Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระยะหลังคลอด (Postpartum period, Post-delivery period), S__24002564, S_…
ระยะหลังคลอด
(Postpartum period, Post-delivery period)
การแบ่งระยะหลังคลอด
หลังคลอดระยะต้น (Puerperium early) คือระยะ 2-7 วันหลังคลอด
หลังคลอดระยะปลาย (Puerperium late) คือระยะที่นับจากสัปดาห์ที่ 2-6 หลังคลอด
ระยะทันทีหลังคลอด (Puerperium immediate) คือระยะ 24 ชั่วโมงหลังคลอด
การเปลี่ยนแปลงสรีรวิทยามารดาหลังคลอด
(Anatomy andphysiologic change)
การเปลี่ยนแปลงในทางสร้างเสริม
การหลั่งน้ำนม(Lactation)
การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์เพื่อเตรียมต่อมน้้านมให้พร้อมในการผลิตน้้านมส้าหรับทารกหลังคลอด เป็นผลจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจนเตอโรนโดยที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลทำให้หัวนม(nipple) ลานนม(areolar)ขยายใหญ่และมีสีเข้มขึ้น ต่อมไขมันบริเวณลานนม(tubercle of montgomery) หลอดน้้าเหลืองและหลอดโลหิตขยายใหญ่ขึ้นและท่อน้้านม (milkduct) ก็จะเจริญเต็มที่ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มีผลทำให้ถุงผลิตน้้านม (alveoli) และเซลล์ผลิตน้้านม (secreting cell หรือ acini) ที่บุภายในถุงผลิตน้้านมเจริญเต็มที่เพื่อเตรียมสร้างน้้านมต่อจากถุงผลิตน้้านมจะมีท่อน้้านมเล็กๆ (lactiferous duct) ไปรวมกันเป็นท่อน้้านมใหญ่(lactiferous sinus) ซึ่งจะเปิดออกที่หัวนมมีประมาณ 15 – 20 ท่อส่วนของท่อน้้านมนี้จะขยายโตเป็นกระเปราะ (ampulla) เพื่อเป็นที่เก็บน้้านมไว้ชั่วคราวซึ่งจะอยู่ตรงกับบริเวณลานนม
การกลับมีประจำเดือน(Return of Menstrual flow)
การดูดนมโดยทารกจะเป็นการกระตุ้นไฮโปธาลามัส (Hypothalamus)ผ่านทางเส้นประสาทและสมองไปกดไม่ให้มีการหลั่งฮอร์โมนฟอสลิเติลสตรีมูเลติ่ง (Follicle Stimulating Hormone)และลูทีนไนซิ่ง (Luteinizing)จึงทำให้ไม่มีการตกไข่และไม่มีมีประจำเดือน
การตกไข่และการกลับมีประจำเดือนของมารดาหลังคลอดโดยเฉลี่ย
มารดาที่ไม่ได้เลี้ยงทารกด้วยนมตนเองจะมีการตกไข่ครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่
10–11หลังคลอดและเริ่มมีประจำเดือนเมื่อสัปดาห์ที่ 7–9หลังคลอด
มารดาที่เลี้ยงทารกด้วยนมตนเองนาน 3 เดือนจะมีการตกไข่ครั้งแรก เมื่อสัปดาห์ที่ 17 หลังคลอดถ้าเลี้ยงด้วยนมตนเองนาน 6 เดือนจะมีการตกไข่เมื่อสัปดาห์ที่ 28 หลังคลอดและจะเริ่มมีประจำเดือนเมื่อสัปดาห์ที่ 30–36 หลังคลอด
การเปลี่ยนแปลงในทางลดลง
การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่างๆ
ผิวหนัง
เส้นผมร่วงเป็นหย่่อมๆในช่วง 4-20สัปดาห์
สัญญาณชีพ
อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ไม่เกิน38องศาเซลเซียสหลังคลอด และจะปกติภายใน 24ชั่วโมงหลังคลอด ชีจพรช้าลง อยู่ที่ประมาณ 60-70ครั้ง/นาที ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ระบบประสาท
อาการบวม เจ็บปวดตามข้อนิ้วมือ
ระบบไหลเวียนโลหิต
ปรืมาณเลือดหลังคลอดจะเพิ่มมากขึ้น ใน 3วันแรกค่า Hctอาจเพิ่มขึ้น
โครงกระดูก
H.Relaxin ลดลง มารดาหลังคลอดยังเจ็บบริเวณสะโพก ข้อต่อกระดูกสันหลังและกระดูกหัวเหน่า
ระบบทางเดินปัสสาวะ
เกิดกระเพาะปัสสาวะโป่งพองและปัสสาวะได้ไม่หมด
ระบบทางเดินอาหาร
อาการท้องผูกในระยะหลังคลอด และน้ำหนักลดลง
น้ำหนักตัว
ระบบต่อมไร้ท่อ
การกลับคืนสู่สภาพเดิมของอวัยวะต่างๆ
ปากมดลูก(Cervix)
Internal os และ External os บอบช้ำ อ่อนนุ่ม ฉีกขาด ปากมดลูกหดตัวเหลือขนาด 1-2cm
External os มีรอยเหมือนตะเข็บหรือรอยแยก ไม่กลมเหมือนก่อนคลอด
ช่องคลอด(Vagina)
น้ำคาวปลา(Lochia)
Decidual spongiosa(เยื่อบุมดลูกชั้นนอก) มีการเปื่อยและย่อยสลายเกิดน้ำคาวปลา ประมาณ 240 – 480 ซีซีและจะค่อยๆจางลงจนหมดไปภายใน 7–21 วันหลังคลอด
แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
Lochia rubra น้้าคาวปลาที่ออกมาในระยะ 2–3วันแรกหลังคลอด เนื่องจากระยะนี้แผลภายในโพรงมดลูกยังใหม่อยู่การซ่อมแซมยังเกิดขึ้นน้อยสิ่งที่ขับออกมามีลักษณะสีแดงคล้้าและข้นประกอบด้วยเลือดเป็นส่วนใหญ่น้้าคร่้าเศษเยื่อหุ้มเด็กเยื่อบุมดลูก ไขและขนของเด็กขี้เทาลักษณะเลือดไม่เป็นก้อน
Lochia serosa มีประมาณวันที่ 4–9 ลักษณะน้้าคาวปลาสีจะจางลงเป็นสีชมพูสีน้้าตาลหรือค่อนข้างเหลืองมีมูกปน ลักษณะเป็นเลือดจางๆยืดได้ เนื่องจากบริเวณแผลมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นมีเม็ดเลือดขาวมีน้้าเหลือง(Exudate)ที่ออกมาจากแผล
Lochia alba มีประมาณวันที่ 10 หลังคลอด น้้าคาวปลาจะค่อยๆน้อยลงเป็นสีเหลืองจางๆหรือสีขาวประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวเยื่อบุโพรงมดลูกที่สลายตัวแล้วมูกจากปากมดลูกหรือน้้าเมือกและจุลินทรีย์เล็กๆ
ฝีเย็บ(Perineum)
อาการปวดบริเวณฝีเย็บฝีเย็บจะมีลักษณะบวมและอาจมีเลือดออกใต้ผิวหนัง จากการที่หลอดเลือดฝอยฉีกขาด
มดลูก(Uterus)
เกิดการลดขนาดของมดลูก เรียกว่า มดลุกเข้าอู่(Involution)
อาการปวดมดลูก(Afterpains)
มารดาครรภ์ที่2ขึ้นไป
มารดาที่เลี้ยงบุตรด้วยนมตนเองจะมีการหลั่ง H.Oxytocin
เกิดความไม่สุขสบาย ช่วง2-3วันแรก
ผนังหน้าท้อง(Abdominal wall)
ผนังหน้าท้องจะอ่อนนุ่มและปวกเปียกในวันแรกๆ หลังคลอดกล้ามเนื้อหน้าท้องยังไม่สามารถพยุงอวัยวะภายในช่องท้องได้เต็มที่ เนื่องจากผนังหน้าท้องถูกยืดขยายเป็นเวลานาน
ในระยะตั้งครรภ์และใยกล้ามเนื้ออิลาสทิค(Elastic fiber)ของผิวหนังอาจมีการฉีกขาด การ
กลับคืนสู่สภาพเดิมของกล้ามเนื้อหน้าท้องต้องใช้เวลาประมาณ 2–3เดือนขึ้นกับลักษณะของรูปร่างของแต่ละคนจำนวนครั้งของการตั้งครรภ์และการบริหารร่างกายส้าหรับริ้วรอยบนผนังหน้าท้อง (Striae gravidarum) ในระยะหลังคลอดจะไม่หายไปแต่สีจะจางลงเป็นสีเงิน
การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ (Mental change)
อารมณ์เศร้าภายหลังคลอด(Post-partum blues)