Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การทดสอบทางประสาทสัมผัสเพื่อการ ควบคุมคุณภาพ - Coggle Diagram
การทดสอบทางประสาทสัมผัสเพื่อการ ควบคุมคุณภาพ
4.วิธีที่นิยมใช้ในการทดสอบทางประสาทสัมผัสเพื่อควบคุมคุณภาพ
วิธีการคัดเข้า/คัดออก (ผ่าน/ไม่ผ่าน) : In / Out (pass-failure)
method
การแยกความแตกต่างจากตัวอย่างมาตรฐานหรือตัวอย่างควบคุม
การจัดอันดับคุณภาพ (Quality ratings)
การวิเคราะห์แบบบรรยาย (Descriptive analysis)
3.วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติใน การทดสอบเชิงพรรณนา
ตัวอย่างการวิเคราะห์ผลทางสถิติ
วิธีต่างๆ ที่มีการใช้ในการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย
Dunnett test
ใช้ในกรณีที่เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเป็นคู่ๆกับสิ่งทดลอง ควบคุม ไม่มีการเปรียบเทียบในระหว่างสูตรอื่นๆ
Dunn test
ใช้ในการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยโดยที่ไม่ต้องทำการ วิเคราะห์ ANOVA
LSD (Least Significant Difference )
สำหรับสิ่งทดลองไม่เกิน 5 สิ่งทดลอง
DMRT tests
เป็นการเปรียบเทียบโดยการจับคู่กันทั้งหมด มีโอกาสในการเกิด type I error น้อยกว่าวิธี LSD และมี ความไวในการตรวจพบความแตกต่างน้อยกว่า LSD ด้วย
Tukey's honestly significant difference (Tukey’s HSD)
มีโอกาสในการเกิด Type I error น้อยมากแต่มีโอกาสเกิด Type II error (Accept Ho เมื่อ Ho เป็นเท็จ ) มากกว่า
Newman-keuls และ Duncan tests
เป็นการเปรียบเทียบแบบmultiple ranges มีโอกาสเกิดtype I error น้อยกว่าวิธี LSD และมีความไวหรืออำนาจในการตรวจพบความแตกต่างน้อยกว่า LSD ด้วย
Sheffe’ และ Turkey HSD
มีโอกาสในการเกิด Type I error น้อย มากแต่จะมีโอกาสเกิด Type II error (Accept Ho เมื่อ Ho เป็น เท็จ ) มากกว่า
วิธีเปรียบเทียบที่มีความไวในการจำแนกความแตกต่างสูง กว่าย่อมมีโอกาสเกิด Type I error มากกว่า ในทางตรงข้ามวิธีการเปรียบเทียบที่ มีความไวในการจำแนกความแตกต่างน้อยกว่าจะเกิด Type II error มากกว่า
7.รูปแบบของห้องผู้
ทดสอบ
สภาพแวดล้อมของห้องทดสอบชิม
การควบคุมสถานที่ เช่น แสงสี ระบบอากาศ
ห้องทดสอบควรจะเงียบและไม่มีสิ่งรบกวนการใช้สมาธิในการ ประเมินผล
อุณหภูมิความชื้นและแสงสว่างในห้องทดสอบควรควบคุมให้อยู่ ในสภาวะที่พอเหมาะ
ควรมีน้ำกลั่นเตรียมไว้สำหรับกลั้วปาก
โดยปกติจะไม่อนุญาตให้กลืนอาหารเพื่อป้องกันการเหนื่อยหน่าย
ของประสาทสัมผัส และผลหลังจากการกลืนอาหาร
2.การประเมินผลทางประสาทสัมผัส
ลักษณะสภาวะทางจิต
ตามหลักวิเคราะห์สถิติ
สรีระทางประสาทสัมผัส
การใช้มนุษย์เป็นแบบทดสอบ
ระบบการรับรู้
สภาวะทางกายต่อการรับรู้ :
สภาวะการปรับตัวหรือชิน
สภาวะทางจิตและอารมณ์ :
ความหวัง สิ่งเร้า การใช้เหตุผล
ความใส่ใจ ความคิดเห็น
การใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆในการรับรู้อาหาร เช่น
ลักษณะปรากฎ กลิ่น กลิ่นรส การสัมผัส การได้ยิน
ขั้นตอนการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส
1.กำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ
2.กำหนดขอบเขตของการทดสอบ
3.กระบวนการทดสอบทางประสาทสัมผัส
เตรียมตัวอย่าง
เตรียมแบบทดสอบ
เลือกวิธีทดสอบ
วิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลเชิงสถิติ
การใช้การประเมินทางประสาทสัมผัสม
พัฒนาผล สร้างสูตรใหม่หรือลดต้นทุน
เฝ้าระวังคู่แข่ง ประกันคุณภาพ วิเคราะห์อายุการเก็บรักษา
วิเลักษณะเฉพาะทางประสาทสัมผัสของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์
หาความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพทางประสาทสัมผัสกับกระบวนการ องค์ประกอบหรือค่าการวิเคราะห์
การจำแนกวิธีการทดสอบทางประสาทสัมผัส
วิธีทดสอบเชิงวิเคราะห์
(Analytical Method)
ทดสอบระดับห้องปฏิบัติการ
(Laboratory test)
Discriminative: Sensitivity test, Quantitative test
Quantitative test/Descriptive test
วิธีทดสอบการตอบรับ
(Affective Method)
ทดสอบผู้บริโภค
(Consumer test)
วิธีทดสอบความไว
(Sensitivity test)
วิธีทดสอบการเริ่มรับรู้ (Threshold)
-ทดสอบอนุกรมการเจือจาง (Dilution test)
วิธีทดสอบความแตกต่าง (Different test)
-ทดสอบความแตกต่างรวม (Overall different test)
-ทดสอบความแตกต่างเฉพาะด้าน (Attributes different test)
การทดสอบแบบบรรยาย/พรรณนา( Descriptive test)
-มีการประชุมเพื่อวิจารณ์และสรุป เหมาะกับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
การยอมรับหรือความชอบ (Acceptance or Preferance)
ทดสอบหากลุ่มผู้บริโภคว่าชอบในผลิตภัณฑ์อาหารหรือไม่
การทดสอบเพื่อหาความแตกต่าง(Difference test)
ทดสอบกับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบบางอย่างในอาหารหรือมีการใช้องค์ประกอบอื่นมาทดแทนองค์ประกอบเดิม
Pair comparison
มีการเสนอตัวอย่างอาหารให้ 2 ตัวอย่าง และให้ผู้ชิม เลือกว่าตัวอย่างใดมีคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องการ โอกาสถูก โดยการเดาจะมีเพียงร้อยละ 50 และเพื่อให้ผลการทดสอบมีนัยสำคัญ ต้องมี ผู้ชิมที่ตอบถูกมากกว่าร้อยละ 50 และการทดสอบควรทำซ้ำหลายครั้ง
Triangle test
มีการเสนอตัวอย่างอาหาร 3 อย่าง โดยมี 2 ตัวอย่าง เหมือนกันและตัวอย่างหนึ่งไม่เหมือนและให้ผู้ชิมชี้ตัวอย่างที่ไม่เหมือน โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายความแตกต่าง โดยการเดาและโอกาสถูกมีเพียงหนึ่งใน สาม ผลการทดสอบที่มีนัยสำคัญต้องมีผู้ชิมที่ตอบถูกมากกว่าหนึ่งใน สาม การทดสอบนี้ต้องทำซ้ำหลายครั้งเช่นกัน มีประโยชน์มากในงานควบคุมคุณภาพอาหาร เพื่อให้ มั่นใจว่าตัวอย่างที่มาจากการผลิตในแต่ละรุ่น (lot) มีความเหมือนกัน (ไม่แตกต่างกัน)
วิธีการนี้ในการวิเคราะห์ว่าการทดแทน ส่วนผสมตัวใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงตัวแปร (variable) ใด ๆ ใน กระบวนการผลิตทำให้เกิดความแตกต่างที่สามารถรับรู้ได้หรือไม่ นอกจากนั้นยังใช้วิธีการนี้ในการคัดเลือกผู้ทดสอบอีกด้วย
Duo-Trio test
วิธีนี้มีการเสนอตัวอย่างอาหารอ้างอิงให้ผู้ชิมชิมก่อน แล้วจึงชิมอีก 2 ตัวอย่าง ผู้ชิมจะต้องเลือกว่า 2 ตัวอย่างหลังนี้ตัวใด เหมือนกับตัวอย่างอ้างอิง
ผู้ชิมจะต้องเดา และผลที่ได้จะต้องนำมา ประเมินทางสถิติ เพื่อหาว่าตัวอย่างอาหารมีความแตกตางกันหรือไม่ ถ้าทุกคนเดา ผู้ชิมร้อยละ 50 จะตอบถูก ดังนั้น เพื่อให้ผลที่ออกมามีนัย สำคัญ จะต้องมีผู้ชิมตอบถูกมากกว่าร้อยละ 50
มาตรวัดการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
5.แนวทางสำหรับการทดสอบทางประสาทสัมผัสเพื่อการควบคุมคุณภาพ
ตั้งมาตรฐานสำหรับคุณภาพที่เหมะสมตามความต้องการ ควรมี การกำหนดช่วง หรือลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ยอมรับได้และยอมรับไม่ได้
มาตรฐานที่ตั้งขึ้นควรได้รับการปรับโดยการทดสอบผู้บริโภค หรืออาจทางเลือกที่มาจากประสบการณ์ส่วนบุคคล
ผู้ทดสอบชิมต้องผ่านการฝึกฝน
มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการยอมรับควรจะมีข้อบกพร่องทั้งหมด
ผู้ทดสอบชิมอาจได้รับการฝึกฝนเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
ควรมีการเก็บข้อมูลจากผู้ทดสอบชิมหลายๆคน
ขั้นตอนการทดสอบควรปฏิบัติกฎของวิธีการปฏิบัติที่ดีในการ ทดสอบทางประสาทสัมผัส
ควรมีตัวอย่างมาตรฐานในการทดสอบชิมแต่ละครั้งเพื่อตรวจสอบ ความแม่นยำของผู้ทดสอบชิม
ควรมีการทดสอบความน่าเชื่อถือของผู้ทดสอบชิม
ความคิดเห็นที่สอดคล้องกันของผู้ทดสอบชิมเป็นสิ่งที่จำเป็น
6.รูปแบบการจัดชุดชิม
การเตรียมและการเสนอตัวอย่างอาหาร
ตัวอย่างอาหารจะต้องมีรหัสที่เหมาะสมและเสนอให้ผู้ชิมแบบสุ่ม
จำนวนของตัวอย่างที่จะให้ทดสอบต่อการทดลองแต่ละครั้งขึ้นกับ (1) ผลิตภัณฑ์อาหาร (2) ความเข้มข้นของคุณลักษณะกลิ่นรสที่จะทดสอบ (3) วิธีการประเมิน (4) ความชำนาญของผู้ชิม และ (5) เวลาและสถาน ที่ที่ใช้ทดสอบ
ผลการทดสอบที่ได้ผลดีมาแล้ว
การกำหนด หรือระบุขนาดตัวอย่างและรูปร่างของตัวอย่างในการ ทดสอบ
คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาและการเตรียมตัวอย่าง
ถ้าเป็นการทดสอบความชอบจะเพิ่มปริมาณตัวอย่างเป็นสองเท่า ปริมาณที่ใช้ทดสอบชิม
1.การประเมินคุณภาพอาหาร
Subjective evaluation
สามารถใช้ตัดสินการยอมรับได้ เพราะ ผู้ตัดสินที่แท้จริงของการยอมรับคือ คนซึ่งเป็นผู้บริโภคนั้นเอง
Objective evaluation
การตรวจสอบด้วย เครื่องมือ (objective test) มักเลือกตรวจคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ มากกว่าหนึ่งอย่างที่สำคัญ
ใช้การวัดความเปรี้ยวของ กรดด้วย pHมิเตอร์ และวัดความหวานของน้ำตาลด้วยเครื่องวัดดัชนี หักเห (refractometer)
8.รูปแบบห้องประชุม ฝึกอบรม
คำแนะนำต่อผู้ทดสอบ
ควรมีการให้คำแนะนำแก่ผู้ทดสอบอย่างกระจ่างแจ้ง และไม่เยิ่นเย้อ
ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ทดสอบว่า พวกเขาจะต้อง ทำการประเมินตัวอย่างอย่างไรก่อนที่ผู้ทดสอบจะเข้า ประจำ booth ของตัวเอง
ให้คำแนะนำควรใช้ทั้งคำพูด และการเขียน คำสั่งลงในใบคะแนน
9.การนำเสนอตัวอย่าง
การเตรียมตัวอย่างให้ได้ตามมาตรฐานหรือรูปแบบของการบริโภคผลิตภัณฑ์และพร้อมทดสอบ serving size,
serving container, serving temperature, order of presentation, coding of samples, number of samples
การฝึกฝนผู้ทดสอบและทำความเข้าใจ
อิทธิพลของการเสนอตัวอย่าง
ความแตกต่างที่ชัดเจนและความเหมือนที่มาก
ถ้านำเสนอตัวอย่างที่มีสมบัติแตกต่างกันมากๆ มาในลำดับใกล้กัน
ถ้าทดสอบตัวอย่างไวน์ที่มีคุณภาพไม่แตกต่างกันมากนัก จะได้คะแนนใกล้เคียงกัน และ ตัวอย่างหลังจะได้คะแนนสูงกว่าตัวอย่างแรกเล็กน้อย
อิทธิพลของกลุ่ม (group effect) ถ้ามีการจัดตัวอย่างให้ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่ำ
อิทธิพลตำแหน่งกลาง มักได้คะแนนกลางๆ เพราะตำแหน่ง กลางมักเป็นที่พอใจของผู้ประเมิน
อิทธิพลของรูปแบบการจัดเรียงตัวอย่าง
อิทธิพลของเวลาในการทดสอบ
การคัดเลือกผู้ทดสอบในงานควบคุมคุณภาพ
การทดสอบทางประสาทสัมผัสในส่วนงานควบคุมคุณภาพนั้น จะต้อง กระทำเป็นประจำทุกวัน
ผู้ทำการประเมินในงานควบคุมคุณภาพ ต้องมีความรู้ความเข้าใจใน งานการทดสอบทางประสาทสัมผัสอย่างลึกซึ้ง
ISO 9002 ได้ให้คำจำกัดความของ taint และ off – flavour ไว้ดังนี้
Taints: กลิ่นหรือกลิ่นรสที่ไม่น่าพึงพอใจที่พบในอาหารผ่านทาง
แหล่งอื่น ๆ เช่น จากบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
Off – flavour: กลิ่นรสที่ไม่น่าพึงพอใจที่พบในอาหาร ที่เกิดขึ้นจาก การเปลี่ยนแปลงหรือการเสื่อมเสียภายในตัวอาหารเอง
การเลือกและฝึกผู้ชิม
กลุ่มชนกลุ่มหนึ่งเลือกผู้ชิมให้มากเป็น 2 เท่าของที่ต้องการ และให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้ เต็มใจที่จะร่วมโครงการและสามารถจะเข้าร่วมในการทดสอบได้ตลอดระยะของโครงการ เรียกประชุม
เลือกผู้ชิมที่มีความไวต่อการรับกลิ่นรสมากที่สุด
หลังจากเลือกผู้ชิมแล้ว ให้ทำการทดสอบสัก 2-3 ครั้งเพื่อให้ผู้ชิมเกิด ความเคยชินกับตัวอย่างอาหารที่จะทดสอบโดยการจัดตารางเวลาที่ เหมาะสม
ควรถือเสมอว่าผู้ชิมเหล่านี้เป็นเหมือนอุปกรณ์ที่ใช้วัดกลิ่นรสอย่างหนึ่ง อนุญาตให้ทำการทดลองซ้ำสำหรับแต่ละการทดลองและแต่ละบุคคล
ในการวิเคราะห์ข้อมูลให้ทดสอบผลของความแปรปรวนให้ผู้ชิมแต่ละ คน
ขั้นตอนการฝึกฝน
การเตรียมตัว: สภาวะทางร่างกายและจิตใจ
การกระตุ้นให้ผู้ทดสอบเกิดความกระตือรือร้น
การบรรยายทางทฤษฎี
โปรแกรมการฝึกหัด
ทดสอบความแตกต่างโดยรวม ทดสอบความแตกต่างโดยเฉพาะเจาะจง
การสอบทวน