Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 13 การวินิจฉัยแยกโรค กลุ่มอาการทางหัวใจและหลอดเลือด - Coggle Diagram
บทที่ 13 การวินิจฉัยแยกโรค กลุ่มอาการทางหัวใจและหลอดเลือด
13.2โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease/IHD)
สาเหตุ
เกิดจากมีการตีบตันของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ มักเป็นผลจากผนัง หลอดเลือดแข็งเนื่องจากมี ไขมันเกาะ
สิ่งตรวจพบ
ในรายที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดชั่วขณะ อาจตรวจไม่พบสิ่ง ผิดปกติ ในบาง รายอาจตรวจพบความดันโลหิตสูง ส่วนในรายที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อาจตรวจพบภาวะ ช็อก
การรักษา
หากสงสัย วรแนะนำผู้ป่วยไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
ถ้ามีอาการเจ็บอกเป็นพักๆ นาน 2-3 นาที ไม่เกิน 15 นาที มักเกิดเมื่อ ออกแรงมาก ให้ หยุดพัก และอม Nitroglycerin หรือ Isordil 1 เม็ดซ้ำได้ทุก 5 นาที
ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงติดต่อกันนานกว่า 30 นาที มีภาวะหัวใจวาย ช็อก หรือ หมดสติ ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลด่วน
ในรายที่มีการตีบตันของหลอดเลือดโคโรนารีหลายแห่ง และกินยาไม่ได้ผล อาจต้องทำการผ่าตัดเปิดทางระบาย
13.1 โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease, CVD)
อาการ
อาการเจ็บอก (chest pain)
หายใจไม่สะดวก (shortness of breath
เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง อ่อนเพลีย (fatigue)
ใจสั่น (palpitation)
รู้สึกชีพจรเต้นเร็วหรือช้า หรือผิดจังหวะ (irregular pulse)
เวียนศีรษะ (light-
headedness) รู้สึกเหมือนจะเป็นลม
การวินิจฉัย
1.โรคระบบทางเดินหายใจ
2.โรคระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด เช่น หัวใจล้ม
3.ภาวะเหนื่อยจากสาเหตุ Metabolismที่ต้องทำให้หายใจเพิ่มขึ้น
4.ภาวะทางจิตใจที่ทำให้เกิด Hyperventilation
13.3. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmias or cardiac dysrhythmias)
สาเหตุ
เกิดจากความผิดปกติของจุดกำเนิดไฟฟ้าและผิดปกติของจุดกำเนิดไฟฟ้า และหรือระบบการนำไฟฟ้าของหัวใจ หรือเกิดจากความไม่สมดุลของกรด-ด่าง หรือ electrolytes เซลล์กล้ามเนื้อ หัวใจขาดออกซิเจน ความผิดปกติแต่กำเนิด
อาการ
ในรายที่ไม่มีสาเหตุร้ายแรง อาจไม่มีอาการอะไรเลย บางคนอาจเพียง แต่บ่นว่า รู้สึกใจสั่น หรือใจวูบหายเป็นครั้งคราว รู้สึกเหมือนหัวใจกระโดด หัวใจเต้นแรง
การวินิจฉัย
วินิจฉัยได้จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ จากอาการ เช่น เคยมีอาการ เป็นลม มีนงง เหนื่อยล้า เจ็บหน้าอก ใจสั่น มีโรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้ยา digitoxin จากการตรวจ ร่างกาย
การรักษา
ถ้ามีอาการเป็นลม ชัก หรือมีภาวะหัวใจวาย ควรให้การรักษาเบื้องต้น แล้ว ส่งโรงพยาบาลด่วน
ถ้ามีอาการวิงเวียน เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือชีพจรต่ ากว่า 60 ครั้ง ต่อนาที หรือ มากกว่า 100 ครั้งต่อนาที ควรแนะน าไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ และชีพจรเต้นระหว่าง 60-100 ครั้งต่อนาที อาจให้ Diazepam ขนาด 2-5 มก. วันละ 2-3 ครั้ง
ถ้าสงสัยเกิดจากบุหรี่ ชา กาแฟ หรือยา เช่น Digoxin, Lanoxin ควรบอก ให้ผู้ป่วยงด สิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำผู้ป่วยไปตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อมีโอกาส
13.4 ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure)
สาเหตุ
พยาธิสภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathy) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ(Myocarditis)
ลิ้นหัวใจรั่ว หรือตีบแคบ
สาเหตุอื่นๆ เช่น วามดันโลหิตสูง
4.โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
อาการ: แบ่งได้ 2 ประเภท
1.อาการที่เกิดขึ้นจากการล้มเหลวของหัวใจห้องขวา (Right-sided heart failure) ภาวะหัวใจล้มเหลวที่เกิดขึ้นเนื่องจากความบกพร่องในการทำงานของหัวใจห้องล่างขวามีผลก่อให้เกิดการลดลงของ Cardiac Output ไปยังปอดและหัวใจข้างซ้าย
2.อาการที่เกิดขึ้นจากการล้มเหลวของหัวใจห้องซ้าย (Left-sided heart failure) ภาวะหัวใจล้มเหลวที่เกิดขึ้นเนื่องจากความบกพร่องในการทำงานของหัวใจห้องลางซ้าย มีผลก่อให้เกิดการลดลงของ Cardiac output ไปยังอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายจะทาให้เกิดการคั่งของเลือดในหัวใจข้างซ้ายและความดันหัวใจห้องซ้ายสูงขึ้น
การรักษา
1.ลดการทำงานของหัวใจ เช่น จำกัดการออกกำลังกาย ลดน้ำหนักตัว และควบคุมความดันโลหิต
การควบคุมอาหาร ควรแนะนำให้ผู้ป่วยจำกัดการบริโภคเกลือเพื่อป้องกันหรือลดSalt-water retention
รักษาโรคหรือภาวะที่เป็นสาเหตุหรือปัจจัยนำของการเกิดหัวใจล้มเหลว
การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวด้วยการใช้ยาชนิดต่างๆ
13.5. ไข้รูมาติก (Rheumatic fever) โรคหัวใจรูมาติก (Rheumatic Heart Disease/RHD)
สาเหตุ
โรคนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนของคออักเสบ หรือทอนซิลอักเสบจากเชื้อ Streptococcus group A
อาการ
มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว เพลีย หัวใจเต้นเร็ว ปวดบวมแดงร้อนตาม ข้อใหญ่ๆ
การรักษา
หากสงสัยเป็นไข้รูมาติก ควรส่งผู้ป่วยไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ภายใน 2 ชั่วโมง
13.6. เยื่อบุผนังด้านในของหัวใจอักเสบ (Infectious endocarditis)
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อย ได้แก่ สเตรปโตค็อกคัส Streptococcus) และสแตฟฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus)
อาการ
ไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออก อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ าหนักลด
ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
การรักษา
ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง มักวินิจฉัยโดยการ เจาะเลือดส่งเพาะเชื้อ (Hemoculture) ตรวจเอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
13.7. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
สาเหตุ
ความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ กรรมพันธุ์ อายุ ความอ้วน การรับประทานอาหารเค็ม
2.ความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ การได้รับยาบางประเภท
อาการ
ปวดมนท้ายทอย ตั้งต้นคอ วิงเวียน มักเป็นเวลาตื่นนอน
การรักษา
ความดันช่วงบน130-139 หรือช่วงล่าง 85-89 มม. ปรอท แนะนำการ ปฏิบัติตัว โดยยังไม่ต้องให้ยา
ความดันช่วงบน 140-159 หรือช่วงล่าง 90-99 มม. ปรอท แนวทางการปฏิบัติตัวเริ่ม ให้ยาเฉพาะในรายกลุ่มเสี่ยง
ความดันช่วงบน 160-209 หรือช่วงล่าง 100-119 มม. ปรอท เริ่มให้ยา
ความดันช่วงบน 160-209 มม. ปรอท หรือช่วงล่าง 100-119 มม.ปรอท ตั้งแต่แรก ถือว่าเป็นความดันโลหิตสูงระดับปานกลางและรุนแรง ควรส่งตรวจเลือด ปัสสาวะ คลื่นหัวใจ แนะนำการปฏิบัติตัว
13.8. หลอดเลือดขอดที่ขา (Varicose vein)
สาเหตุ
Primary Varicose veinเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดเส้นเลือดขอด
Secondary varicose veinเป็นผลเนื่องมาจาก Chronic venous obstruction หรือ valve ภายใน deep vein เสีย
Congenital เช่น Klippel-Trenaunay syndrome (KTS) เป็นโรคหลอดเลือดขอดแต่กำเนิด
อาการ
ปวดหน่วงหรือหนักที่ขา ตะคริว
การรักษา
1.แนะนำให้หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งห้อยเท้านานๆพยายามนั่ง/นอนยกเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอก
2.ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจโดยการฉีด สีเข้าหลอดเลือดที่ขอดแล้วเอ็กซเรย์ดูลักษณะของหลอดเลือด
3.รักษาโดยการฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดดำที่ขอดทำให้เกิดการ แข็งตัวและตีบตัน (Sclerotherapy)