Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษา Perforate CA troracie esophagus, : - Coggle Diagram
กรณีศึกษา
Perforate CA troracie esophagus
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชายไทยอายุ 53 ปี
เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ สถานภาพสมรส อาชีพรับจ้าง
ระดับการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6
วันที่รับไว้ในโรงพยาบาล 8 พฤศจิกายน 2564
ข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาพผู้รับบริการ
การวินิจฉัยโรคครั้งแรก Perforate CA troracie esophagus การวินิจฉัยโรคครั้งสุดท้าย Perforate CA troracie esophagus
การผ่าตัดที่ได้รับ ปฏิเสธ
อาการสําคัญที่มาโรงพยาบาล 2 วัน PTA เหนื่อย หายใจเร็ว เจ็บหน้าอก Refer แปลงยาว
ประวัติความเจ็บป่วยปัจจุบัน 3 mo PTA กลืนลำบาก กลืนของแข็งติด น้ำหนักลด พูดไม่ชัด 1 wk PTA เหนื่อย เจ็บหน้าอก เจ็บมากเวลาหายใจเร็ว
ประวัติความเจ็บป่วยในอดีต 1.ความดันโลหิตประมาณ 5 ปี และ 4 เดือนที่แล้วติเชื้อรา รักษาหายแล้ว
ประวัติความเจ็บป่วยในครอบครัว ปฏิเสธ
อาการแรกรับ แรกรับในหอผู้ป่วยรู้สึกตัวดี หายใจ on cannular 3 LPM ดูแลจัดท่าศีรษะ 30-45 องศา on ICD 2 ขวด V/S T=36.8 PR=124 /min
R=20 /min BP 116/68 mm.Hg BW 70 kgs
สรุปอาการ อาการแดงและการรักษาพยาบาลตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลจนถึงก่อนรับไว้ในความดูแล
วันที่ 8/11/64 แรกรับในหอผู้ป่วยรู้สึกตัวดี หายใจ on canular 3 lit ดูแลจัดท่า 30-45 องศา on ICD 2 ขวดดูแลให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ V/S T=36.8 P=124 /min R=20 /min BP 116/68 mm.Hg BW 70 kgs
วันที่ 1 /12/64 รับไว้ในความดูแล ผู้ป่วยหายใจไม่หอบเหนื่อย suction เสมหะชุ่มปนเลือดเก่าปริมาณมาก on ICD 3 ขวด on Levophed 8:100 v 10 ml/hr EKG 12 lead show PVC O2 sat 100% BP 104/64-128/92 mm.Hg
วันที่ 2/12/64 feed BD (1:1) 300 ml x 4 feed +น้ำตาม 50 ml drip in 2 hr on ICD on 10% D N/2 1000 ml.ให้ทางหลอดเลือดดำ drip 20 ml/hr
7/12/64 ผู้ป่วยหายใจหอบลึก แพทย์ปรับเป็น PCMV 12 PEEP 7 FiO2 0.4 RR16-22 bpm เวลา13.00 น BP drop 86/57 mm.Hg Map 66 mm.Hg รายงานแพทย์ให้ลด PEEP จาก 7 เป็น 5 BP 99/58 mm.Hg ต่อมา BP 88/50 mm.Hg Map 62 mm.Hg รายงานแพทย์ start Levophed 8 mg+ 5% DW 250 ml ให้ทางหลอดเลือดดำ rate 5 ml/hr BP 89/53-100/59 mm.Hg คงไว้ rateเดิม แพทย์ปรับPCMV 23 RR 18 PEEP 5 หายใจสัมพันธ์กับเครื่อง ไม่หอบเหนื่อย RR 20-22 bpm เสมหะปนเลือด เหนียว ปริมาณพอควร No cyanosis
8/12/64 หายใจสัมพันธ์กับเครื่อง RR 18-24 bpm TV 400-500 ml O2 sat 100% suction เสมหะปนเลือดเก่าปริมาณมาก on Morphine (1:10) ให้ทางหลอดเลือดดำ 15 ml/hr และ ลด rate เป็น 10 ml/hr หลังให้ยาไม่มีกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก ได้รับยาตามแผนการรักษา
3/12/64 on CPAP mode PS 10 PEEP 5 FiO2 0.4 BD (1.2:1) 300 ml x 2 feed ,350 ml x 2 feed+น้ำตาม 50 ml drip in 2 hr ได้รับ Fresh Frozen Plasma 1 ยูนิต ให้ทางหลอดเลือดดำ ทุก 12 hr Packed red cells 1 ยูนิต ให้ทางหลอดเลือดดำ drip in 4 hr
ข้อมูลการประเมินผู้ป่วยระยะวิกฤตตามกรอบแนวคิดทางการพยาบาล
การประเมินด้านการหายใจ (Aeration)
ลักษณะทั่วไป : ไม่พบการหายใจหอบเหนื่อย
รูปร่างของทรวงอก : ทรวงอกกลมแบนปกติ
ขนาดของทรวงอก : AP : LATERAL 1 : 2
การขยายตัวของทรวงอก : หายใจเข้าทรวงอกขยาย หายใจออกทรวงอกยุบตัวลงเท่ากันทั้งสองข้าง
การหายใจ (R) : อัตรา 16 (ครั้ง/ นาที) จังหวะ : สม่ำเสมอ หายใจตามเครื่อง
ตําแหน่งของหลอดลมคอ : อยู่บริเวณ midline คลำไม่พบก้อน
เสียงหายใจ (Breath Sound) : secretion sound
เสียงหายใจที่ผิดปกติ (Adventitious Sound) : No Adventitious Sound
การใช้กล้ามเนื้อไหล่และคอในการหายใจ : ไม่พบการใช้กล้ามเนื้อไหล่ในการหายใจ
อื่น ๆ : SpO2 = 100%
การประเมินด้านโภชนาการ (Nutrition)
ความสูง 177 เซนติเมตร (cm.) น้ําหนัก (แรกรับ) 56 กิโลกรัม น้ำหนัก (ปัจจุบัน) 56 กิโลกรัม อยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าปกติ
ลักษณะทั่วไปที่ปรากฏ : ผู้ป่วยชายไทยรูปร่างอวบสูง ริมฝีปากแห้ง ให้สารอาหารทาง Cental line
การตรวจช่องปาก
ฟันมีคราบหินปูน ลิ้นมีฝ้าขาวเล็กน้อย ได้รับการ Mout care ทุกวัน
รีเฟล็กซ์การขย้อน (Gag Reflex) : มี Gag Reflex ขณะ Suction
รีเฟล็กซ์การกลืน (Swallowing Reflex) : ผู้ป่วย on ETT ไม่สามรถกลืนได้
การตรวจท้อง
ท้องตึงแข็ง เคลื่อนไหวของลำไส้ปกติ 5-6 ครั้ง/นาที
การประเมินด้านการต่อสื่อสาร (Communication)
การมองเห็น : ลืมตาได้ไม่มองตาม เนื่องจากความรู้สึกลดลง
ความสามารถในการอ่าน : ไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากความรู้สึกตัวลดลง
การได้ยิน : ไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากความรู้สึกตัวลดลง
การรับรู้สัมผัส : แขนยกขึ้นเมื่อเจ็บ
การพูด : ผู้ป่วย on ETT ไม่สามารถประเมินการพูดได้พูดได้
ความสามารถในการเขียน : ไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากความรู้สึกตัวลดลง
ความสามารถในการแสดงท่าทาง : แขกยกขึ้นเมื่อรู้สึกเจ็บ
การประเมินด้านความสมดุลของน้ํา (Fluid Balance)
ผิวหนัง : ผิวสองสี No cyanosis อุณหภูมิ : 36.6 องศาเซลเซียส
ความผิดปกติของหลอดเลือด : ไม่พบความผิดปกติของหลอดเลือด
ตําแหน่งที่กดเจ็บ : ไม่พบตำแหน่งกดเจ็บ
อาการบวม : บวมทั้งตัว
การประเมินด้านการทํากิจกรรม (Activity)
ระดับของการทํากิจกรรมในอดีต : ไม่ทราบข้อมูล
ระดับของการทํากิจกรรมในปัจจุบัน : ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจวัตรประจำวัน เนื่องจากความรู้สึกตัวลดลง
ตามแผนการรักษา (ระบุระยะเวลา) : วันที่ 8/11/64-ปัจจุบัน on ICD ทำกิจกรรมบนเตียง
ตามที่ปรากฏจริง : ทำกิจกรรมบนเตียง
การรับรู้ต่อแรงกด : ปกติ/ ไม่มี/ ลดลง ลดลง
สภาพผิวหนัง : ผิวหนังบวมตึง
ความแข็งแรงของผิวหนัง : ผิวหนังตึง
การเคลื่อนไหวข้อได้น้อย : ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อต่อได้เอง
ใส่เฝือก / เหล็ก : ปฏิเสธ
ความทนต่อการออกกําลังกาย : ไม่สามารถออกกำลังกายได้
การประเมินด้านการกระตุ้น (Stimulation)
ระดับความรู้สึกตัว (LOC) : E3VtM2
สภาพวะทางอารมณ์และพฤติกรรมที่แสดงออก : ไม่สามารถประเมินได้
ศีรษะและคอ : ศีรษะและลำคอตั้งตรงปกติ ไม่พบแผล
ตา : ปฏิกิริยาของคอร์เนีย (Cornea Reflex) : พบปฏิกิริยา Cornea Reflex
ขนาดรูม่านตา (Pupil Size) : Pupil 3 mm ทั้ง 2 ข้าง
ปฏิกิริยาต่อแสง (Pupil Reaction) : pupil reaction to light ทั้ง 2 ข้าง
แขนขา : ความรู้สึก: รับรู้ได้เล็กน้อย
ความสามารถในการเคลื่อนไหว: Mortor power grade 2
การทรงตัว (Posturing) : ไม่สามารถลุกนั่งบนเตียงได้ เนื่องจากความรู้สึกตัวลดลง
ความสม่ำเสมอและความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหว : ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง
สรุปข้อวินิจฉัยทาการพยาบาลเรียงตามลำดับความสำคัญ
1.การแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอดลดลง เนื่องจากมีเลือดและหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด(A)
2.มีภาวะแทรกซ้อนติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด(A)
3.มีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ เนื่องติดเชื้อในกระแสเลือด(F)
4.มีภาวะhypoglycemia เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนจากsepsis (F)
5.มีภาวะทุพโภชนาการระดับรุนแรง เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด(N)
6.ผู้ป่วยมีภาวะของเสียคั่งในร่างกาย เนื่องจากมีไตสูญเสียหน้าที่ในการทำงานอย่างเฉียบพลัน (F)
7.มีภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโตรไลท์ เนื่องจากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน (A)
8.พร่องกิจวัตรประจําวัน เนื่องจากความรู้สึกตัวลด ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ (A)
พยาธิสภาพ
CA Esophageal
พยาธิสภาพทางทฤษฎี
เซลล์ภายในหลอดอาหารมีการแบ่งตัวในจำนวนมากขึ้นผิดปกติทำให้เกิดเป็นมะเร็งขึ้นมา แพร่กระจายเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองหรือแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ
พยาธิสภาพของผู้รับบริการ
ผู้ชายไทย อายุ 53 ปีมาด้วยอาการ 2 วันก่อน เหนื่อย หายใจเร็ว เจ็บหน้าอก
การรักษา
1.การผ่าตัดหลอดอาหาร (Esophagectomy) ในกรณีทีทำการผ่าตัดได้ (ผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารระยะแรก
2.การฉายรังสีรักษา (Radiotherapy) เป็นการรักษาโดยการฉายรังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายหรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
3.การให้ยาเคมีบำบัด เป็นการใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยอาจให้ยาทางปากหรือฉีดเข้าเส้นเลือด
4.การให้ยารักษาตรงเป้า (Targeted therapy)
5.การใช้แสงกระตุ้นยาเคมี (Photodynamic therapy) เป็นการใช้ยาเคมีชนิดที่ออกฤทธิ์เฉพาะเมื่อโดนแสงที่มีคลื่นจำเพาะต่อยานั้น ซึ่งแพทย์อาจนำมาใช้รักษาในการรักษาภาวะการอักเสบเรื้อรังของหลอดอาหาร (Barrett’s esophagus)
การรักษาของผู้รับบริการ
การส่องกล้องตรวจหลอดลมส่วนต้น Bronchoscopy
การวินิจฉัยโรค
การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
-Chest x-ray ถ่ายภาพทรวงอกด้วยรังสีเอกซ์
-Barium swallow test กลืนน้ำที่ผสมด้วยสารทีบแสงคล้ายแป้ง
-Esophagoscopy การส่องกล้องเพื่อดูภายในหลอดอาหาร
-การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
-การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
-การตรวจ MRI (Magnetic resonance imaging)
-การตรวจ PET (Positron emission tomography)
-การส่องกล้องผ่านทางทรวงอก (Thoracoscopy)
-การส่องกล้องผ่านช่องท้อง (Laparoscopic)
-การส่องกล้องตรวจหลอดลมส่วนต้น (Bronchoscopy)
การวินิจฉัยโรคผู้รับบริการ
-Bronchoscopy
การตรวจชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
อาการ/อาการแสดงทางทฤษฎี
กลืนลำบาก กลืนไม่ลง
-แน่นหน้าอก แสบร้อนในช่องอก
-อาจมีน้ำลายเสมหะปนเลือด
-อาจถ่ายอุจจาระเหลวเละสีดำ
อาการของผู้รับบริการ
ไอ เจ็บคอ กลืนลำบาก เจ็บหน้าอก
สาเหตุจากทฤษฎี
: -การสูบบุหรี่ ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณและระยะเวลาโดยเฉพาะมะเร็งหลอดอาหารชนิด Squamous cell carcinoma
-ผู้สูงอายุประมาน 45-70ปี
-ภาวะที่หลอดอาหารโดนกรดในกระเพาะกัดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น (GERD)
สาเหตุของผู้รับบริการ
: ผู้ป่วยสูบบุหรี่ ยังสูบอยู่ เลิกสูบได้ยังไม่ถึง 1 เดือน ดื่มสุรา
Acute renal failure
พยาธิสภาพของทฤษฎี : ไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือด จนไม่สามารถขับของเสียออกมาจาก ร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้ ทหให้มีของเสียตกค้างในร่างกาย อีกทั้งยังท้าให้ระดับน้ำ เกลือแร่ และแร่ธาตุต่าง ๆ ในร่างกายเกิดความไม่สมดุล หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ
พยาธิสภาพของผู้รับบริการ : ผู้ชายไทย อายุ 53 ปีมาด้วยอาการ 2 วันก่อน หายใจเร็ว เหนื่อย เจ็บหน้าอก
สาเหตุทางทฤษฎี
-ภาวะที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำ, ภาวะเลือดออก, ภาวะหัวใจวาย
-ภาวะไตบาดเจ็บโดยตรง เช่น การได้ยาที่มีพิษต่อไต, การได้รับสารทึบรังสีทางหลอดเลือด, โรคไตอักเสบ
-ภาวะอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ เช่นภาวะนิ่ว, โรคต่อมลูกหมากโต
อาการ/อาการแสดง
คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผิวแห้ง คัน กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน ปัสสาวะลดลง ตัวบวม ตาบวม น้ำท่วมปอด หายใจไม่ถนัด นอนราบไม่ได้ ความดันโลหิตสูง มีภาวะซีด
อาการของผู้รับบริการ
ไอ เจ็บคอ กลืนลำบาก เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว
เหนื่อย ปัสสาวะออกน้อย
อาการของผู้รับบริการ
ไอ เจ็บคอ กลืนลำบาก เจ็บหน้าอก เหนื่อย ปัสสาวะออกน้อย
การรักษา
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ( hemodialysis) เป็นการนำของเสียและน้ำออกจากเลือด โดยเลือดจะออกจากตัวผู้ป่วยแล้วผ่านตัวกรองเพื่อกำจัดของเสีย ปรับสมดุลเกลือแร่และกรดด่างเพื่อให้กลายเป็นเลือดดีก่อนที่เครื่องไตเทียมจะนำเลือดนั้นกลับสู่ร่างกาย
การล้างไตทางผนังช่องท้อง (peritoneal dialysis) เป็นการใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้องผ่านทางสายยางที่ฝังไว้ในช่องท้องผู้ป่วยเพื่อกรองของเสียในร่างกายออก วิธีนี้จำเป็นต้องทำทุกวัน
การผ่าตัดปลูกถ่ายไต (kidney transplantation) เป็นการผ่าตัดเอาไตของผู้อื่นมาใส่ไว้ในร่างกายผู้ป่วยเพื่อทดแทนไตเดิมที่ไม่สามารถทำงานได้แล้ว
การรักษาของผู้รับบริการ
การล้างไตทางผนังช่องท้อง peritoneal dialysis
การวินิจฉัยโรค
•ตรวจหาโปรตีนและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ โดยปกติโปรตีนและเม็ดเลือดแดงจะไม่ผ่านการกรองออกมาในปัสสาวะ
•ตรวจเลือดครีเอตินิน (creatinine) ซึ่งเป็นค่าของเสียในเลือด โดยผลที่ได้จะนำมาใช้ในการประเมินค่าการทำงานของไตหรือ GFR (glomerular filtration rate)
•การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ทำการตรวจอัลตราซาวนด์ไตและทางเดินปัสสาวะ
การวินิจฉัยโรคของผู้รับบริการ
GU Perforate
พยาธิสภาพทางทฤษฎี
ภาวะที่ผนังกระเพาะอาหารมีรู ซึ่งอาจเกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร หรือสาเหตุอื่น ๆ อย่างการเกิดอุบัติเหตุทางร่างกาย โดยโรคนี้มักเกิดขึ้นร่วมกับเยื่อบุช่องท้องอักเสบเมื่อมีเชื้อแบคทีเรีย เศษอาหาร หรือกรดในกระเพาะอาหารสัมผัสกับโพรงช่องท้อง จนอาจทำให้ผู้ป่วยปวดท้องรุนแรง และเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด
พยาธิสภาพของผู้รับบริการ
ผู้ชายไทย อายุ 53 ปีมาด้วยอาการ 2 วันก่อน เหนื่อย เจ็บหน้าอก
ปัจจัย/สาเหตุ
ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่การใช้ยาเสพติด เช่น โคเคน หรือแอมเฟทามีนการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs อย่างแอสไพริน ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ยาสเตียรอยด์ และยาเคมีบำบัดบางชนิดการเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร และกลุ่มอาการโซลลิงเจอร์-เอลลิสัน (Zollinger-Ellison Syndrome)
อาการผู้ใช้บริการ
กลืนลำบาก เจ็บหน้าอก เหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก
อาการ/อาการแสดง
ปวดท้องมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกสัมผัสหรือคลำตรวจ โดยผู้ป่วยมักท้องบวมและท้องแข็งกว่าปกติ ซึ่งมีอาการดีขึ้นเมื่อนอนนิ่ง ๆคลื่นไส้ อาเจียนมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลียปัสสาวะ อุจจาระ หรือผายลมน้อยกว่าปกติหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบเหนื่อย
อาการผู้ใช้บริการ
กลืนลำบาก เจ็บหน้าอก เหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก
การวินิจฉัยโรค
-ตรวจปริมาณเกลือแร่และความเป็นกรดด่างในเลือด รวมทั้งตรวจการทำงานของตับและไต เพื่อประกอบการวินิจฉัย
-ตรวจปริมาณเม็ดเลือดแดงที่อาจลดลงหากเสียเลือด และปริมาณเม็ดเลือดขาวที่อาจเพิ่มขึ้นหากเกิดการติดเชื้อ
:
การรักษา
การผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนหากกระเพาะอาหารทะลุ เพื่อปิดบาดแผล รวมทั้งกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เศษอาหาร และกรดในโพรงช่องท้อง
การรักษาเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการกระเพาะทะลุร่วมกับเยื่อบุช่องท้องอักเสบ จึงต้องได้รับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
Empyema tholacis
อาการ
ไข้ หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอกและไอมีเสมหะขุ่น น้ำหนักลด ซีด
การวินิจฉัย
การซักประวัติ อตัวเด้านกายและภาพถ่ายรังสี การเจาะpleural effusion ถ้าตรวจแล้วพบว่าเป็นหนอง ถือว่าเป็นการวินิจฉัยภาวะempyema ในบางครั้งจำเป็นต้องใช้ Ultrasound หรือ computed tomography (CT)
สาเหตุ
ปอดอักเสบ วัณโรคปอด มะเร็งปอด ฝีในตับ SLE ภาวะหัวใจวาย Nephrotic
การรักษา
การใส่สายระบาย (intercostal drainage)
รักษาตามสาเหตุ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะ ดูดเอาหนองออก ผ่าตัดเพื่อเจาะเอาหนองที่เยื่อหุ้มปอดออก และให้ออกซิเจนในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องออกซิเจน
พยาธิสภาพทางทฤษฎี
ช่องเยื่อหุ้มปอด คือเนื้อเยื่อ 2 ชั้นที่หุ้มปอดอยู่ เมื่อมีการอักเสบหรือระคายเคือง จะทำให้เกิดน้ำเหลือง เลือด หรือหนองขังอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด
Sepsis
สาเหตุ
การติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุหลักของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) นอกจากนั้นอาจเกิดจากการติดเชื้อรา ไวรัส หรือพยาธิก็ได้ โดยการติดเชื้ออาจเกิดขึ่นที่ตำแหน่งใดก็ได้ในร่างกาย
พยาธิสภาพ septic shock เป็นภาวะที่มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างซับซ้อนของเชื้อโรค ระบบภูมิต้านทานทั้งระดับ เซลล์และฮอร์โมน โดยเริ่มจากการติดเชื้อ เชื้อโรคต่างๆ จะสร้าง toxin มากระตุ้น monocyte, neutrophil และ endothelial cell ให้หลั่ง mediators เช่น TNF และ IL-1 ซึ่งจะ ไปกระตุ้นการหลั่ง cytokines ต่างๆ ร่วมกับการกระตุ้น copmplement pathway, coagulation system, platelet activating factors ส่งผลให้มีการกระตุ้น inflammatory response ทั่วร่างกาย
การวินิจฉัยโรค
-ต้องเพาะเชื้อจากสิ่งส่งตรวจ ก่อนเริ่มให้ Antibiotic แต่ต้องไม่ทำให้การเริ่มยาล่าช้า
-Hemoculture เก็บอย่างน้อย 2 ครั้ง
-•การเอ็กซ์เรย์ เช่น เอกซ์เรย์ปอดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
•การตรวจอัลตร้าซาวน์
•การเจาะน้ำจากตำแหน่งต่างๆ เช่น น้ำไขสันหลัง เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อในสมอง
•การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือไม่
การรักษา
1.การให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในระหว่างที่รอเพาะเชื้อ หรือจากกระแสเลือด โดยจะพิจารณาจากอายุ โรคประจำตัวของผู้ป่วย
2.การกำจัดต้นเหตุ ที่มีการติดเชื้อ เช่น ผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะอยู่แล้วมีการติดเชื้อในกรวยไต ต้องนำสายสวนปัสสาวะออก ถ้าจำเป็นต้องใส่ ก็ต้องเปลี่ยนเส้นใหม่
3.การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ได้แก่ การให้ยาลดไข้ ให้ยาลดกรดที่เกิดจากร่างกายมีภาวะเครียด การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำให้เพียงพอ การให้ออกซิเจน
: