Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินการตรวจร่างกาย HEENT, image, image, image - Coggle Diagram
การประเมินการตรวจร่างกาย HEENT
การตรวจผม
ดูลักษณะเส้นผม มันละเอียดหรือหยาบแห้ง
ผมร่วงหรือไม่
texture Local hair ioss
alopecia Dandruff
Short / long hair Distribution
Nits
การตรวจเล็บ
ดูลักษณะเล็บและส่วนปลายนิว- ปกติทํามุม 160 องศา
Clubbing finger / Digital clubbing : นิว- ปุ้ม
Chronic hypoxemia
Onycholysis : พบในเล็บเป็นเชื้อรา
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
Spoon nail : Iron deficiency anemia
การตรวจศีรษะ
ใช้การดูเเละคลํา
ศีรษะ : ดูรูปร่าง ลักษณะผม ถ้าคลําพบก่อนต้องทดลองว่า กดเจ็บหรือไม่ขนาดรูปร่างความนุ่มเเข็งเเละฟังว่ามีเสียง Bruit หรือไม่
หน้า : ลักษณะใบหน้ามีความผิดปกติหรือ เช่น Down's syndrome , Thalassemic face , Moon face , Mask face , มีผืนแดงที่หน้า Butterfly rash
ใบหน้า : ตรวจดูความผิดปกติของการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ เช่น การอ่อนแรงของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7(Facial nerve)
การตรวจตา
ตรวจการเคลื่อนไหวของลูกตา
ตรวจ visual eye field
ผู้ตรวจกับผู้ถูกตรวจนั่งห่างกันประมาณ 2 ฟุต ให้ผู้ถูกตรวจมองที่ปลายจมูกของผู้ตรวจผู้ตรวจยืนมือไปสุดแขน จากนั้นค่อยๆกระดิกนิ้วมาจนกระทั่งผู้ถูกตรวจเห็น ถ้าไม่เห็นแสดงว่า อาจะเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที่ 2
ตรวจความสมารถในการมองเห็น(visual acuity : VA)
ค่าปกติ 6/6
Extraoculer movement : EOM : ดูการเคลื่อนไหวของลูกตา 6 ทิศทาง ได้แก่ ขวา ขวาบน ขวาล่าง ซ้าย ซ้ายบน ซ้ายล่าง ให้ผู้ถูกตรวจมองตามนิ้วของผู้ตรวจสังเกตดวงตาของผู้ถูกตรวจเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร
การตรวจหู
ตรวจการได้ยิน
ตรวจเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 (Auditory nerve)
การฟังเสียงนาฬิกาวางหน้าหูห่าง 2-3 cm
กระซิบหน้าหูห่าง 1-2 ฟุต
rinne test (air conduction ดีกว่า bone conduction)
weber test
ตรวจเฉพาะหูชั้นนอกและแก้วหูส่วนในหูชั้นกลางเเละหูชั้น ใน ไม่สามารถตรวจโดยตรงได้เเต่ตรวจเฉพาะการได้ยิน เเละการทรงตัว
ใบหู (pinna or auricle) : ดูและคลําตําเเหน่ง รูปร่าง เเละสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนไขมัน ถุงน้ำ ฝี เป็นต้น นอกจากนี้ตรวจกระดูก mastoid อาจมีอาการบวมแดง เจ็บ ปรากฏด้วย
รูหู (external auditory canal : EAC) ดู ปกติรูหูยาวประมาณ 1 นิ้ว ในผู้ใหญ่ จับใบหูดึงขึ้นข้างบนเฉียงด้านหลัง สําหรับเด็กให้จับใบหูดึงลงข้างล่างเฉียงด้านหลัง เพื่อให้ช่องหูตรงตรวจดูว่ามีขี้หู (ear wax or cerumen) มีแผลในช่องหู ฝี หรือไม่
เยื่อเเก้วหู (ear drum or tympanic membrane) : ตรวจดูเยื่อแก้วหูว่ามีสีอะไร รอยแผล มีการดั้งรั้ง รูทะลุหรือไม่ ถ้าส่องจะเห็น light reflexอยู่ที่ส่วนล่างของแก้วหู
การตรวจจมูก
ดูลักษณะภายนอกว่ามีการขยายของปากจมูก (Ala nasi)
ดูสันจมูก
ดูลักษณะภายในโดยเปิดปลายจมูกด้วยนิว- หัวเเม่มือใช้ไฟฉายส่องดูvestibule , nasal septum , turbinate ว่า บวม เเดง ซีด มีริดสีดวงจมูก มีน้ำมูก
การตรวจปาก
ดูริมฝีปากว่า ซีด เเดง เขียวหรือไม่ เหงือก เยื่อบุกระพุ้งเเก้มมีเเผลหรือไม่ผนังคอเเดงหรือมีหนองหรือไม่ ต่อมทอรซิลโต เเดงหรือไม่
Grading of tonsil
Grade 4 : to middle
Grade 3 : uvala
Grade 2 : beyond pillars
Grade 1 : within fossa
การตรวจโพรงอากาศ (Sinus)
คลําเเละเคาะบรเิวณ Frontal & Maxillary sinus
(ตําแหน่งที1พบบ่อย)
การตรวจคอ
บริเวณลําคอมีอวัยวะสําคัญ
Carotid artery
Jugular vein
หลอดเลือดใหญ่
ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ เเละไหปลาร้า
หลอดลม
กล้ามเนื้อบริเวณคอ สังเกตว่า มีคอเเข็ง คอเอียง ก้อนเนื้อที่ผิดปกติ
ต่อมไทรอยด์
การตรวจหลอดลม (Trachea)
การคลําให้ผู้ป่วยก้มคอคอเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อ Sternocleidomastoid หย่อนตัว จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือที่ถนัด แยงที่ส่วน suprasternal notch จะรู้สึกนุ่มอยู่บริเวณตรงกลาง
การฟังเสียงหายใจบริเวณหลอดลมในรายที่เกิดpartialupperairwayobstruction จะฟังได้เสียง Wheeze
การตรวจต่อมไทรอยด์
การดู สังเกตที่เป็นตำเเหน่งของต่อมไทรรอยด์ว่ามีขนาดเเละรูปร่างอย่างไรถ้าโตจะเห็นชัดเจนจากระยะไกล มีขนาดโตกว่าปกติอย่างเล็ก 5 เท่า
การคลํา ผู้ตรวจอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ สอดมือเข้าใต้ Sternocleiodomastoid และคลําขณะที่ผู้ป่วยกลืนน้ำลาย
การฟังใช้ Stethoscope ฟังว่ามีเสียงฟู่(Bruit) หรือไม่ เกิดจากมีเลือดมาเลือดเพิ่มขึ้น
การตรวจต่อมน้ำเหลือง(Lymph nodes :LN)
ถ้าคลํา พบขนาด ≥ 1 cm. เเสดงว่านอ่อมน้ำเหลือโต เรียกว่า Lymphadenopathy
วิธีตรวจ
ผู้ป่วยอยูาในท่านั่ง เอียงศีรษะเล็กน้อยมาทางด้านที่กําลังถูกตรวจ ทําให้กล้ามเนื้อไม่เกร็ง
คลําโดยใช้เเรงกดเบาๆที่ปลายนิ้วชี้เเละนิ้วกลาง คลำวนเป็นวงกลมเล็กๆเบาๆ
ผู้ตรวจยืนอยู่ด้านหน้าหรอืด้านหลัง ใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะบริเวณท้ายทอย
ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 ซม. กระจายทั่วร่างกาย
ถ้าปกติ จะไม่พบการบวมโตหรือกดเจ็บ