Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพ, กลไกการดื้อต่อ penicillins มี 3 กลไกหลัก คือ,…
ยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพ
Cephalosporins
กลไกการออกฤทธ
จับกับ peniciilin binding protein (PBP)
แล้วยับยั้ง transpeptidase ใน PBP
กระตุ้นเอนไซม์ autolysin ทําให้แบคทีเรียย่อยสลายตัวเองมากขึ้น
ผลข้างเคียง
การแพ้ยา (hypersensitivity reactions) พบประมาณ 10-15% ของผู้ป่วยที่แพ้penicillins
พิษต่อไต (nephrotoxicity) จึงต้องลดขนาดยา (dose) ในผู้ป่วยโรคไต ยกเว้น cefoperazone และ ceftriaxone
Disulfiram-like reactions ถ้าได้รับแอลกอฮอล์ร่วมอาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ พบบ่อยใน cefotetan, cefamandole และ cefoperazone ขณะที่ได้รับยานี้ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์
Coombs’test ให้ผลบวก แต่มักไม่พบว่าเกิดภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงแตก (hemolytic anemia)
Hypothrombinemia ยาทําให้การสร้าง thrombin (clotting factor II) น้อยลง จากการยับยั้ง vitamin K decarboxylase ในตับและมีผลต่อ normal flora ในลําไส้ที่สังเคราะห์วิตามินเค ทําให้เลือดหยุดไหลช้าหรือเลือดออกง่าย(bleeding tendency) พบใน cefoperazone, cefamandole, cefmetazole และ cefotetan
Cephalosporins ร่นุ ที่ 1
ยากินได้แก่ cephalexin (keflex®)
และ cephadroxil มฤีทธิ์ครอบคลุมแบคทีเรีย
ไม่เข้าสมอง
นิยมให้ก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง
Cefazolin ออกฤทธิ์นาน ยาเข้ากระดกูได้ดี
Cephalosporins ร่นุ ที่ 2 ยากินได้แก่ cefaclor, cefuroxime axetil, loracarbef และcefprocil ยาฉีดได้แก่ cefotetan, cefoxitin และ cefuroxime
Cephalosporins ร่นุ ที่ 3
ยากินได้แก่ cefixime, cefpodoxime, cefdinir, ceftibuten
ยาฉีดได้แก่ cefoperazone, cefotaxime, ceftazidime, ceftizoxime และ ceftriaxone
ครอบคลุมแบคทีเรียแกรมลบหลายชนิด ทั้งทรงกลมและแท่ง แต่ครอลคลุมแบคทีเรียแกรมบวกน้อย
ส่วนใหญ่เข้าสมองได้ยกเว้น cefoperazone
Cephalosporins ร่นุ ที่ 4
ตัวอย่างยาได้แก่ cefepime, cefpirome ใช้เป็นยาฉีดเท่านั้น
ยามฤีทธิ์ขยายขอบเขตต่อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบมากขึ้น เมื่อเทียบกับร่นุ ที่ 3
Penicillins
เภสัชจลนศาสตร์
ยาจับกับโปรตีนในอาหารทําให้การดูดซึมน้อยลง ซึ่ง การดูดซึมยาจะน้อยลงเมื่อรับประทานพร้อมอาหาร (ยกเว้น amoxicillin)
ควรกินยาตอนท้องว่าง (1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร)
ยาส่วนใหญ่ถูกขับในรูปเดิมที่ไมเ่ปลี่ยนแปลงทางปัสสาวะ โดยการกรอง (glomerular filtration) และการขับออกทางท่อไต (tubular secretion)
ยกเว้น nafcilin และ ampicillin ถูกทําลายที่ตับและขับออกทางน้ำดี
การให้ยา probenecid ร่วมกับ penicillins ทําให้ยับยั้งการขับ penicillins ออกทางท่อไต ทําให้ยาอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น
ประโยชน์ในการใช้
Natural penicillins มีผลต่อแบคทีเรียแกรมบวกเป็นส่วนใหญ่ เชื้อที่ไวต่อยาได้แก่ streptococci Pneumococci ใช้ penicillin เป็นยาตัวเลือกอันดับ 1
แต่ปัจจุบันพบเชื้อนี้ดื้อต่อยา penicillin มากกว่า 70%
Meninggococci ใช้ยา penicillin เป็นตัวเลือกอันดับ 1
แต่ยาไม่มีผลต่อ Neisseria gonorrhoeae
Clostridium เช่น โรค gas gangrene (clostridium perfringens) และบาดทะยัก(clostridium tetani)
spirochetes เช่น syphilis, leptospirosis
เชื้ออื่นๆ เช่น Listeria, enterococci, diphtheria, antrax
กลไกการออกฤทธิ์
ยับยั้งเอนไซม์ transpeptidase ซึ่งเป็นเอนไซม์PBP ทําให้ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์(cell wall)
ยา penicillins ผ่านผนังเซลล์แบคทีเรียแล้วไปจับกับ penicillin-binding proteins (PBP) ซึ่งอยู่บน cytoplasmic membrane
ทําให้เซลล์แบคทีเรียแตกสลาย (lysis)
ผลข้างเคียง
ปฏิกิริยาแพ้ (hypersensitivity reactions) มีอาการผนื่ ลมพษิ คัน ไข้ข้อบวม และหลอดลมหดเกร็ง ช็อค ผู้ป่วยที่แพ้มีโอกาสแพ้ β-lactam ตัวอื่น เช่น amoxicillin,cloxacillin,cephalosporins
ชัก (seizure) อาจเกิดได้ในผูป้่วยที่มีไตบกพร่อง และทารกแรกเกิดที่การทํางานของไตไม่สมบูรณ์
อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย (diarrhea), คลื่นไส้(nausea)
เลือดจางเนื่องจากเมด็เลือดแดงแตก (hemolytic anemia)
ไตอักเสบ (nephritis)
พิษจาก cations ถ้าให้ยาในขนาดสูงมากอาจทําให้ภาวะคั่งของ sodium หรือ potassium ได้
กลไกการออกฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะต่อแบคทีเรีย
ขัดขวางการสร้างโปรตีนในเซลล์ เช่น Macrolide antibiotic, Aminoglycoside,Tetracycline, Chloramphenical
ขัดขวางการสร้างกรดนิวคลีอิค เช่น Griseofulvin, Rifampicin
ขัดขวางการทํางานของเยื่อหุ้มเซลล์ เช่น Polypeptide antibiotic, antifungal antibiotic จะออกฤทธิ์ทันทีที่สัมผัสกับจุลชีพและจับติดแน่นกับเยื่อหุ้มไซโตพลาสอยู่นาน
ทําให้ขบวนการสร้างโปรตีนของแบคทีเรียผิดปกติ เช่น Aminoglycosides
ขัดขวางการสร้างผนังเซลล์ เช่น Penicillins, Cephalosporins จะออกฤทธิ์ดีมาก ในระยะเวลาที่จุลชีพเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นระยะพักการออกฤทธิ์ของยาจะไม่ดีเท่าที่ควร
ยา penicillins ที่สามารถต้านเชื้อ
staphylococcus
Methicillin เลิกใช้ทางคลินิกแล้ว
Nafcillin, Dicloxacillin, Cloxacillin, Oxacillin ใช้เป็นยากิน
ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดํา หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ประโยชน์การนําไปใช้
-มีขอบเขตการต้านแบคทีเรียแคบ
-ควรใช้เฉพาะการรักษาการติดเชื้อ staphylococci ซึ่งสร้าง β-lactamase และเป็นเชื้อที่ไวต่อmethicillin
-ในกรณีที่ผลเพาะเช้ือพบว่าเช้ือ staphylococcus aureus ดื้อต่อ methicillin แสดงว่ายากลุ่มนี้ทั้งหมดใช้ไม่ได้ผล ทางเลือกคือใช้ vancomycin
ผลข้างเคียง
Methicillin ทําให้เกิดไตอักเสบจึงเลิกใช้ยานี้ในคนแล้ว กับNafcillin อาจทําให้เม็ดเลือดขาวชนิดgranulocytesต่ำ(granulocytopenia) โดยเฉพาะในเด็ก
Oxacillin อาจทําให้ตับอักเสบ (hepatitis)
.Penicillins ที่สามารถต้านเชื้อ
Pseudomonas
ตัวอย่างยา เช่น piperacillin และ ticarcillin เป็นยาฉีดเข้ากล้ามและหลอดเลือดดํา
ยามีผลต่อเชื้อแบคทีเรียแกรมลบทรงแท่งเช่น Enterobacter และ Pseudomonasตัวอย่างการใช้ การติดเชื้อ Pseudomonas เช่น แผลไฟไหม้ หรือถูกลวก (burn wounds) ปอดอักเสบ(pneumonia) ทางเดินปั สสาวะอักเสบ (UTI) หรือหูชั้นนอกอักเสบ (external otitis) เป็ นต้น โดยอาจใช้ร่วมกับ aminoglycosides เช่น tobramycin
ผลข้างเคียง
ยับยั้งการทํางานของเกร็ดเลือด (Platelet dysfunction)
การแพ้ยา
ตัวเลือกที่ 1 (1st-line choice) ได้แก่ (ticarcillin หรือ piperacillin) ร่วมกับ (tobramycin หรือciprofloxacin)
ตัวเลือกที่ 2 (2nd-line choice) ได้แก่ (cefepime หรือ ceftazidime) ร่วมกับ tobramycin
ตัวเลือกที่ 3 (3rd-line choice) ได้แก่ (imipenem หรือ aztreonam) ร่วมกับ tobramycinการเลือกใช้ยาต้องพจิารณายาตัวเลือกที่ 1 ก่อนเสมอ
Carbapenems
เป็นยาต้านแบคทีเรียกลุ่ม β-lactams ที่ได้มาจากการสังเคราะห์
ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ imipenem เป็นยาต้นแบบ meropenem และ ertapenem ยาทั้ง 3 ชนิดเป็ นยาฉีดเท่านั้น
Imipenem
การยับยั้งเอนไซม์นี้ทําให้ยา Imipenem มีผลรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
ลดพิษต่อไต
ยาถูกขับออกทางปัสสาวะ ต้องปรับลดขนาดยาในผู้ป่วยไตวาย
ผลข้างเคียง ชัก รบกวนระบบทางเดินอาหาร เกิดการแพ้
Monobactam
กลไกการออกฤทธิ์
เหมือน penicillins และยานี้เป็นยากลุ่ม β-lactams
Aztreonam
ใช้เป็นยาฉีด (IV, IM) ยาถูกขับทางปัสสาวยามีผลฆ่าแบคทีเรีย
ผลข้างเคียง ผื่น เอนไซม์จากตับสูงในเลือด รบกวนทางเดินอาหาร
Glycopeptides
ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ vancomycin ทั้งกินและฉีด teicoplanin และ dalbavancin
กลไกการออกฤทธิ์:ยับยั้งกระบวนการ polymerization ของสาย peptidoglycan
ผลข้างเคียง:ไข้หนาวสั่น ช็อกจากการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดําเร็วเกินไป พิษต่อหู พิษต่อไต
Cycloserine
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการสังเคราะห์ peptidoglycan
ผลข้างเคียง: พิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง ชักสับสน
Bacitracin
กลไกการออกฤทธิ์:ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ โดยไปยับยั้งการเสียหมู่ฟอสเฟตของ bactropenol pyrophosphate
ผลข้างเคียง:ผื่น คลื่นไส้อาเจียน
ยายับยั้ง β-lactamase
กลไกการออกฤทธิ์
ยับยั้ง β-lactamase ชนิด (class ) A
ยายับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนในแบคทีเรีย
Aminoglycosides
กลไกการออกฤทธิ์: ยามีผลต่อแบคทีเรียแกรมลบ โดยยาผ่านเยื่อชั้นนอก
(outer membrane) ทางโปรตีน ยาจะถูกนําเข้าเซลล์ โดยกระบวนการ active transport ซึ่งอาศัยออกซิเจนทําให้ยาผ่านเยื่อ cytoplasmic เข้าสู่ cytoplasm แล้วยาจับกับไรโบโซมหน่วยย่อย 30s อย่างถาวร
ประโยชน์ทางการใช้: ใช้รักษาการาติดเชื้อแกรมลบที่มาจากทางเดินอาหารกลไกการดื้อยาaminoglycosidesการ ลดการขนส่งยาเข้าแบคทีเรีย
ผลข้างเคียง: พิษต่อไตพิษต่อหู กล้ามเนื้ออ่อนแรงคล้ายอัมพาต
Fosfomycin
กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้ง enol pyruvate trnasferase ในแบคทีเรีย แต่ไม่มีผลต่อเอนไซม์นี้ในคน
ผลข้างเคียง : พบน้อย ได้แก่ ปวดศีรษะ อาเจียน อุจจาระร่วง
กลไกการดื้อต่อ penicillins มี 3 กลไกหลัก คือ
การสร้าง β-lactamase เพื่อทําลายยา การเปลี่ยนแปลง PBP ทําให้ยาจับได้น้อยลงและการเปลี่ยนแปลง porins ทําให้ยาผ่านเข้าได้น้อยลง
ยาไม่มีผลต่อแบคทีเรียที่ไม่มีผนังกั้นเซลล์หรือแบคทีเรียที่อยู่ในระยะที่ไมได้เจริญเติบโต
โดยปกติยา penicilins จะไมเ่ข้าสมอง ยกเว้นเมื่อเกิดการอักเสบ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ(meningitis) ทําให้ยาสามารถผ่านเข้าสมองได้
A6380041 นางสาวเบญญาทิพย์ บาลโสง