Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
นายพินิต เผ่าจินดา อายุ 82 ปี
ลุงพินิต - Coggle Diagram
นายพินิต เผ่าจินดา อายุ 82 ปี
กิจกรรมพยาบาล
- มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เนื่องจากมีพยาธิสภาพที่ต่อมลูกหมากและการเปลี่ยนแปลงตามวัย
ข้อมูลสนับสนุน
S: ผู้สูงอายุบอกว่า “มีปัสสาวะเล็ด เวลาเดินทางเมื่อเห็นปั๊มน้ำมันต้องแวะเข้าห้องน้ำเสมอ เวลาเดินมีปัสสาวะออกกระปริบกระปอย เคยผ่าตัดต่อมลูกหมากเมื่อ 10 ปีก่อน”
O: แบบประเมินภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แปลผลอยู่ในระดับรุนแรงปานกลาง
-
เป้าประสงค์ทางการพยาบาล
- เพื่อลดภาวะการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ของผู้สูงอายุ
- เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต และทัศนะคติที่ดีของผู้สูงอายุในการเข้าสังคม
กิจกรรมการพยาบาล
ให้คำแนะนำการฝึกถ่ายปัสสาวะ และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแก่ผู้สูงอายุ (วารี กังใจ, 2563)
- แนะนำวิธีการฝึกถ่ายปัสสาวะให้กับผู้สูงอายุ คือ ให้ผู้สูงอายุเข้าห้องน้ำทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้า ให้พยายามถ่ายปัสสาวะให้ออกมามากที่สุด เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะว่าง และให้ผู้สูงอายุใช้มือช่วยกดที่บริเวณหัวเหน่าเบา ๆ
- ให้ผู้สูงอายุกำหนดเวลาในการถ่ายปัสสาวะของตนเอง และไปถ่ายปัสสาวะตามเวลาที่ตนเองกำหนดไว้ เช่น กำหนดไว้ว่าต้องถ่ายปัสสาวะทุก ๆ 2 ชั่วโมง ผู้สูงอายุก็ต้องไปถ่ายปัสสาวะทุก ๆ 2 ชั่วโมง ถ้าหากถึงกำหนดเวลาแล้วแต่ยังไม่รู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ ก็ต้องไปเข้าห้องน้ำและพยายามที่จะถ่ายปัสสาวะ
- บอกผู้สูงอายุว่าถ้าหากรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะก่อนถึงเวลาที่กำหนดให้ผู้สูงอายุกลั้นปัสสาวะไว้ก่อน โดยให้หายใจเข้าออกลึก ๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง และขมิบก้นเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้งติดต่อกันจนกระทั่งไม่รู้สึกปวด จึงให้ผู้สูงอายุถ่ายปัสสาวะตามเวลาที่กำหนดได้
- บอกผู้สูงอายุว่าถ้าผู้สูงอายุมีปัสสาวะราดหรือปัสสาวะก่อนถึงเวลาที่กำหนดให้เริ่มนับเวลาใหม่ ต้องกำหนดการถ่ายปัสสาวะครั้งต่อไปในอีก 2 ชั่วโมง
- แนะนำให้ผู้สูงอายุถ่ายปัสสาวะได้ตามปกติในตอนกลางคืน
- แนะนำวิธีการทำความสะอาด โดยใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ให้แห้งทุกครั้งหลังการมีปัสสาวะเล็ด เพื่อป้องกันการระคายเคือง และให้ผู้สูงอายุเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังไม่เช็ดย้อนกลับไปมา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- สอนวิธีการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานรอบ ๆ ทวารหนักคือ บอกให้ผู้สูงอายุนั่งในท่าที่สบายและขมิบก้นให้รู้สึกว่าบริเวณกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กล้ามเนื้อรอบ ๆ รูทวารหนักมีการเกร็ง แล้วเกร็งค้างไว้นาน 3 วินาที โดยนับ 1-3 และคลายกล้ามเนื้อออกนาน 3 วินาที การเกร็งแล้วคลายนับเป็น 2 ครั้ง ให้ผู้สูงอายุทำติดต่อกัน ทุกวัน วันละ 60 ครั้ง โดยแบ่งทำได้ 3 ช่วงเวลา เช่น เช้า กลางวัน และเย็น ช่วงเวลาละ 20 ครั้ง นานอย่างน้อย 8 สัปดาห์ (อภิรักษ์ สันติงามกุล, 2564) ระหว่างการบริหารกล้ามเนื้อบอกให้ผู้สูงอายุหายใจเข้าออกปกติ ไม่เกร็งกล้ามเนื้อขา ก้น และหน้าท้อง
- บอกผู้สูงอายุว่าให้เกร็งและคลายกล้ามเนื้อให้นานที่สุด ตามความสามารถที่ผู้สูงอายุจะทำได้ แต่ให้เกร็งและคลายกล้ามเนื้ออย่างน้อย 3-5 วินาทีในแต่ละครั้ง
- แนะนำแนะนำวิธีการตรวจสอบการบริหารอุ้งเชิงกรานด้วยตนเองขณะถ่ายปัสสาวะ แนะนำให้ผู้สูงอายุขมิบก้นถ้าหากผู้สูงอายุทำได้ถูกต้อง น้ำปัสสาวะจะหยุดไหล และเมื่อคลายกล้ามเนื้อน้ำปัสสาวะจะไหลตามปกติ แนะนำให้ผู้สูงอายุทำบ่อย
- ให้คำแนะนำกับผู้สูงอายุเมื่อต้องออกเดินทาง ก่อนออกเดินทางให้ผู้สูงอายุใส่แผ่นรองซับหรือผ้าอ้อม สามารถซึมซับน้ำปัสสาวะได้ดีป้องกันการซึมออกมาทำให้เสื้อผ้าชั้นนอกเปียกชื้นได้ และแนะนำให้ผู้สูงอายุเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่ามีปัสสาวะเต็มหรือเปลี่ยนเมื่อครบ 2 ชั่วโมง (จิรวรรณ อินคุ้ม, 2558)
เกณฑ์การประเมิน
- ระดับความรุนแรงของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ลดลง จากระดับรุนแรงปานกลางเป็นระดับรุนแรงน้อย จากการประเมินโดยแบบประเมินภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
- ผู้สูงอายุไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คือ การมีปัสสาวะเล็ดออกมาเวลาที่ไอหรือจาม
-
ประเมินผล
ผู้สูงอายุมีความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกการถ่ายปัสสาวะ และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และได้ลองบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแล้ว ผู้สูงอายุสามาถทำได้ การฝึกการถ่ายปัสสาวะผู้สูงอายุได้พยายามลองทำแล้วแต่ยังทำได้ไม่ถูกต้องเท่าที่ควรจึงมีการให้ความรู้เพิ่มเติมคือเมื่อผู้สูงอายุปัสสาวะแล้วหลังตื่นนอนตอนเช้า ให้ผู้สูงอายุกำหนดเวลาที่จะปัสสาวะครั้งต่อไป และให้พยายามปัสสาวะออกตามเวลาที่กำหนด ึ่งต้องมีการประเมินผลในระยะยาวต่อไป ( 7 ตุลาคม 2564)
- แบบแผนการนอนหลับเปลี่ยนแปลง เนื่องจากปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
ข้อมูลสนับสนุน
S : ผู้สูงอายุบอกว่า “เข้านอน 3 ทุ่มครึ่ง ตื่นตอน 06.00 น. ตื่นขึ้นมาฉี่ตอนกลางคืนประมาณ 3-4 ครั้ง”
O : ใช้แบบสอบถามคุณภาพการนอนหลับของพิทส์เบิร์กฉบับภาษาไทย
-
-
เกณฑ์การประเมินผล
- จากการสังเกตพฤติกรรมผู้สูงอายุไม่มีอาการง่วงนอนในตอนกลางวัน
- คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นจากการสอบถาม
- ใช้แบบสอบถามคุณภาพการนอนหลับของพิทส์เบิร์กฉบับภาษาไทย (T-PSQI) คะแนนน้อยกว่า 5 คะแนน
-
-
ประเมินผล
ผู้สูงอายุมีความเข้าใจในการดูแลตนเองเพื่อให้นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สูงอายุได้ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยดื่มน้ำก่อนนอนในปริมาณน้อย เปิดฟังเสียงธรรมะและฟังเสียงดนตรีธรรมชาติเพื่อช่วยให้การนอนหลับ แต่มีอุปสรรคคือมีโฆษณาขั้นทำให้ขัดจังหวะการนอนหลับของผู้สูง อายุ
- ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในการรับประทานอาหาร เนื่องจากมีภาวการณ์เคี้ยวลำบาก
ข้อมูลสนับสนุน
S: ผู้สูงอายุบอกว่า “อาหารพยายามไม่กินของเหนียวๆ หน้าบ้านขายหมูปิ้ง เวลากินจะเคี้ยวไม่ขาด เลยจะกินแต่ของนิ่มๆ”
O: อายุ 82 ปี เป็นผู้สูงอายุ
BMI = 20.20 kg/m2
แบบประเมินภาวะโภชนาการ (Mini Nutritional Assessment) โดยศูนย์วิจัย เนสท์เล่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ 12 คะแนน แปรผล มีภาวะโภชนาการปกติ
-
เป้าประสงค์ทางการพยาบาล
- เพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุให้เหมาะสม
- เพื่อป้องกันภาวะทุพโภชนาการ
เกณฑ์การประเมิน
- BMI = 18.5-22.9 kg/m2
- ประเมินภาวะโภชนาการ = 12-14 คะแนน
กิจกรรมการพยาบาล
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคี้ยว (chewing problems) ควรได้รับการประเมินการเคี้ยวโดยทันตแพทย์และผู้สูงอายุที่ไม่มีฟัน หรือฟันผุ โยก เหงือกอักเสบ มีปัญหาในช่องปาก ควรดูแลสุขภาพช่องปาก พบทันตแพทย์สม่ำเสมอเพื่อรับการตรวจรักษาฟัน รวมถึง รับประทานอาหารที่ได้รับการดัดแปลงเนื้อสัมผัสให้มี ความนิ่มและเคี้ยวง่าย (texture modified diet) เช่น เนื้อสัตว์ควรได้รับการปรุงด้วยวิธิต้ม ตุ๋น นึ่ง โดยใช้เวลานานกว่าปกติ ผักก็ควรได้รับการปรุงให้นานขึ้นเช่นกัน และในผู้สูงอายุที่ปากหรือลิ้นแห้ง ให้จัดอาหารอ่อนและมีน้ำมาก เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หลีกเสี่ยงอาหารแห้ง อาจใช้น้ำเกลือบัวนปากกลั้วคอก่อนรับประทานอาหาร หรือให้จิบน้ำระหว่างมื้อถ้าปากแห้งมาก (ฐิตินันท์ ดวงจินดาและศิริรัตน์ ปานอุทัย , 2562)
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน (swallowing problems or dysphagia) ควรได้รับการประเมินการกลืน และฝึกการกลืนจากผู้เชี่ยวชาญ โดยการบริหารกล้ามเนื้อที่ช่วยในการกลืน รวมถึงรับประทานอาหารที่ได้รับการดัดแปลงเนื้อสัมผัส (texture modified diet) (ฐิตินันท์ ดวงจินดาและศิริรัตน์ ปานอุทัย , 2562)
- ข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีผู้สูงอายุ
- กินอาหารให้หลากหลายในสัดส่วนที่เหมาะสม และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว
- กินข้าวเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวขัดสีน้อย
- กินพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาลให้มากเป็นประจำ
- กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นประจำ
- ดื่มนมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงอาหาร ไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน
- กินอาหารสะอาด ปลอดภัย
- งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- กินอาหารให้หลากหลายในสัดส่วนที่เหมาะสม และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว (ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก , 2563)
- อาหารสำหรับผู้สูงอายุที่ควรหลีกเลี่ยง เนื้อสัตว์เคี้ยวยาก หรือผักเนื้อแข็งผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูง ขนมเหนียวๆ เช่น เปียกปูน ขนมชั้น เพราะติดคอได้ง่าย
- กุยช่าย และเห็ดเข็มทอง เพราะติดฟันง่าย จึงกลืนยาก
- ขนมกรุบกรอบ เช่น ขนมปัง หรือคุกกี้อาหารที่เป็นผง เช่น นมผง งาบด
- สาหร่ายต่างๆ เพราะ ติดคอง่ายของหมักดองที่มีกลิ่นแรง ทำให้สำลักได้ง่าย
- อาหารประเภทเส้น เช่น บะหมี่ อูด้ง เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ได้ตัดให้สั้นลง (ALLWELLHEALTHCARE , 2563)
-
ประเมินผล
1.พฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด หลีกเลี่ยงอาหารเค็มมัน เลือกรับประทานเนื้อปลา เป็นโปรตีนหลัก หลีกเลี่ยงเนื้อเหนียว ๆ
2.การตัดสินใจในการเลือรับประทานอาหารเหมาะสม จากสถานการณ์ที่ได้สมมติขึ้น
3.ปฏิเสธการดื่มแอลกอฮอล์
(7/10/64)
- ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
-
-
วัตถุประสงค์ทางการพยาบาล
- ส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
เกณฑ์การประเมิน
- ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวัย
- ผู้สูงอายุไม่เกิดอุบัติเหตุจากการออกกำลังกาย
กิจกรรมการพยาบาล
- อธิบายให้ผู้สูงอายุฟังว่าผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1.1 กลุ่มที่ยังมีความเปราะบาง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดี
1.2 กลุ่มที่เริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วแต่ยังไม่คล่องแคล่ว
1.3 กลุ่มที่ออกกำลังกายทั่วไปในสวนสาธารณะ
- ให้ผู้สูงอายุเลือกว่าตนเองอยู่ในกลุ่มใด และออกกำลังกาบตามท่าในกลุ่มนั้น
2.1 กลุ่มที่ยังมีความเปราะบาง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดี (0.34) จัดเป็นผู้ที่เริ่มออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน จะเริ่มออกกำลังกายในท่านั่งโดยใช้เก้าอี้
- ให้ผู้สูงอายุหาเก้าอี้ที่มีความมั่นคง นั่งยกขาขึ้นให้ตึงที่สุด กระดกและหมุนข้อเท้า เป็นการออกกำลังกายเข่าและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้านหลัง ทำ 10 ครั้ง
- ท่ายืดเหยียดหลัง นั่งให้สบายบนเก้าอี้ค่อย ๆ ก้มลงไปจับข้อเท้าตนเอง ทำเท่าที่ได้ ไม่ต้องฝืน อาจจับหน้าแข้งแล้วค่อย ๆ เลื่อนมือลงไปจนสามารถจับได้มากขึ้น ทำซ้ายสลับขวา นับเป็น 1 ครั้ง
- ท่าที่ช่วยป้องกันความตึงของหลัง นั่งตัวตรงที่สุดแล้วเหยียดมือขึ้นด้านบนเท่าที่ยกได้ ช่วยให้ไหล่ หลัง และช่วงบนสบายขึ้น
- ท่าออกกำลังกายส่วนบน เหยียดแขนไปตรง ๆ เหมือนข้อ 3 ค่อย ๆ ดึงแขนช้า ๆ แล้วแปะอกออก ช่วยแก้ความตึงของโครงสร้างด้านบน และรักษาท่าทางส่วนบน
- สำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่ยังเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ให้นั่งบนเก้าอี้ ย่ำเท้าขึ้นลงเหมือนการเดิน ได้ความคล่อง การเตรียมเดิน ดีต่อหัวใจ
2.2 กลุ่มที่เริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วแต่ยังไม่คล่องแคล่ว (2.38) จัดเป็นผู้ที่เริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถยืนได้
- ให้หาเก้าอี้ที่มั่นคง จับพนักพิงเก้าอี้ เหยียดขาไปด้านหลัง และค่อย ๆ งอเข่า
- จับพนักพิงเก้าอี้ แล้วยืนเขย่ง นับ 1-5 กลับสู่ตำแหน่งเดิม แล้วกระดกข้อเท้าขึ้น หลายคนเดินไม่มั่นคง ท่านี้จะทำให้ข้อเท้าแข็งแรงขึ้น
- จับพนักพิงเก้าอี้ให้มั่นคงแล้วกางขาออกด้านหนึ่งให้ตึง อย่าเอียงตัว เตะออกไปเท่าที่ได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อสะโพกแข็งแรง เคลื่อนไหวดีขึ้น
- จับพนักพิงเก้าอี้ ค่อย ๆ ยกขาขึ้นเพื่อประเมินความมั่นคง แล้วเตะขาไปด้านหลัง เป็นการเพิ่มความแข็งแรงที่กล้ามเนื้อสะโพกหลัง ลดการปวดหลัง
- ยืนกางขาให้เหมาะสม แล้วเอียงข้างช้า ๆ สลับกันซ้ายขวา ช่วยให้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อสีข้าง
2.3 กลุ่มที่ออกกำลังกายทั่วไปในสวนสาธารณะ (4.33) กลุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ให้ทำเป็นท่ายืดเหยียดสั้น ๆ ก่อนการออกกำลังกาย ทำอย่างน้อย 3 ท่า
- ยืดเหยียดแขนส่วนบน หาจับขอบเพื่อดันแล้วค่อย ๆ เอียงตัวเหมือนเดินไปข้างหน้า ทำสองข้างพร้อมกัน หรือทำทีละข้างก็ได้
- ลดความตึงจากการนั่งทำงาน ให้นำมือประสานกัน คล้ายกับมัดข้าวต้ม พยายามยืดเหยียดให้เหนือ ศีรษะ แล้วค่อย ๆ เอียงซ้ายขวาสลับกันไปช้าๆ
- ท่ายืดเหยียดส่วนล่าง หาจับขอบเพื่อดัน แล้วย่อเข่าข้างหนึ่งไปข้างหน้า แล้วอีกข้างให้เหยียดตรง แล้วค่อย ๆ ย่อเข่าด้านหน้าลง โดนขาข้างหลังให้ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า พยายามตึงเข่าให้มากที่สุด ไม่ยกส้น เท้า
- กิจกรรมถัดไปคือ ท่าบริหารสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นความดันโลหิตสูง ซึ่งมีวิธีการดังนี้
อันดับแรก ยืนเท้ากว้างประมาณช่วงไหล่ ยืนหลังตรง
ท่าที่ 1 คือ Swing Arm ยกแขนขึ้นหายใจเข้า ยกแขนลงหายใจออก
ท่าที่ 2 คือ Open Arm กางแขนออกหายใจเข้า หุบแขนเข้าหายใจออก
ท่าที่ 3 คือ Reach Side to Side เหยียดแขนขึ้นหายใจเข้า เหยียดแขนลงหายใจออก
ท่าที่ 4 คือ Eight วาดแขนเป็นเลข 8 ไปหายใจเข้า กลับหายใจออก (สลับซ้าย-ขวา)
- พูดคุยถึงความรู้สึกหลังการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ประเมินว่าผู้สูงอายุมีความคิดเห็นอย่างไรกับการทำกิจกรรม
-
ประเมินผล
- ผู้สูงอายุมีความเข้าใจในการออกกำลังกาย รู้ผลดีและผลเสียของท่าออกกำลังกายนั้นๆ
- หลังสาธิตย้อนกลับผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
- ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม
-
-
เป้าประสงค์ทางการพยาบาล
- เพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม
- เพื่อธำรงไว้ในความจำดี
เกณฑ์การประเมินผล
- สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
- แบบทดสอบสมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย MMSE – Thai 2002 ผู้สูงอายุปกติ เรียนระดับสูงกว่าประถมศึกษา น้อยกว่าหรือเท่ากับ 22
กิจกรรมการพยาบาล
ส่งเสริมการฝึกสมองโดย Stroop Test
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ “Stroop Test” หนึ่งในเกมที่ช่วยฟื้นฟูความจำในคนวัยผู้ใหญ่ หรือวัยชรา ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
Stroop Test จะช่วยฝึกจิตใจให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งภายใต้สภาวะความกดดันของการทำงานร่วมกันระหว่างสมองทั้ง 2 ซีก โดยสมองซีกขวาจะรับรู้เรื่องสีสัน ส่วนสมองซีกซ้ายจะรับรู้ตัวอักษร ซึ่งจะสามารถช่วยฟื้นฟูความทรงจำในคนวัยผู้ใหญ่ หรือวัยชราได้อีกด้วย
- วิธีการเล่น
2.1 ตั้งสติให้ดี
2.2 ดูที่สีเป็นหลัก ไม่อ่านตามคำ
2.3 อ่านออกเสียงตามสีที่เห็น เช่น เห็นสีเขียว ก็อ่าน สีเขียว (โรงพยาบาลศิครินทร์, (ม.ป.ป.)
- นั่งสมาธิก่อนฝึกท่าบริหารสมอง ทําให้ผู้สูงอายุสามารถฟังคําสั่งได้ดีขึ้น และทําท่า จีบ แอล ได้คล่องขึ้น
- การบริหารสมอง (Brain Activation)
หลักการบริหารสมอง ดังนี้
- ฝึกให้สมองส่วนต่างๆ มีการทํางานที่ประสานสัมพันธ์กัน
- ฝึกกิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการทํางานของสมองอย่างเป็นระบบ
- ฝึกออกกําลังสมองบ่อยๆ ทําให้เซลล์สมองแข็งแรง
- ส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ทํางานเชื่อมโยงกัน
- การทํากิจกรรมที่ต้องใช้มือ 2 ข้างทํางานประสานกันหรือฝึกทํากิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ร่างกาย
ซีกซ้ายและขวาทํางานไปพร้อมกัน ก็เท่ากับช่วยให้สมองทั้ง 2 ซีก ได้รับการกระตุ้น และทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย
ท่าจีบแอล ปฏิบัติดังนี้
- ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้มือขวาทําท่าจีบ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือประกบกับนิ้วชี้ส่วนนิ้วอื่น ๆให้เหยียดออกไป
- มือซ้ายให้ทําเป็นรูปตัวแอล (L) โดยให้กางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ออกไป ส่วนนิ้วที่เหลือให้กําเอาไว้
- เปลี่ยนเป็นจีบด้วยมือซ้ายบ้างทําเช่นเดียวกับข้อที่ 1 ส่วนมือขวาก็ทําเป็นรูปตัวเเอล (L)เช่นเดียวกับข้อ 2
- ให้ทําสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ทำกิจกรรมท่าบริหารสมอง ป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
ท่าที่ 1 บริหารปุ่มสมอง
ท่าที่ 2 บริหารปุ่มขมับ
ท่าที่ 3 จีบ-แอล
ท่าที่ 4 โป้ง-ก้อย
ท่าที่ 5 ท่าแตะหู
ประเมินผล
- ผู้สูงอายุเข้าใจถึงความสำคัญของการบริหารสมอง
- ผู้สูงอายุปฏิบัติท่าบริหารตามได้อย่างถูกต้อง
- ผู้สูงอายุจำท่าบริหารสมองได้ แต่จำได้ไม่ครบทุกท่าที่แนะนำ
-
ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล
นายพินิต เผ่าจินดา อายุ 82 ปี สถานภาพสมรส คู่ สัญชาติ เชื้อชาติ ไทย ศาสนา พุทธ อาชีพเดิม ครู ระดับการศึกษา ปริญญาตรี รายได้ มีบำนาญ 30,000 บาทต่อเดือน ภูมิลำเนาเดิม จ.สมุทรสงคราม ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 1 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี
-
ข้อมูลผู้ดูแล
ข้อมูลผู้ดูแล
มีผู้ดูแล 2 คน บุตรชาย 1 คนเป็นบุตรคนชายรองอายุ 37 ปี สุขภาพแข็งแรงดรไม่มีโรคประจำตัว ประกอบอาชีพส่วนตัว และภรรยา อายุ 66 ปี เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ ภรรยาเป็นผู้ประกอบอาหารในแต่ละมื้อ เวลาเดินทางบุตรชายจะพาไปบางครั้ง
11 แบบแผนของกอร์ดอน
-
-
3 แบบแผนการขับถ่าย
- ไม่มีท้องผูก ถ่ายอุจจาระ 2ครั้ง/วัน
- ถ่ายปัสสาวะ กลางวัน 5 ครั้ง กลางคืน 3-4 ครั้ง มีปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะกระกริดกระปรอย เป็นมานาน 5 ปี
ผลการประเมินการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ผลการประเมินคือ รุนแรงปานกลาง หมายถึง ปริมาณปัสสาวะมากระดับชุ่มกางเกงในและเกิดอาการบ่อยปานกลาง
-
-
-
-
-
9 แบบแผนเพศสัมพันธ์
ผู้สูงอายุและภรรยายังรักกันดี แต่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน ภรยานอนด้านบน และผู้สูงอายุนอนด้านล่าง เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สะดวกเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ
-
-
ข้อมูลสิ่งแวดล้อม
บ้านผู้สูงอายุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ มีถังขยะบริเวณหน้าบ้าน น้ำดื่มมาจากเครื่องกรองน้ำ
ห้องน้ำไม่มีราวจับ ส้วมเป็บแบบชักโครก พื้นกระเบื้องห้องน้ำเป็นพื้นแบบด้านไม่ลื่น
เลี้ยงสุนัข 2 ตัว
ลักษณะของครอบครัว
จำนวนสมาชิกในครอบครัว 3 คน
หัวหน้าครอบครัวคือ ภรรยา
รายได้ผู้สูงอายุมาจากเงินบำนาญของตัวผู้สูงอายุเองกับภรรยารวม 50,000 บาท/เดือน
เอกสารอ้างอิง
-
จารุวรรณ ก้านศรี, และคณะ. (ม.ป.ป). ผลของโปรแกรมบริหารสมองต่อการเพิ่มความจำในผู้สูงอายุที่มีความจำพร่องเล็กน้อย. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 176-178.
-
จิรวรรณ อินคุ้ม. (2558). การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ. วารสารแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 22(1), 58-68.
จุไรรัตน์ ดือขุนทด, สิริลักษณ์ โสมานุสรณ และ วารี กังใจ. (2559). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการผ่อนคลายโดยการฟังดนตรีธรรมะร่วมกับสุวคนธบำบัดต่อคุณภาพการนอนหลับของผู้สูงอายุใน ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, ปีที่ 32 (ฉบับที่ 1), น.15-30. สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/64272
ชัชวาล วงค์สารี, ศุภลักษณ์ พื้นทอง. (2561). ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ : การพยาบาลและการดูแลญาติผู้ดูแล. วารสาร มฉก. วิชาการ, 22(43-44), 166-179. สืบค้นจาก https://he01.tci- thaijo.org/index.php/HCUJOURNAL/article/download/146873/117323/