Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
DX: Severe Head Injury at bilateral frontal ICH with base of skull…
DX: Severe Head Injury at bilateral frontal ICH with base of skull fracture with fracture rib 6th
ผู้ป่วยชาย อายุ 42 ปี เกิดอุบัติเหตุรถชน
CC : หมดสติไม่รู้สึกตัว แผลฉีกขาดที่ศีรษะ เลือดออกจมูกและหู 2 ข้าง
การประเมินสภาพจิตใจ : วิตกกังวล
dynamic head injury (การบาดเจ็บขณะศีรษะเคลื่อนที่)
สมองส่วนต้น (coup lesion)
แตกร้าวของกะโหลกศีรษะ
มีเลือดออกและฉีกขาด (contracoup lesion)
Severe head injury
ความรู้สึกตัวน้อย,ไม่รู้สึกตัว
ไม่สามารถทำตามคำสั่งได้
ส่งเสียงไม่เป็นคำพูด
เคลื่อนไหวหนีหรืองอเหยียดในท่าผิดปกติ
ไม่เคลื่อนไหวเลย
Glasgow Coma Score <8
13-15 score (minor head injury)
9-12 score (moderate head injury)
3-8 score (severe head injury)
Pt. E1v1M4 (6คะแนน)(coma)
E1 ไม่ลืมตา
V1 ไม่ออกเสียง
M4 ขยับเมื่อเจ็บ
Base of skull fracture
กะโหลกแตกร้าวบริเวณฐาน
อาการและอาการแสดง
รอยเขียวคล้ำ หลังหู (battle’s sign
แก้วหูฉีกขาด
เลือดออกหลังแก้วหู
มีเลือดไหลออกทางจมูก (rhinorrhea)
มีเลือดไหลออกทางรูหู (otorrhea)
Pt. เลือดออกจมูกและหู2ข้าง
bleeding pernose,left ear
24/01/64 ให้ RLS 1000 ml IV rate 100ml/hr.
ให้ vit k 10 mg IV (ช่วยในการแข็งตัวของเลือด)
ให้ Omeprazol 70 mg IV OD (ป้องกันการหลั่งกรดมากทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารจากภาวะเครียดวิตกกังวล)
ให้ Augmentin 2.1 g IV q 12 hr. (รักษาอาการติดเชื้อแบบวงกว้าง)
23/01/64
LRS 1000 ml
DT 0.5 ml IM
transamine 1 g (ภาวะเลือดไหลไม่หยุด ใช้ร่วมกับ vit k )
ผิวหนังบริเวณรอบตาเขียวคล้ำ (raccon’s eyes)
23/01/64
x-ray : ICH c SAH
เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง
(subarachnoid hemorrhage)
SOS SCORE : 6 คะแนน
การแตกของหลอดเลือดโป่งพองในสมองหรือหลอดเลือดเล็กที่ผิดปกติ
เสี่ยง โรคหลอดเลือดสมองจากสมองขาดเลือด
ศีรษะได้รับการกระแทกรุนแรง
อาการแสดง
ปวดศีรษะมาก
ความรู้สึกตัวลดลง
ขยับไม่ได้ ไม่รับรู้
สับสน คลื่นไส้ อาเจียน
Primary head injury
หนังศีรษะฉีกขาด
กะโหลกแตกร้าว
เลือดออกในสมอง
Secondary head injury
Hematoma
Brain edema
IICP (ความดันในกะโหลกศีรษะสูง)
ประเภท
หนังศีรษะ(scalp)
กะโหลกศีรษะแตก (skull fracture)
การบาดเจ็บต่อเนื้อสมอง (Traumatic Brain Injury)
เลือดออกในกะโหลกศีรษะ (intracerebral hemorrhage)
ICH (ก้อนเลือดคั่งในเนื้อสมอง)
อาการและอาการแสดง
ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
สับสน ปวดศีรษะรุนแรง
คลื่นไส้อาเจียน
ม่านตาไม่เท่ากัน
รูปแบบการหายใจผิดปกติ
ความดันสูง ,ชีพจรช้า
ไม่ตอบสนองต่อความเจ็บปวด
อาการของ Pt.เมื่อแรกรับ 23/01/64
ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ม่านตาไม่เท่ากัน ความดันโลหิตสูง
การบาดเจ็บต่อแอคซอนแบบกระจาย (diffuse axonal inux)
Head injury
T : 36.3 องศาเซลเซียส
P : 113 bpm
O2 saturation 100%
แรกรับ 23/1/64 23.30 น.
BP 150/105 mmHg
ผนังหลอดเลือดหนาตัวแข็ง (atheroscereosis)
ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ
ความยืดหยุ่นเสียไป
หลอดเลือดสมองแตกจากความดันโลหิตสูง (hypertension hemorrhage)
ภายในสมอง (ICH)
เลือดไหลเข้าเนื้อสมอง
ก้อนเลือดที่โตจะกดเนื้อสมอง
เสี่ยง IICP (แรงดันในกะโหลกศีรษะสูง)
Bilateral frontal ICH
เลือดคั่งในเนื้อสมองส่วนหน้าทั้งสองข้าง
Frontal lobe
ควบคุมการเคลื่อนไหว
ควบคุมการพูด
ควบคุมความจำ ความคิด
ควบคุมสติปัญญา บุคลิก ความรู้สึก
Frontal มีปัญหา
พูดไม่ได้ พูดได้บางคำ,ไม่เป็นประโยค
อ่อนแรง ขยับร่างกายไม่ได้
ศีรษะได้รับบาดเจ็บ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
1.มีการกำซาบเลือดของเนื้อเยื่อสมองลดลงเนื่องจากมีความผิดปกติจากพยาธิสภาพสมอง
ข้อมูลสนับสนุน
S : -
O : -severe head injury
-E1V1M4
-pupil
-SOS score = 6 คะแนน ก่อนadmit
เป้าประสงค์ :
เพื่อให้มีการกำซาบของเลือดดีขึ้น
กิจกรรมการพยาบาล
1.ตรวจร่างกายและวัดสัญญาณชีพระบบประสาททุก 1 ชั่วโมง
2.จัดท่านอนศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศา
3.สังเกตอาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้น อาการอาเจียน อ่อนแรง กระสับกระส่าย ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกว่ามีเลือดออกในสมอง
4.ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง โดยจัดท่านอนหงายราบตะแคง และให้ออกซิเจนตามแผนการรักษาของแพทย์
5.ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษาของแพทย์
6.ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอหลีกเลี่ยงการรบกวนที่ไม่จำเป็น
7.แนะนำผู้ป่วย/ญาติ ไม่ให้เบ่งถ่ายอุจจาระ การกลั้นหายใจ ไม่เกร็งแขน ไม่ควรนอนในท่าที่เข่าและข้อสะโพกงอ เนื่องจากจะทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มสูงขึ้นและก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อสมองมากขึ้น
8.ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์ ได้แก่ ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดและยาขยายหลอดเลือด
9.ช่วยเหลือในการทำความสะอาดร่างกายผู้ป่วยและส่งเสริมให้ผู้ป่วยปฏิบัติกิจกรรมทีทจำเป็นในระดับที่สามารถปฏิบัติได้
2.มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ชักเกร็ง กระตุก เนื่องจากสมองได้รับบาดเจ็บ
ข้อมูลสนับสนุน
S: -
O : E1V1M4
-สมองได้รับการกระทบกระเทือน
ผล ct = ICH c SAH
เป้าประสงค์ : ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน อาการชักเกร็ง กระตุก
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินสภาพผู้ป่วย ด้วยการวัดสัญญาณชีพและบันทึกอาการทางระบบประสาททุก 15-30 นาทีในระยะ 1-2 ชั่วโมงแรก จนอาการคงที่วัดทุก 1 ชั่วโมง
2.สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว ขนาดและปฏิกิริยาต่อแสงของรูม่านตา การอ่อนแรงขา แขน อาการชักเกร็ง ความดันโลหิต และชีพจรเพื่อทราบความเปลี่ยนแปลง
3.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยากันขักตามแผนการรักษาของแพทย์
4.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอตามแผนการรักษาของแพทย์
5.สังเกตอาการกระตุก ชักเกร็ง พร้อมบันทุกและรายงานความเปลี่ยนแปลง
3.ระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือน
S : -
O : -ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ มีแผลฉีกขาด
-ผล ct = ICH c SAH
-level of conscious : coma
เป้าประสงค์ : เพื่อให้ระดับความรู้สติดีขึ้น
กิจกรรมการพยาบาล
1.สังเกตและบันทึกอาการทางระบบประสาททุก 1-2 ชั่วโมง ใน 24 ชั่วโมงแรก ถ้ามีอาการที่แสดงว่ามีความดันเพิ่มในกะโหลก รีบรายงาน แพทย์
2.ดูแลให้หายใจสะดวก จัดท่าที่เหมาะสม
3.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา เลือดออกในสมอง เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์สมองถูกทำลายมากขึ้น
4.ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
5.ดูแลให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อลดการเผาผลาญและลดการให้ออกซิเจน
6.ควบคุมอุณหภูมิ หากเกิน 37.8 องศา เพื่อลดความต้องการของออกซิเจนของร่างกายและลดการไหลเวียนเลือดสู่สมอง
นางสาว ปุณยาพร บุญเพิ่ม
รหัสนิสิต 61010085 กลุ่ม 02-13
คณะพยาบาลศาสตร์