Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Pregnancy Induced Hypertension (PIH) :<3:, ผลกระทบต่อทารกในครรภ์, …
Pregnancy Induced Hypertension (PIH) :<3:
อาการ
มีโปรตีนในปัสสาวะ และปัสสาวะออกน้อย
มองเห็นเป็นจุดดำๆ หรือการมองภาพเปลี่ยนแปลงไป
การทำงานของตับผิดปกติ เกร็ดเลือดต่ำ
คลื่นไส้อาเจียนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์
ความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ140/90 mmHg.
น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปวดศีรษะตลอดเวลา หน้ามืด มือบวม ปวดบริเวณลิ้นปี่ และหายใจลำบาก
ปัจจัยเสี่ยง
สตรีตั้งครรภ์แฝด
สตรตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัวก่อนการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไต SLE
สตรีตั้งครรภ์ที่มีญาติพี่น้องสายตรงมีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
สตรีตั้งครรภ์ที่มีประวัติครรภ์เป็นพิษในครรภ์ครั้งก่อน
ระยะห่างของการตั้งครรภ์ ห่างจากครรภ์ก่อนมากกว่า 10 ปี
ตั้งครรภ์ขณะอายุน้อยกว่า 18 ปี หรืออายุมากกว่า 35 ปี
ครรภ์แรก หรือการตั้งครรภ์แรกกับคู่สมรสใหม
กาวินิจฉัย
Systolic ≥ 140 mmHg.
Diastolic ≥ 90 mmHg.
วัด BP อย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 6 hr.
ก่อนวัด BP ต้องให้สตรีตั้งครรภ์นั่งพักก่อน
ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์
ตับ
ทำให้เกิดภาวะ hemorrhage necrosis
ระดับเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น ในรายที่มี severe preeclampsia หรือ eclampsia
อาจเกิด HELLP syndrome
สมอง
เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
เกิดอาการปวดศีรษะ ตาพร่ามัว และอาจชักได้
ตับ
เลือดไปเลี้ยงไตลดลง
ประสิทธิภาพการกรองของไตลดลง
ทำให้มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นไม่มาก เนื่องจากมีการรั่วออกนอกเส้นเลือด
ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เลือดไปเลี้ยงรกน้อยลง
เกิดเนื้อตายของรก ทำให้ทารกเจริญเติบโตช้าหรือเสียชีวิตในครรภ์
การแข็งตัวของเลือด
เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดเสื่อมลง
กระตุ้นระบบการแข็งตัวของเลือดและเกิดลิ่มเลือดกระจายทั่วร่างกาย
ทำให้เกร็ดเลือดและสารที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดต่ำ ทำใหเกิดภาวะ DIC
ความดันโลหิตสูงเนื่องจากการตั้งครรภ์
มีความดันโลหิตสูงครั้งแรกในระยะตั้งครรภ์
ชนิด
Preeclampsia
มีความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ร่วมกับมีโปรตีนในปัสสาวะ
ความรุนแรง
Severe preeclampsia
Eclampsia
Mild preeclampsia
Gestational hypertension
ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์
ไม่พบโปรตีนในปัสสาวะ หรือ Trace หรือ Ptotien urea < 300 mg.
เกิดในช่วงหลังอายุครรภ์ 20 wks. ไปแล้ว
ความดันโลหิตลดลงสภาวะปกติภายใน 12 wks.หลังคลอด
BP ≥ 140/90 mmHg.
ความดันโลหิตสูงชนิดเรื้อรัง
ภาวะความดันโลหตสูงที่เกิดก่อนการตั้งครรภ์หรือขณะตั้งครรภ์ แต่อายุครรภ์ < 20 wks.
ภาวะความดันโลหิตสูงดำเนินต่อไปเกิน 12 สัปดาห์หลังคลอด
มักนำไปสู่ superimpose preeclampsia ก่อน
มี protein ≥ 300 mg./ urine 24 hr. หรือ dipstick 1+
สาเหตุ
ระยะที่ 2 ระยะแสดงอาการ
sFIT-1 คือ สารชนิดยับยั้งการสร้างหลอดเลือดในรก (สูง)
FIT-1 คือ สารที่ส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดในรก
VEGF คือ สารที่ส่งเสริมการสร้างผนังหลอดเลือด อยู่ในกระแสเลือด
PIGF คือ สารที่ส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดในรก (ต่ำ)
ระยะที่ 1 ระยะก่อนแสดงอาการ
ระยะนี้ไม่แสดงอาการผิดปกติ
เซลล์ของรกไม่สามารถฝังตัวหรือฝังตัวได้ไม่ดีในโพรงเยื่อบุมดลูก
ทำให้หลอดเลือดของรกไม่สามารถเชื่อมต่อกับหลอดเลือดของมดลูก
หลอดเลือดของมดลูกอาจมีลักษณะตีบกว่าปกติ
ไม่สามรถแตกแขนงเขาสู่รกได้
Mind preeclampsia
BP ≥ 140/90 mmHg.
Protein urea ≥ 300 mg./urine 24 hr. หรือ dipstick 1+
การรักษา
Admit โรงพยาบาล ~1-2 day
ให้ผู้ป่วยนอนพัก และเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Ultrasound เพื่อดูขนาดของทารกและปริมาณน้ำคร่ำ
NST ประเมินสภาวะของทารกในครรภ์
ประคบประคองจนกว่าอายุครรภ์จะครบกำหนดคลอด
ยกเว้น severe preeclampsia หรือ fetal distress
การพยาบาล
อธิบายให้สตรีตั้งครรภ์เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องอยู่โรงพยาบาล
Bed rest ให้ได้มากที่สุด
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรวจ protein urea อย่างน้อยวันละครั้ง
ส่งตรวจเลือดและปัสสาวะทุก 24 hr. โดยอธิบายเหตุผล
ในการเจาะเลือด และแนะนำวิธีการเก็บปัสสาวะ
เตรียมสตรีตั้งครรภ์เพื่อรับการตรวจต่างๆ เชน Ultrasound,NST
แนะนำให้นับจำนวนการดิ้นของทารกในครรภ์
ถามอาการปวดศีรษะ หน้ามืด ตาพร่ามัว ให้งดการให้ breast feeding
Severe preeclampsia
BP ≥ 160/110 mmHg.
Protein ≥ 2 g./urine 24 hr. หรือ dipstick 2+
ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ปัสสาวะออก<25ml./hr.
Serum creatinin > 1.2 g/dL
มีภาวะปอดบวมน้ำ
เอนไซม์ของตับเพิ่มขึ้น (ALT,AST)
การพยาบาล
จัดให้นอนตะแคงซ้าย เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงรกได้ดีขึ้น
เตรียม MgSO4 และ Calcium gluconate ให้พร้อม
ก่อนให้ MgSO4 อธืบายถึงความจำเป็นที่ต้องให้ยา และอาการข้างเคียงจากการได้รบยา
ขณะให้ MgSO4 วัด BP ทุก 5 นาที Diastolic < 90 mmHg.
ให้รายงานแพทย์ เพราะอาจเกิด fetal distress
ขณะให้ MgSO4 ให้เฝ้าระวัง
Record urine ต้องไม่น้อยกว่า 25 ml./hr.
Diastolic >90 mmHg.
การหายใจ > 14 ครั้ง/นาที
Deep tendon reflex ไม่น้อยกว่า 2+
ถ้าได้รับ Hydralazine ให้วัด BP ทุก 5 นาที และสังเกตุอาการข้างเคียง
เตรียมออกซิเจนให้พร้อมใช้งาน
ดูแลสภาพจิตใจ โดยอยู่ใกลชิด ให้ความช่วยเหลือ บรรเทาอาการไม่สุขสบายต่างๆ
ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ โดยติด Doppler auscultation
ประเมินการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
ประเมินอาการเตือนที่จะเกิดอาการชัก
เตรียมคลอด เมือควบคุมความรุนแรงของโรคได้ตามเหมาะสม
การรักษา
ป้องกันการเกิดภาวะชัก
การให้ยาป้องกันการชัก
ควบคุมความสมดุลของน้ำและ Electrolytes
การพิจารณาการคลอด
<23 wks. = terminate
23-32 wks. = corticosteroids
33-34 wks. = corticosteroids 24 hr. จึงจะให้คลอด
34 wks. = MgSO4 จนควบคุมความดันโลหิตได้จึงจะให้คลอด
การให้ Hydralazine
หลังฉีดควรวัด BP ทุก 5-15 นาที และควรควบคุมระดบ Diastolic BP ให้อยู่ระหว่าง 90-110 mmHg.
เพื่อช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของไตให้ดีขึ้น
Eclampsia
ชักหรือเกร็ง โดยไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น
เกิดได้ทั้งในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด
การักษา
ขับถ่ายปัสสาวะมากขึ้น ภายใน 12hr.หลังคลอด
โปรตีนในปัสสาวะและอาการบวมจะหายไปภายใน 1 week
ความดันโลหิตจะกลับสู่ภาวะปกติภายใน 2 week
อาการชักอาจเกิดขึ้นได้อีกในช่วง 48 hr.หลังคลอดจนถึง 12 wks.หลังคลอด
การพยาบาล
ช่วยเหลือโดยใช้อุปกรณ์กดลิ้นเพื่อป้องกันการกัดลน ช่วยในการดูดเสมหะและให้ออกซิเจน
จัดให้สตรีตั้งครรภ์นอนตะแคงซ้าย เพื่อไม่ให้เกิดการสำลักน้ำลาย
เตรียม 10% MgSO4 เพื่อฉีดให้กล้ามเนื้อคลายตัวและป้องกันการชักซ้ำ ตามแผนการรักษาของแพทย์
ดูแลสตรีตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในระยะหลังชักสตรีตั้งครรภ์จะอยู่ในภาวะ semi-coma ~1-4 hr.
ประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดการขาดออกซิเจนและรกลอกตัวก่อนกำหนด
ประเมินการหดรดตัวของมดลก เพราะอาการเจ็บครรภ์จะกระตุ้นให้เกิดการชักซำไ้ด
เตรียมพร้อมเพื่อช่วยในการคลอดหลังจากที่ควบคุมอาการชักได้แล้ว
ระวังการตกเลือดหลังคลอด โดยเฉพาะผู้ที่มี placental abruption และผู้ที่เกร็ดเลือดต่ำ
หลังคลอดให้มารดาพักผ่อนอย่างเพียงพอ
การแนะนำในการดูแลตนเองและบุตร
ผลกระทบต่อทารกในครรภ์
ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า (IUGR)์
ทารกขาดออกซิเจน ทั้งในระยะตั้งครรภ์และระยะคลอด :
เกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
คลอดก่อนกำหนด และเสี่ยงที่จะได้รับการกู้ชีพ
:fire: นางสาวพัชชริกา ปักกะทานัง
เลขที่ 27 รหัสนักศึกษา 6111001402385 :fire: