Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระเบียบปฏิบัติและกฎหมายระบบมาตรฐานสากล, นาย ธีรศักดิ์ ปรีดา หรัส6441400706…
ระเบียบปฏิบัติและกฎหมายระบบมาตรฐานสากล
ยุทธศาสตร์โลกเพื่อการสร้างเสริมความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทํางาน
จากข้อมูลองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในแต่ละปี มีการเกิดอุบัติเหตุจากการทางานประมาณ๓๔๐ ล้านครั้ง ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหรือการเจ็บป่วยจากการทํางานอีกประมาณ ๒ ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ประมาณร้อยละ๔ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของโลก หรือคิดเป็นเงินถึง ๒.๘ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
สรุปสาระสําคัญประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง ความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี ทั้งในรูปของแข็งของเหลว และแก๊ส ที่จะทําให้เกิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในเรื่องการกัดกร่อน ระคายเคือง มีพิษแพ้ก่อมะเร็ง การระเบิด หรือไวไฟ รวมทั้งการเกิดอันตรายจากสารกัมมันตภาพรังสี
ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้ครอบคลุมทุกประเภทของสถานประกอบการที่ให้ลูกจ้างทํางานเกี่ยวกับ
สารเคมีอันตราย
ภายใต้ยุทธศาสตร์ Vision Zero ประกอบด้วยกลยุทธ์ที่กําหนดเป็นกฎเหล็ก (Golden Rules) จํานวน ๗ ข้อ
ดังนี้
๓. การกําหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสุขภาพ (Set Targets for Safety & Health)
๔. การมีระบบงานที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพอนามัย (Ensure a Safe & Healthy System)
๒. การบ่งชี้อันตรายและความเสี่ยง (Identify Hazards and Risks)
๕. การใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพอนามัย (Use Safe & Healthy Technology)
๖. การปรับปรุง/พัฒนาคุณภาพและสมรรถนะ (Improve Qualification & Competency)
๗. การลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ (Invest in People)
๑. การเป็นผู้นําและให้คํามั่น (Take Leadership & Commitment)
กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อมในการทํางานเรื่องความร้อง แสง และเสียง
ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้ใช้บังคับกับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๑ คนขึ้นไปทุกประเภท
สาระสําคัญของกฎหมาย แบ่งเป็น ๔ เรื่อง คือ
3.1 ความร้อน
3.2 แสงสว่าง
3.3 เสียง
3.4 มาตรฐานของอุปกรณ์
สรุปสาระสําคัญประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง ความปลอยภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า
เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อควบคุมอันตรายจากไฟฟ้าตั้งแต่อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟฟ้า ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้การเดินสายไฟฟ้าการป้องกันกะแสไฟฟ้าเกินขนาด สายดิน สายล้อฟ้า ตรวจจนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ใช้ในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า
ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้ใช้บังคับกับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปทุกประเภท
หมวด ๑
บททั่วไป
มาตรา ๖ ให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทํางานและสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของลูกจ้างมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัยให้ลูกจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการดําเนินการและส่งเสริมด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ
หมวด ๒
การบริหาร การจัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
มาตรา ๘ ให้นายจ้างบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดในกฎกระทรวงการกําหนดมาตรฐานตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจัดทําเอกสารหรือรายงานใด โดยมีการตรวจสอบหรือรับรองโดยบุคคล หรือนิติบุคคลตามที่กําหนดในกฎกระทรวงให้ลูกจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามมาตรฐานที่กําหนดในวรรคหนึ่ง
หมวด ๓
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
มาตรา ๒๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละแปดคนและผู้ทรงคุณวุฒิอีกห้าคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการให้ข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการการได้มาและการพ้นจากตําแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีผลงานหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย
หมวด ๔
การควบคุม กํากับ ดูแล
มาตรา ๓๒ เพื่อประโยชน์ในการควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ให้นายจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้(๑) จัดให้มีการประเมินอันตราย(๒) ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทํางานที่มีผลต่อลูกจ้าง(๓) จัดทําแผนการดําเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและจัดทําแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ(๔) ส่งผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ แผนการดําเนินงานและแผนการควบคุมตาม (๑) (๒) และ (๓)ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ประเภทกิจการขนาดของกิจการที่ต้องดําเนินการ และระยะเวลาที่ต้องดําเนินการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําและได้รับการรับรองผลจากผู้ชํานาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
หมวด ๕
พนักงานตรวจความปลอดภัย
มาตรา ๓๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอํานาจดังต่อไปนี้(๑) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสํานักงานของนายจ้างในเวลาทําการหรือเมื่อเกิดอุบัติภัย(๒) ตรวจสอบหรือบันทึกภาพและเสียงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน(๓) ใช้เครื่องมือในการตรวจวัดหรือตรวจสอบเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ในสถานประกอบกิจการ(๔) เก็บตัวอย่างของวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ มาเพื่อการวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัย(๕) สอบถามข้อเท็จจริง หรือสอบสวนเรื่องใด ๆ ภายในขอบเขตอํานาจและเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง รวมทั้งตรวจสอบหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเสนอแนะมาตรการป้องกันอันตรายต่ออธิบดีโดยเร็ว
หมวด ๖
กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
มาตรา ๔๔ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรียกว่า“กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๔๔ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรียกว่า“กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด ๗
สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
มาตรา ๕๒ ให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(๑) ส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน(๒) พัฒนาและสนับสนุนการจัดทํามาตรฐานเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน(๓) ดําเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมดําเนินงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของภาครัฐและเอกชน(๔) จัดให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากรและด้านวิชาการ
หมวด ๘
บทกําหนดโทษ
มาตรา ๕๓ นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
นาย ธีรศักดิ์ ปรีดา หรัส6441400706