Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีการติดเชื้อในระบบสมอง ( Intracranial infection),…
การพยาบาลเด็กที่มีการติดเชื้อในระบบสมอง ( Intracranial infection)
ไข้สองอักเสบ ( Encephalitis )
เป็นการอักเสบของเนื้อสมอง
สาเหตุ
ไวรัส แบคทีเรีย ปรสิต หรืออาจเกิดปฏิกิริยาต่อวัคซีน สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสมีได้ 2 ประการคือ
Primary viral encephalitis
หมายถึง การมีไวรัสเข้าไปสู่สมองแล้วทำให้เกิดการอักเสบ
ไวรัสที่นำโดยแมลง Virus เป็นสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสในสมองที่พบบ่อยที่สุด
ไวรัสเริม ติดเชื้อบริเวณช่องคลอด
ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า
Secondary viral encephalitis
เป็นผลมาจากปฏิกิริยาที่มีไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เชื้อที่สำคัญในประเภทนี้ ได้แก่ หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส คางทูม รวมทั้งวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
อาการและอาการแสดง
ไข้ มักสูงมากๆ ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ คอแข็ง
ซึมลง จนกระทั่งถึงขั้นโคม่า ภายใน 24-72 ชั่วโมง
ชัก
กระสับกระส่าย อาละวาด มีอาการทางจิต
การหายใจไม่สม่ำเสมอ อาจหยุดเป็นห้วงๆ
การวินิจฉัยโรค
- ประวัติจากผู้เลี้ยงดู ให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยมีไข้สูง ซึม คอแข็ง เป็นต้น
อาการและอาการแสดงดังที่กล่าวข้างต้น
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
2-3 วันแรกเม็ดเลือดขาวสูง และนิวโตรฟิลขึ้นสูงต่อมาจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ
โปรตีนในน้ำไขสันหลังมีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยมีค่ามากกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร น้ำตาลในน้ำไขสันหลังปกตอิ 50-70 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ตรวจพบเม็ดเลือดแดงในน้ำไขสันหลังให้สงสัยว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเริม การเพาะเชื้อ และย้อมสีน้ำไขสันหลัง เพื่อแยกการติดเชื้อออกจากเชื้อแบคทีเรีย
การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง
การตรวจวินิจฉัยแยกสาเหตุของเชื้อ
การรักษา
การรักษาแบบประคับประคอง - ดูแลระบบหายใจของผู้ป่วยให้ปกติ และหายใจสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันสมองขาดออกซิเจน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะสมองบวม
การให้ยา ดังนี้
ยาระงับชัก เช่น Phenobarbital ยากันชักชนิดฉีด Gardinal
ยาป้องกันและรักษาความสมองบวมตั้งแต่ระยะแรกๆ เช่น dexamethasone ให้ทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น
ยานอนหลับ เพื่อลดอาการกระสับกระส่าย
ยา acyclovir ทางหลอดเลือดดำ
ยาลดไข้
ยาต้านจุลชีพเพื่อรักษาภาวะแทรกซ้อน
รักษาสมดุลของปริมาณน้ำเข้า-ออกร่างกาย
การให้สารอาหารที่มีแคลลอรี่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
เยื้อหุ้มสมองอักเสบ ( Meningitis )
เป็นการติดเชื้อในเยื้อหุ้มสมอง ซึ่งมีอาการสำคัญ คือ ไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ตาไม่สู้แดง คลื่นไส้อาเจียนและมีอาการละคายเคืองเยื้อหุ้มสมอง
มีสาเหตุ ได้ 5 อย่างคือ
Bacterial meningitis เยื้อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
Purulent meningitis เยื้อหุ้มสมองอักเสบชนิดเป็นหน
Tuberculosis meningitis เยื้อหุ้มสมองอักเสบชนิดวัณโรค
Viral meningitis เยื้อหุ้มสองอักเสบจากเชื้อไวรัส
Eosinophilic meningitis เกิดจากพยาธิ เช่น ตัวจี๊ด จากการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ หรือการว่ายน้ำในหนอง
การติดเชื้อรา เช่น candida albicants
ปฏิกิริยาที่ไม่ใช่การติดเชื้อ
เนื้องอก เช่น Primary medulloblastoma,metastatic leukemia
การบาดเจ็บ/กระทบกระเทือนของสมอง ( trauma ) เช่น Subarachnoid bleeding,traumatic lumbar
อาการและอาการแสดง แบ่งได้ 3 แบบ คือ
อาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อ
มีไข้สูง หนาวสั่น เบื่ออาหาร
อาการที่แสดงว่ามีการระคายของเยื้อหุ้มสอง
ปวดศีรษะมาก ปวดบริเวณคอด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษา จะหมดสติภายใน 4-5 วัน เด็กอายุ 6 เดือนแรก กระหม่อมหน้าตึงอย่างเดียว อาการคอแข็ง( Stiftness of Neck ), Kernig's Sign Positive&Brudzinski's sign Positive
อาการแสดงถึงภาวะแทรกซ้อน เช่น
สมองบวม มีน้ำหรือหนองในช่องใต้เยื้อหุ้มสมอง มีฝีในสมอง เป็นต้น
การวินิจฉัย
ประวัติของผู้ป่วย โดยบิดามารดา ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะและปวดคอ ซึม อาเจียน เด็กเล็กไม่ยอมดูดนม ร้องกวน กระสับกระส่าย
การตรวจห้องปฏิบัติการ
พบปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงและอีโฮซิโนฟิลสูง ผลการนำเลือดเพาะเชื้อพบเชื้อแบคทีเรีย
การตรวจน้ำไขสันหลัง
น้ำไขสันหลังใสแต่มีลักษณะข้น แสดงว่าเยื้อหุ้มสองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
ความดันน้ำไขสันหลัง เด็กโต 110-150 มม/น้ำ ส่วนทารกแรกเกิด 100 มม/น้ำ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีค่าสูงมากกว่า 180 มม/น้ำ
จำนวนเซลล์ในเม็ดเลือดขาว ปกติไม่ควรเกิน 10 เซลล์ แต่ผู้ป่วยโรคนี้มีจำนวนมากกว่า 1000 เซลล์
โปรตีนในน้ำไขสันหลังไม่เกิน 40 mg/dl
น้ำตาลในน้ำไขสันหลังไม่ควรเกิน 1/2 ของน้ำตาลในเลือด
การเพาะเชื้อน้ำไขสันหลังจะพบมีการติดเชื้อแบคทีเรียเกิดขึ้น
การตรวจคอมพิวเตอร์สมองเพื่อค้นหาตำแหน่งของการติดเชื้อและการลุกลามของโรค
การรักษา
การรักษาเฉพาะ
โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะสอดคล้องกับผลการเพาะเชื้อ
การรักษาทั่วไปตามอาการ เป็นการรักษาแบบประคับประคอง
ให้ยาลดไข้เมื่อมีไข้สูง
ให้ยานอนหลับเพื่อลดอาการกระสับกระส่าย
ให้ยากันชักในผู้ป่วยที่มีอาการชักเกร็ง
ให้ยาลดบวมของสมองในผู้ป่วยที่มีอาการสมองบวม เช่น ม่านตาโตขึ้น หัวใจเต้นช้า ซึมลง เป็นต้น
ให้สารน้ำทางหลอดเลือด เพื่อรักษาสมดุลของอิเล็กโตรไลท์
เจาะคอ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยที่มีปัญหา
รักษาภาวะแทรกซ้อน
ของเหลวคั่งในช่องใต้เยื้อหุ้มสมอง เกิดจากการติดเชื้อ hemophilus influenza,streptococcus pneumonia
ฝีในสมอง รักษาโดยการผ่าตัดและให้ยาปฏิชีวนะ
ความดันในกะโหลกศีรษะสูง ซึ่งอาจเกิดภาวะสมองบวม
การมองเห็นและการได้ยินผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการอักเสบ เกิดผังผืดบีบรัด ทำให้ประสาทสมองพิการ
การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีการติดเชื้อของระบบประสาท
ผู้ป่วยเด็กมีภาวะความดันในกะโหลกศีรษะและเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากการชัก
การพยาบาล
ดูในการพยาบาลเด็กที่มี ICP และการพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีอาการชัก
ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดอาการบวมในสมอง ยาป้องกันและยาต้านการชักตามแผนการรักษาสังเกตอาการหลังการให้ยา
ดูแลผู้ป่วยก่อนและหลังการผ่าตัดเกี่ยวกับทางสมอง
อาจได้รับสารอาหารและน้ำไม่เพียงพอ เนื่องจากอาการและพยาธิสภาพทางสมองและการได้รับยาขับน้ำ
การพยาบาล
ประเมินน้ำหนักตัวและภาวะขาดน้ำ
ประเมินและบันทึก I/O
ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง
ดูแลการได้รับน้ำและสารอาหาร เช่น IV,gavage feeding ดระตุ้นให้ดูดนม
นางสาวเมธาวดี ลาสอน 621201147