Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7 หลักการป้องกันและควบคุมอันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน,…
บทที่ 7
หลักการป้องกันและควบคุมอันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน
หลักการป้องกันอันตรายและควบคุมอันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน
หลักการ
การป้องกันควบคุมที่ทางตัวบุคคล(Receiver Controls
ไม่สามารถลดหรือกำจัดอันตรายได้ แต่เป็นการกั้นระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับอันตรายโดยอาศัยอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล(PPE) พิจารณาเป็นอันดับสุดท้าย
การป้องกันควบคุมที่แหล่งกำเนิด(Source Controls)
ลดอันตรายออกไปจากการทำงาน ณ แหล่งกำเนิดอันตราย โดยอาศัยการออกแบบด้านวิศวกรรม เพื่อให้
เครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตมีความปลอดภัยตั้งแต่ต้น
จะถูกพิจารณาเป็นอันดับแรกเนื่องจากมีประสิทธิภาพที่สุดใช้วิธีการควบคุมทางด้านวิศวกรรม เป็นหลัก
หลักการ 3E ในการป้องกันควบคุม
Engineering
ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรม โดยการออกแบบคำนวณมาป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
Education
การให้ความรู้ในการป้องกันอันตราย โรคและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการฝึกอบรม ผึกปฏิบัติ การให้ความรู้ เป็นต้น
Enforcement
การออกมาตรการควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติ ถ้าฝ่าฝืนต้องลงโทษ
การป้องกันควบคุมที่ทางผ่าน(Path controls)
ควบคุมอันตรายจากทางผ่าน ลดความรุนแรงก่อนถึงตัวพนักงาน โดยที่อันตรายของแหล้งกำเนิดเท่าเดิม โดยเพิ่มระยะทางหรือหาสิ่งกั้น ซึ่งพิจราณาเป็นอันดับสอง ใช้วิธีการควบคุมด้านการบริหารจัดการ
วิธีการ
การป้องกันควบคุมทางด้านวิศวกรรม
การเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิด
การปิดคลุมกระบวนการผลิตหรืออุปกรณ์
การแทนที่สารที่เป็นอันตรายน้อยกว่าทดแทน
การลดปัญหาเรื่องฝุ่นหรือันตรายจากฝุ่นโดยใช้ระบบเปียก
การติดตั้งการ์ดนิรภัยและสายดินของเครื่องจัักร
การบำรุงรักษา
การใช้ระบบระบายอากาศ
ระบบระบายอากาศเฉพาะที่ ประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก
พัดลมอากาศ
อุปกรณ์ควบคุมมลพิษ
ท่อนำอากาศ
ทางออก
ทางเข้าอากาศ
ระบบระบายอากาศแบบทั่วไป
การป้องกันควบคุมทางด้านการบริหารจัดการ
จัดช่วงเวลาการทำงาน
หมุนเวียนสับเปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานหรือการย้ายตำแหน่งงาน
การฝึกอบรมให้ความรู้
การทำความสะอาดสถานที่ทำงาน
การจัดทำโ๕รงการอาชีวอนามัยและความความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
การตรวจสุขภาพผู้ปฏิบติงาน
การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล(PPE)
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายใบหน้าและดวงตา
ประเภท
แว่นตาครอบ
กระบังป้องกันใบหน้า
หน้ากากสำหรับเชื่อม
แว่นตา แบ่งเป็น แบบไม่มีกระบังข้าง, แบบมีกระบังข้าง
การใช้งานอุปกรณ์ป้องกันอันตรายใบหน้าและดวงตา ควรเลือกอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสม พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพและสวมใส่ให้ถูกต้อง
ตัวอย่างมาตรฐาน ANSI Z87.1-2003, EN 166-2001
การบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายใบหน้าและดวงตา ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน ตรวจสอบดูแลและซ่อมแซมเมื่อชำรุด
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบทางเดินหายใจ
หน้ากากชนิดส่งอากาศจาก ภายนอกเข้าไป (Supplied – Air)ช่น ชุด SCBA (Self Contained Breathing Apparatus)
ประเภททั้งกรองอากาศและส่งอากาศจากภายนอกเข้าไป (Combination)เช่น ตัวหน้ากาก ตลับกรอง สายรัดศีรษะ ท่อส่ง อากาศ สายส่งอากาศ ต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีรอยรั่ว รอยแตก หรือเสื่อมสภาr
หน้ากากชนิดกรองอากาศ (Air – Purifying)ตัวอย่างเช่น หน้ากากชนิด N95
อุปกรณ์อันตรายระบบการได้ยิน (Hearing Protection)ความดังเสียงเกินกว่า 85 เดซิเบล สามารถทeให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
ที่อุดหูลดเสียง (Ear Plugs)เป็นอุปกรณ์ปูองกันอันตรายจากเสียงชนิดที่สวม ใส่เข้าไปในหู สามารถลดเสียงที่ความถี่ต่ำกว่า 400 เฮิร์ทได้ดี ทำด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ เช่น พลาสติก ยาง โฟม ซิลิโคน ฝูาย ที่อุดหูจะช่วยลดเสียงดังได้ประมาณ 15 – 30 เดซิเบล
ที่ครอบหูลดเสียง (Ear Muffs)สามารถลดเสียงที่มีความถี่สูงกว่า 400 เฮิร์ทได้ ดี มีชนิดสวมศีรษะและชนิดติดมากับอุปกรณ์อื่น เช่น หมวกนิรภัย
มาตรฐานของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
มาตรฐานประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ AS/NZS
มาตฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น JIS
มาตรฐานสหภาพยุโรป EN
ความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา NIOSH
มาตรฐานขององก์การมาตรฐานสากล ISO
มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา NFPA
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมอก.
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่มือและผิวหนัง (Hand and Skin Protection)
การใช้งานอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่มือและผิวหนัง ควรเลือกอุปกรณ์ปูองกัน อันตรายที่มือและผิวหนังให้เหมาะสมกับลักษณะงานหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน พร้อม ทั้งอ่านคู่มือและปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัด
การบำรุงรักษาอุปกรณ์ปูองกันอันตรายที่มือและผิวหนัง ทำความสะอาดทุกครั้งหลัง การใช้งานด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำเปล่า หรือตามวิธีการตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ผึ่งลมให้แห้ง และเก็บในที่สะอาด
อุปกรณ์ปูองกันอันตรายที่ลำตัว Body Protection Devices ชุดป้องกันลำตัว สามารถปูองกันอันตรายจากการกระเด็นของวัตถุที่อาจสัมผัสโดนผู้ปฏิบัติงาน
ถุงมือ (gloves) ใช้สำหรับป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับมือและแขน
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ศรีษะ
ชนิดของหมวกนิรภัย ปัจจุบันใช้ มอก.368-2554 แบ่งเป็น 3 ชนิด หมวกนิรภัย E, หมวกนิรภัยชนิด G, หมวกนิรภัยชนิด C
ส่วนประกอบของหมวกนิรภัย ประกอบด้วย เปลือกหมวก, รองในหมวก, กระบัง, สายรัดศรีษะ, สายรัดคาง, แถบซับเหงื่อ
ตัวอย่างมาตรฐานของหมวกนิรภัย ANIS Z89.1-2003, En 397-1995, มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสากรรม มอก.368-2554
วิธีการใช้งานหมวกนิรภัย คือ ตรวจสอบมาตรฐานก่อน จากนั้นตรวจสอบลักษณะทางกายภาพภายนอก และสวมใส่ให้ถูกต้อง กระชับ
การดูแลรักษาหมวกนิรภัยโดยการทำความสะอาดทั้งตัวหมวกและอุปกรณ์ ตรวขสอบดูแล ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด
7.อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของเท้า (Foot Protection Devices)รองเท้านิรภัย (Lather Safety Footwear หรือ Safety Shoe) สามารถป้องกันอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเท้าของผู้ปฏิบัติงาน
อุปกรณ์กันอันตรายจากการตก (Falling Protection Devices) ในการปฏิบัติงานบน ที่สูงหรืองานที่ต้องลงไปในพื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน เช่นเข็มขัดนิรภัย Safety Belt หรือ เข็มขัดนิรภัยชนิดเต็มตัว Safety Harness เชือกนิรภัย (Lanyards) สายช่วยชีวิต (Lifelines)
การจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
2 จัดอุปกรณ์ให้เพียงพอกับการใช้งานและเหมาะสมกับอันตรายที่อาจได้รับ
3 มีระบบจัดเก็บและบำรุงรักษาที่ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันอันตราย ส่วนบุคคล
4 มีอะไหล่เปลี่ยนให้ใหม่ตามอายุการใช้งานหรือเมื่อเกิดความเสียหาย
5 จัดให้มีแผ่นป้ายเตือน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงพื้นที่ปฏิบัติงานนี้มีอันตรายอะไร
1 อบรมผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจอันตรายและความสำคัญในการใช้งาน และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง
7 ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
6 ยกย่องชมเชยผู้ปฏิบัติถูกต้อง และในรายที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง เช่น ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลต้องตักเตือนทันที
การป้องกันคุบคุมอันตรายตามลักษณะการปฏิบัติประกอบด้วยหลักการ 3 หลักการ ได้แก่ การตระหนัก การประเมิน และการควบคุม
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากแสงสว่าง
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากรังสี
การป้องกันและควบคุมอันตรายด้านสารเคมี
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากความสั่นสะเทือน
การป้องกันและควบคุมอันตรายด้านชีวภาพ
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากความเย็น
การป้องกันควบคุมอันตรายจากเครื่องจักร
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากความร้อน (Principles of Heat Control)
การป้องกันควบคุมอันตรายจากไฟฟ้า
การป้องกันและควบคุมอันตรายจากเสียง (Principles of Noise Control)
การป้องกันควบคุมอันตรายด้านการยศาสตร์
นางสาวภานุมาศ สิทธิเม่ง กศ.บป.สาธารณสุขศาสตร์ 6312436001