Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เด็กชายไทย วัยทารกแรกเกิด อายุ 4 วัน
cc:หายใจเร็ว ซึมลง ขม่อมโป่งตึง 30…
เด็กชายไทย วัยทารกแรกเกิด อายุ 4 วัน
cc:หายใจเร็ว ซึมลง ขม่อมโป่งตึง 30 นาที หลังคลอด Congenital hydrocephalus with IICP
-
-
-
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
-
-
-
5.อาจเกิดอันตรายจากภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะข้อติดแข็ง กล้ามเนื้อลีบ เนื่องจากชักเกร็งบ่อยและช่วยเหลือตนเองไม่ได้หรือได้น้อย
-
-
เกณฑ์การประเมิน
- ข้อต่างๆสามารถเคลื่อนไหวได้ตามพิสัยปกติ
- ความตึงตัวของกล้ามเนื้อดี
การพยาบาล
- ประเมินอาการชักเกร็ง ข้อติดแข็ง กล้ามเนื้อลีบ
- วางแผนในการออกกําลังกายหรือกายภาพบําบัดร่วมกับผู้ปกครอง และแนะนําผู้ปกครอง
- ติดตามสังเกตการทํากายภาพบําบัดในผู้ป่วยเด็กที่หน่วยกายภาพบําบัด เพื่อนํามาปฏิบัติเองได้ถูกต้องต่อไป
7.บิดา มารดา หรือผู้ดูแลวิตกกังวลต่ออาการ โรค การรักษาและกาใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูสภาพ ของผู้ป่วยเด็ก
-
-
-
[การพยาบาล])
- สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพยาบาลกับครอบครัว เพื่อสร้างความไว้วางใจ
- เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ระบายความรู้สึกซักถามข้อสงสัยและพูดคุยถึงปัญหาและความวิตกกังวลของตน เพื่อประเมินปัญหาและความต้องการของบิดามารดา
- ประสานงานให้บิดามารดาได้พบแพทย์ผู้ให้การรักษาพูดคุยเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยและวางแผนการรักษาร่วมกัน
- อธิบายเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและการดูแลที่ผู้ป่วยได้รับขณะอยู่โรงพยาบาลให้ข้อมูลแก่บิดามารดาตามความต้องการ เพื่อให้คลายความวิตกกังวลและให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาล
- เปิดโอกาสให้บิดามารดาเข้าเยี่ยม อุ้มสัมผัสผู้ป่วย รวมถึงมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด โดยพยาบาลคอยให้ความช่วยเหลือและแนะนำอยู่ใกล้ ๆ เพื่อลดความวิตกกังวลและมีความมั่นใจในการดูแลบุตรเมื่อกลับบ้าน
- ให้กําลังใจผู้ป่วยและบิดามารดาอย่างสม่ำเสมอ จัดกิจกรรมการเล่นให้เหมาะสมกับภาวะโรคของผู้ป่วยเด็ก เช่น การแขวนโมบายที่มีสีสันสดใสและมีเสียงดนตรีการเปิดเพลงเบา ๆ หรือของเล่นทีมีเสียงดนตรีการเล่านิทาน เป็นต้น
- เตรียมบิดามารดาและผู้ดูแลให้พร้อมที่จะดูแลบุตรที่บ้าน โดยแนะนําเกี่ยวกับโภชนาการ การรับประทานยา การพักผ่อน การบริหารข้อ การทําความสะอาดร่างกาย การรับวัคซีนต่างๆตามวัย การมาตรวจตามนัด รวมทั้งการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเป็นต้น เพื่อให้บิดามารดามีความพร้อมและมั่นใจการดูแลบุตรป่วย
2.การกําซาบของเนื้อเยื่อสมอง (cerebral tissue perfusion) ลดลง เนื่องจากความดันในกะโหลกศรีษะสูง (จากนํ้าคั่ง เลือดออกในสมอง หรือสมองบวม)
-
-
เกณฑ์การประเมิน
-
-
- ไม่มีอาการของความดันในกะโหลกศีรษะสูง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ระดับความรู้สึกตัวลดลง เป็นต้น
การพยาบาล
- ประเมินอาการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ และอาการทางสมอง ควรทําทุก 10-15 นาทีในช่วงวิกฤต และเมื่ออาการคงที่สามารถทําได้ทุก 1 ชั่วโมง อาการต่อไปนี้แสดงว่าผู้ป่วยมีอาการแย่ลง
- ระดับคะแนนกลาสโกว์ โคมา สเกล (GCS) ลดลง 1-2 คะแนน
- ระดับความรู้สึกตัวลดลงจากการกระสับกระส่ายเป็นหยุดนิ่ง
-
- ความดันโลหิตซิสโตลิคสูงขึ้นมากกว่า 20 มิลลิเมตรปรอท และความดันชีพจรกว้างขึ้น
-
- รูปแบบการหายใจผิดปกติ (chyne–stokes, central neurogenic, hyperventilation)
- เพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะ
มีกิจกรรมดังน้ี
- จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูงประมาณ 30 องศา ศีรษะสูงขึ้น 10 องศาจะทําให้ความดันในกะโหลก ศีรษะลดลง 1 มิลลิเมตรปรอท แต่ถ้าศีรษะสูงเกิน 30 องศา จะลดความดันกําซาบของหลอดเลือดสมอง
- หลีกเลี่ยงการงอสะโพกมากกว่า 90 องศา
- จัดศีรษะของผู้ป่วยอยู่ในแนวตรง ไม่ให้คอหักพับงอหรือบิดไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะจะกดทับหลอด เลือด (Jugular)
- ห้ามจัดท่านอนคว่ำหรือนอนศีรษะต่ำ
- หลีกเลี่ยงการนอนทับบริเวณที่ทําผ่าตัด Craniectomy
- ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง โดยผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ วิธีการดูดเสมหะ เพื่อป้องกันความดันในกะโหลกศีรษะ ควรประเมินผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดทั้งก่อน ขณะ และหลังการดูดเสมหะ หลีกเลี่ยงการเคาะปอด เพื่อป้องกันการเกิด isometric contraction และ valsalva's maneuver ก่อนและหลังการดูดเสมหะ ควรเพิ่มออกซิเจนแก่เซลล์ร่างกายด้วยการทํา hyperoxygenate และ hyperventilate ดูดเสมหะครั้งละไม่เกิน 30 วินาที และให้ผู้ป่วยได้พัก 2-3 นาที ในการดูดเสมหะแต่ละครั้ง
- เฝ้าระวังภาวะ brain herniation โดยสังเกตอาการและอาการแสดง เช่น รูม่านตาลดลงหรือไม่เท่ากัน ไม่มีปฏิกริยาต่อแสงหรือมีลดลง สัญญาณชีพเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้ออ่อนแรงมี decorticate หรือ decerebrate posture ควรรายงานแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ
- ดูแลการได้รับสารอาการและนํ้าอย่างเพียงพอหรือตามแผนการรักษา ประเมิน และบันทึก I/O
- ดูแลให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นเพียงพอ
- ดูแลให้ยาตามแผนการรักษา เช่น ยาลดความดันในสมอง ยาลดความดันโลหิต ยากันชัก ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ
- วางแผนการทํากิจกรรมการพยาบาลให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาพัก และหลีกเลี่ยงการเพิ่มความดันในกะโหลกศรีษะ
-
-
-
-
-
-
-
-
พัฒนาการทารกแรกเกิด
ในทารกแรกเกิดสมองมีเท่ากับร้อยละ 25 ของสมองผู้ใหญ่ การประสานงานของระบบประสาทยังไม่ สมบูรณ์ หน้าที่ของระบบประสาทส่วนใหญ่จะเป็นรีเฟล็กดั้งเดิม (primitive reflex) จะมีความสําคัญต่อ ร่างกายระยะแรกมากเพราะจะทําหน้าที่กระตุ้นการหายใจคร้ังแรกของทารกแรกเกิด จะช่วยควบคุมระดับกรด ด่างและอุณหภูมิของร่างกาย
พัฒนาการด้านร่างกาย
มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อรวดเร็วท้ังในส่วนความยาวและความ กว้าง กล้ามเนื้อของแขนและขาจะแข็งแรง เคลื่อนไหวสมมาตรดี
-
-
พัฒนาการด้านสังคม
ทารกแรกเกิดจะมีความไวต่อการกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น
จากการสัมผัส การได้ยิน การมองเห็น กล่าวคือ เมื่อทารกกําลังร้องไห้ถ้าได้รับการอุ้มชูได้ยินเสียงปลอบโยน ทารกจะเงียบและหยุดฟัง ระยะพัฒนาการการเรียนรู้ทางจิตสังคมของอิริคสัน (Erikson) ของวัยทารกแรกเกิด ถึง 1 ปี จะอยู่ในระยะการสร้างความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจต่อผู้ดูแลและสิ่งแวดล้อมที่ทารกอยู่ ดังนั้นการ ตอบสนองความต้องการพื้นฐานอย่างเหมาะสมจะส่งผลให้ทารกพัฒนาคุณลักษณะที่ดีมองโลกในแง่ดี
-
พัฒนาการด้านสติปัญญา
ระยะพัฒนาการตามทฤษฎี พัฒนาการด้านสติปัญญา ของเพียเจท์ (piaget) ของทารกวัยแรกเกิดจะอยู่ในระยะประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว เช่น การคว้าของ การมองตาม เป็นการแสดงความสามารถทางด้านร่างกายที่ให้เห็นว่ามีสติปัญญา เช่น สามารถประสานงาน ระหว่างกล้ามเนื้อมือ และสายตา
-
-