึงวัสดุที่เกิดจากการนำแร่ธาตุและสารเคมี มาผ่านขบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยการทำปฏิกิริยาทางเคมี เพื่อให้เกิดเป็นวัสดุขึ้น ซึ่งวัสดุที่ได้จากการสังเคราะห์จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น น้ำหนักเบา มีความแข็งแรงสูง คงทนต่อการกัดกร่อน คงทนต่ออุณหภูมิ
คงทนต่อสารเคมี และนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทุกแขนง
วัสดุสังเคราะห์ชนิดต่างๆ
พลาสติก (Plastic)
พลาสติกมีคุณสมบัติบางอย่างเป็นเลิศ
ไม่เกิดการกัดกร่อน
แข็งแรง
เป็นวัสดุที่เหนียว
เป็นฉนวนไฟฟ้า
ทนต่อสารเคมี
พลาสติกส่วนใหญ่ได้จากสารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอนซึ่งประกอบด้วยคาร์บอน
ไฮโดรเจน ออกซิเจน และครอรีน
ซึ่งได้มาจากผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ
และยังมีพลาสติกบางอย่างที่ได้จากผลิตผลทางการเกษตร
พลาสติกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)
สามารถนำกลับมาหลอมละลลายขึ้นเป็นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้
เซลลูโลซิก (Cellulosics)
เป็นพลาสติกที่ได้จากเยื่อเซลลูโลส (Cellulose Fiber)
มีความแข็งแรง ทนความร้อน เป็นฉนวนไฟฟ้า
เซลลูโลสไนเตรด (Cellulose Nitrate)
ค้นพบและนำมาใช้งานในปี ค.ศ. 1869
ใช้ทำลูกบิลเลียด
ใช้ทำฟันปลอม
ใช้ทำส้นรองเท้า
ใช้ทำลูกปิงปอง
ใช้ทำน้ำยาเคลือบผ้า
เซลลูโลสอะซีเทต (Cellulose Acetate)
ค้นพบในปี ค.ศ. 1927
ใช้ทำเทป
ใช้ทำบันทึกเสียง
ใช้ทำฟิล์มถ่ายภาพ และของเด็กเล่น
เซลลูโลสอะซีเทต บิวทะเรต (Cellulose Acetate Butyrate)
ค้นพบในปี ค.ศ.1938
ใช้ทำพวงมาลัยรถยนต์
ใช้ทำตู้วิทยุ
ใช้ทำด้ามเครื่องมือ
อะซีทัล (Acetals)
ค้นพบในปี ค.ศ. 1906
เป็นพลาสติกที่แข็งแรง
ทนทานรับแรงได้ดี
ลื่นคล้ายเทียนไข
นำมาใช้งานด้านวิศวกรรมทำชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวต่างๆ
โพลิเอมาย (Polyamides)
ค้นพบและนำมาใช้งานอุตสาหกรรมในปี ค.ศ.1933
น้ำหนักเบา รับแรงอัดได้ดี
ทนความร้อน ทนการขีดข่วน
เป็นฉนวนไฟฟ้า นำมาทำเป็นเส้นใย
ใช้เป็นถุงเท้า เอ็นตกปลา ขนแปรงสีฟัน
โพลิโอเลฟิน (Polyolefins)
โพลิเอทิลีน (Polyethylene)
ค้นพบในปี ค.ศ. 1933
ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งน้ำไม่
เกาะติดผิว เป็นฉนวนไฟฟ้า
นำไปใช้ทำถุงบรรจุอาหาร
ของเด็กเล่นพลาสติกใช้วัสดุเคลือบ
โลหะเพื่อป้องกันสนิม เช่น
ชั้นวางของต่างๆ เป็นต้น
โพลิโพรพิลิน (Polypropylene)
ค้นพบในปี ค.ศ. 1957
มีคุณสมบัติคล้ายโพลิเอทิลีน
แต่มีความแข็งแรงทนทานมากกว่า
นำมาใช้ทำถุงบรรจุอาหารชนิดร้อน
แถบพลาสติกมัดของ เชือกพลาสติก
กล่องแบตเตอรี่ หมวกกันน็อก
ไวนิล (Vinyl)
ค้นพบ และน ามาใช้งานในปี ค.ศ. 1933
Polyvinyl Acetate (PVA)
เป็นพลาสติกที่นำมาใช้ทาสี เรียกว่า สีน้ำพลาสติก
นำมาทำกาว เรียกว่า Latex
Polyvinyl Choloride (PVC)
ทนต่อสารเคมี เหนียวทนทาน
นำมาทำท่อน้ า และทำฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า
Polyvinyl Choloride Acetate
เป็นพลาสติกที่อ่อนเนื้อเหนียว
ฉีกขาดยาก นำมาทำพลาสติกแผ่นผืน เป็นวัสดุกันฝน
อะครีลิก (Acrylics)
นำมาใช้งานในอุตสาหกรรม ในปี ค.ศ. 1936
เป็นพลาสติกที่มีเนื้อใสทนต่อแสง
อุตราไวโอเลต เป็นฉนวนไฟฟ้า
นำไปทำป้ายโฆษณาต่างๆ เลนส์แว่นตา
เฟอร์นิเจอร์ พลาสติกสำหรับอัดกรอบพระ เป็นต้น
โพลิสไตรีน (Polystyrene)
นำมาใช้งานในอุตสาหกรรม ในปี ค.ศ. 1938
เป็นพลาสติกที่น้ำหนักเบาเป็นฉนวนไฟฟ้า
ทนต่อความร้อนได้ดีพอสมควร มีเนื้อใส
นำมาใช้ท ากล่องบรรจุต่างๆ
ฟลูออโรคาร์บอน (Fluorocarbons)
คิดค้นขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1943
เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติ คือ เป็นฉนวนเคลือบภายในภาชนะ
โพลินคาร์บอเนต (Polycarbonate)
นำมาใช้งานอุตสาหกรรม ในปี ค.ศ. 1957
เป็นพลาสติกใส มีความแข็งแรงมาก
ที่สุด ทนความร้อน และสารเคมีได้ดี
นำมาใช้ทำขวดนมเด็กชนิดดี เครื่องใช้ไฟฟ้า
ด้ามเครื่องมือต่างๆ แว่นตากันแดด
และตัวกล้องถ่ายภาพ เป็นต้น
ไอโอโนเมอร์ (Ionomer)
ค้นพบและนำมาใช้ในปี ค.ศ. 1964
เป็นพลาสติกที่ใส และเหนียวทนต่อกรด และด่างได้ดี สามารถเชื่อมให้ละลายติดกันด้วยความร้อน
นำมาใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุต่างๆ เช่น
ขวดบรรจุของเหลว เครื่องมือ ลูกกอล์ฟ
โพลิซัลโฟน (Polysulphone)
ค้นพบเมื่อ ปี ค.ศ. 1965
เป็นพลาสติกที่ทนความร้อนได้สูง ทนแรงดึงแรงอัดได้สูงทนต่อกรดด่าง และเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมาก
นำมาใช้ทำฝาครอบ หรือตัวเครื่อง และอุปกรณ์ไฟฟ้ และยังนำมาทำน้ำยาเคลือบผิวไฟฟ้า
โพลิเอสเทอร์ (Polyester)
เป็นพลาสติกชนิดเทอร์โมพลาสติก
ที่มีชื่อเหมือนกับพลาสติกเทอโมเซตติ้ง
มีความเหนียว ทนความร้อนได้ดี แข็งแรงทนทานมาก
นำไปใช้ทำชิ้นส่วนของรถยนต์ เช่น กันชนรถยนต์
ขวดบรรจุน้ำมันพืช เส้นใยทอผ้า เป็นต้น
2.เทอร์โมเชตติ้ง (Thermosetting)
ทอร์โมเชตติ้ง
เป็นพลาสติกที่ได้รับความร้อนในครั้งแรกจะอ่อนตัว เพื่อสามารถนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ต่างๆ แล้วจะแข็งตัวคงสภาพ ไม่สามารถนำกลับหลอมละลายได้ใหม่
ฟินอลิก (Phenolic)
ค้นพบและนำมาใช้งานในปี ค.ศ. 1909
มีความแข็งแกร่งทนต่อความความร้อนได้ดี และเป็นฉนวนไฟฟ้า
นำไปใช้ผลิตเป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าเช่น โครงตู้วิทยุ โครงตู้โทรทัศน์ ฝาครอบจานจ่าย
อะมิโน (Amino)
เป็นพลาสติกที่รับแรงอัด และแรงบิดได้ดีมาก ทนต่ออุณหภูมิได้สูง มีเนื้อแข็งทนต่อการขูดขีดได้ดี
อะมิโนแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด
ยูเรีย (Urea)
นำมาใช้งานในปี ค.ศ. 1929
นำมาทำกาวสังเคราะห์ สำหรับประสานไม้อัด
ประเภทต่างๆ เช่น ไม้อัดแผ่นเรียบ ชิบบอร์ดอุปกรณ์ไฟฟ้า และน้ำยาเคลือบผิว
เมลามีน (Melamine)
นำมาใช้งานในปี ค.ศ. 1939
นำมาผลิตเป็นภาชนะต่างๆ เช่น จาน ชาม แก้ว ถาดและน ามาทำเป็นแผ่นโฟไมก้า เป็นต้น
ซิลิโคน (Silicone)
นำมาใช้ในอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1930
นำมาใช้ทั้งรูปของเหลว และแบบคงรูป ทนต่อ
ความร้อน และความเย็นได้ดี เป็นฉนวนไฟฟ้า
นำมาใช้ทำยางขอบกระจก ยางปู พื้นกันลื่น ทำ
แบบหล่อ ซิลิโคนเหลวนำมาใช้ทำเครื่องสำอาง
กาวประสานรอยตู้กระจกเลี้ยงปลา เป็นต้น
โพลินยูเรเทน (Polyurethane)
นำมาใช้งานอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1954
เป็นพลาสติกที่ทนการสึกกร่อนได้ดี เหนียว
ทนต่อสารเคมี เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี
นำมาใช้ทำหนังเทียม น้ำยาเคลือบผิววัสดุ
และยังนำมาทำโฟม
โฟมชนิดอ่อนตัว (Flexible Foam)
หรือฟองน้ำ ใช้ทำเบาะรถยนต์ เบาะ
เฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ที่นอนฟองน้ำ
โฟมชนิดแข็งตัว (Rigid Foam)
ใช้ฉีดเข้าภายในปีเครื่องบิน ท้องเรือผนังห้องเย็น
เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และเป็นฉนวนกันความร้อน
โฟลีเอสเตอร์ (Polyester)
นำมาใช้งาน ปี ค.ศ. 1974
เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี ทนต่อกรดชนิด
อ่อนได้ไม่ทนต่อสารละลาย เช่น
คาร์บอนเตทตาคลอไรต์และอะซีโทน
นำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ไฟ
อีพอกซี (Epoxy)
นำมาใช้ในอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1974
เป็นพลาสติกที่รับแรงอัด และแรงกระแทก มีการหดตัวน้อยมาก เป็นฉนวนไฟฟ้า ทนต่อความร้อนได้สูงในรูปของเหลว นำมาใช้ทำกาวสังเคราะห์สำหรับติดโลหะ
การขึ้นรูปพลาสติก
ผลิตภัณฑ์พลาสติกจะขึ้นรูปโดยไม่มีการตัดเฉือน (Non-Cutting), พลาสติกอ่อน (Thermoplastic) เช่น อ่างน้ำ ขวดพาลาสติกต่างๆ จะผลิตโดยการหล่อแบบฉีด (Injection Mould) เป่าในแบบขึ้นรูป และวัสดุกึ่งสำเร็จรูป เช่น เป็นแผ่น, แผ่นบาง (Foil), รูปพรรณต่างๆ และท่อ จะผลิตโดยการอัดรีด (Extrusion Press) และรีดม้วนหลายครั้ง (Calendering) ขึ้นรูปได้
กรรมวิธีแบบอัดรีด (Extrusion Press)
สามารถผลิตพลาสติกรูปพรรณ (Profile) แท่ง ท่อ
แผ่นบางๆ การผลิตกระทำโดยมีเกลียวตัวหนอนที่หนุนอยู่หมุนขับพลาสติกผงจากกรวยผ่านกระบอกสูบที่ถูกท าให้ร้อนเพื่อให้พลาสติกละลายแล้วอัดเคลื่อนด้วยเกลียวปยังรูด้านซ้ายสุด ผ่านปากน าร่อง (Orifice) จะมีรูปร่างคล้ายรูปพรรณที่ต้องการผลิต
กรรมวิธีผลิตแบบคาเลนเดอริ่ง (Calendering)
พลาสติกแผ่นบาง (Foil) จะผลิตโดยวิธีนี้ โดยชุดคาเลนเดอริ่งนี้จะเป็นลูกกลิ้ง 3-4 ลูก ที่ถูกทำให้ร้อน เพื่อจะได้รีดพลาสติก PVC ให้เป็นแผ่นบางลงได้ตามขนาดที่ต้องการ
นาย กฤติพัฒน์ มังกะละ รหัส 640210334