Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก, นางสาว…
บทที่ 7 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา
ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก
7.3 การพยาบาลเด็กที่มีการติดเชื้อในระบบสมอง (Intracranial infection)
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ(Meningitis)
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง (Meningitis) เป็นบริเวณส่วนที่เป็นเมมเบรน ปกป้องหุ้มเนื้อสมองและไขสันหลัง
ซึ่งมีอาการสาคัญ คือ ไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ตาไม่สู้แสง คลื่นไส้อาเจียนและมีอาการแสดงของการระคายเคืองเยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีสาเหตุได้ 5อย่างคือ
Eosinophilic meningitis เกิดจากพยาธิ เช่น ตัวจี๊ด จากการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ หรือการว่ายน้าในหนอง บึงหรือดื่มน้าที่
ไม่สะอาดมีการปนเปื้อนเชื้ออะมีบา
Viral meningitis หรือ Aseptic meningitis เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส
การติดเชื้อรา (fungal เช่น Candida albicants , Cryptococcus neoformansneoformansเป็นต้น
1.Bacterial meningitis เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียพบได้ไม่บ่อยเท่าเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสแต่ภาวะโรครุนแรงมากกว่า
Purulent meningitis เยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดเป็นหนอง
Tuberculosis meningitis เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อวัณโรค
ปฏิกิริยาที่ไม่ใช่การติดเชื้อ non infection diseases) เช่น
5.1 เนื้องอก (Malignancy) เช่น primary medulloblastoma , metastatic leukemia
5.2การบาดเจ็บ/กระทบกระเทือนของสมอง
อาการและอาการแสดง แบ่งได้ 3 แบบคือ
อาการที่แสดงว่ามีการระคายของเยื่อหุ้มสมอง(Meningea l
Irritation)
อาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อ
อาการที่แสดงถึงภาวะแทรกซ้อน
การพยาบาล
อาจได้รับสารอาหารและน้าไม่เพียงพอ เนื่องจากอาการและพยาธิสภาพทางสมองและการได้รับยาขับน้า
การพยาบาล
-ประเมินน้าหนักตัวและภาวะขาดน้า
-ประเมินและบันทึก I/O
-ติดตามผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่เกี่ยวของ
-ดูแลการได้รับน้าและสารอาหาร เช่น IV, gavage feeding, กระตุ้นให้ดูดนม
ไม่สุขสบายพักหลับได้น้อยเนื่องจากภาวะ ICP มีการระคายเคืองจากการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองหรือเนื้อเยื่อสมอง มีไข้ มีความเจ็บปวด
ผู้ป่วยเด็กมีภาวะความดันสูงในกะโหลกศีรษะและเสี่ยงตอการเกิดอันตรายจากการชัก
การพยาบาล
-ดูในการพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มี ICP และการพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีอาการชัก
-ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดอาการบวมในสมอง ยาป้องกันและยาต้านการชักตามแผนการรักษาและสังเกตอาการขางเคียงจากการใช้ยา
-ดูแลผู้ป่วยก่อนและหลังการผ่าตัดเกี่ยวกับทางสมอง
ไข้สมองอักเสบ(Encephalitis)
เป็นการอักเสบของเนื้อสมอง บางครั้งการอักเสบของเนื้อสมองอาจมีการอักเสบของเนื้อเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังเกิดร่วมด้วยก็ได้
สาเหตุ
1.Primary viral encephalitis หมายถึง การที่มีไวรัสเข้าไปสู่สมองแล้วทาให้เกิดการอักเสบขึ้น
Secondary viral encephalitis หมายถึง การที่มีสมองอักเสบโดยเป็นผลมาจากปฏิกิริยาที่มีไวรัสเข้าสู่ร่างกายซึ่งปกติไวรัสนั้นไม่ได้เข้าสู่สมองเป็นสาคัญ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นประเภทallergic หรือ Immune reaction เชื้อที่สาคัญในประเภทนี้ได้แก่ หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส คางทูม รวมทั้งวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
พยาธิสภาพ
เชื้อจะเพิ่มจานวนในบริเวณที่เข้าไป แล้วผ่านเข้าสู่สมองโดยมีระยะเชื้ออยู่ในกระแสเลือดสั้นมาก ในการตรวจสมองผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรม พบมี สมองบวมมาก เลือดคั่ง มีเลือดออกเป็นหย่อม ๆ ในเนื้อสมอง แต่เยื่อหุ้มสมองไม่มีการเปลี่ยนแปลง และบริเวณที่อักเสบจะพบเม็ดขาวชนิดลิมโฟซัยต์และโมโนนิวเคลียสอยู่รอบ ๆ หลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดาในช่องArachnoid พยาธิสภาพสามารถจะเกิดขึ้นทั่วไปตลอด ระบบประสาทส่วนกลาง ทั้งแกนสมอง ponds, medulla) สมองใหญ่ (cerebrum) และ basal ganglia บริเวณที่พบบ่อยที่สุด Thalamus และก้านสมอง (brain stem) ซึ่งเป็นสาเหตุของโคม่าและการหายใจล้มเหลว
อาการและอาการแสดง
. ไข้ มักสูงได้มาก ๆ ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ คอแข็ง
. ซึมลง จนกระทั่งถึงขั้นโคม่า ภายใน 24 72 ชั่วโมง
. ชัก มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Involuntary movement
. กระสับกระส่าย อารมณ์ผันแปร เพ้อคลั่ง อาละวาด มีอาการทางจิต
. การหายใจไม่สม่าเสมอ อาจหยุดเป็นห้วง ๆ
การวินิจฉัยโรค
ประวัติจากผู้เลี้ยงดู ให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยมีไข้สูง ซึม คอแข็ง เป็นต้น
อาการและอาการแสดงดังที่กล่าวข้างต้น
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การรักษา
ไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ไม่มีการรักษาเฉพาะโรค ยกเว้นไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเริม ที่สามารถรักษาด้วยต้านไวรัสได้ผล แพทย์มักจะให้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ซึ่งการรักษาแบบประคับประคองที่ดีและเหมาะสมและเหมาะสามารถลดอัตราการเกิดความพิการของสมอง และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยให้น้อยลงได้
การรักษาแบบประคับประคอง มีดังนี้
1.ดูแลระบบหายใจของผู้ป่วยให้ปกติ และหายใจสม่าเสมอ เพื่อป้องกันสมองขาดออกซิเจน ซึ่งจะทาให้ผู้ป่วยมีภาวะสมองบวม ถ้าจาเป็นแพทย์อาจจะพิจารณาให้ออกซิเจนหรือเจาะคอ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ บางรายต้องเข้าอภิบาลหอผู้ป่วยหนัก
การให้ยา ดังนี้
การให้ยา ดังนี้
2.1
ยาระงับชัก ผู้ป่วยที่มีอาการชักบ่อยหรือรุนแรงแพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อควบคุมให้หยุดชักโดยเร็ว เพื่อป้องกันสมองขาดออกซิเจนและเซลล์สมองถูกทาลาย ยากันชักชนิดรับประทานที่นิยมให้ เช่น Phenobarbital ยากันชักชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อเช่น Gardinal
2.2 ยาป้องกันและรักษาความสมองบวมตั้งแต่ระยะแรกๆ ยาที่ลดอาการบวมของสมอง ได้แก่ สารละลายเข้มข้น (hypertonic solution)
2.3 ยานอนหลับ เพื่อลดอาการกระสับส่ายอาการเพ้อคลั่ง
2.4ยา acyclovir ทางหลอดเลือดดา ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเริม (herpes simplex virus)
2.5 ยาลดไข้
2.6 ยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ
1 ยาระงับชัก ผู้ป่วยที่มีอาการชักบ่อยหรือรุนแรงแพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อควบคุมให้หยุดชักโดยเร็ว เพื่อป้องกันสมองขาดออกซิเจนและเซลล์สมองถูกทาลาย ยากันชักชนิดรับประทานที่นิยมให้ เช่น Phenobarbital ยากันชักชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อเช่น Gardinal
รักษาสมดุลของปริมาณน้าเข้า ออกของร่างกาย โดยให้สารน้าทางหลอดเลือดดา
การให้สารสารอาหารที่มีแคลอรีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวแพทย์อาจพิจารณาให้อาหารทางสายยางและ/หรือสารอาหารทางหลอดเลือดดา
ภาวะแทรกซ้อน
ผู้ป่วยที่มีอาการของโรครุนแรงอาจเสียชีวิต
ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไม่รุนแรงอาจหายเป็นปกติ หรือมีความพิการของสมอง เช่น การหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (spastic) อาการสั่น (tremor) โรคลมชัก อัมพาตครึ่งซีก (paralysis) พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้
ความจาเสื่อมและความคิดต่ากว่าวัย พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
มีความผิดปกติทางอารมณ์
นางสาว พูนศิริ คำพันธ์ 621201141