Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 6 การป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ - Coggle Diagram
บทที่ 6 การป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
5.นันทนาการ
ประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ
-ด้านร่างกาย : ร่างกายแข็งแรง อายุยืน ป้องกันโรค
-ด้านจิตใจ : สนุกสนานเพลิดเพลิน ลดการพึ่งพา
-ด้านสังคม : กระตุ้นให้มีส่วนร่วมในสังคม
-ด้านสติปัญญา : ฝึกให้สมองได้คิดวางแผน
ประเภทกิจกรรมนันทนาการ
-กิจกรรมนันทนาการเกม กีฬา และการละเล่น
-กิจกรรมนันทนาการศิลปหัตถกรรม และงานฝีมือ
-กิจกรรมนันทนาการการร้องเพลง และดนตรี
-กิจกรรมนันทนาการเข้าจังหวะและการเต้นรำ
-กิจกรรมนันทนาการด้านภาษาและวรรณกรรมเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมปัญญาความคิด
-กิจกรรมนันทยาการการแสดงและการละคร
-กิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง สถานที่หรือนอกเมือง
-กิจกรรมนันทนาการพิเศษ เป็น กิจกรรมที่จัดขึ้นในโอกาสพิเศษ เพื่อสร้าง ความสัมพันธือันดีของบุคคลในสังคม
-กิจกรรมนันทนาการอาสาสมัครและบริการ เป็นกิจกรรมที่หน่วยงานสามารถ รวมกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความต้องการบำเพ็ญประโยชน์ ต่อสังคม
วิธีดำเนินกิจกรรมนันทนาการ
1.ประเมินผู้สูงอายุ
2.การเลือกกิจกรรมนันทนาการ
3.การเตรียมการ เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ กระบวนการ
4.การดำเนินการกิจกรรม เคารพสิทธิ
5.การสิ้นสุดกิจกรรม กล่าวคำชมเชย
6.การประเมินผลการจัดกิจกรรมนันทนาการ
6.การพยาบาลเพื่อการจัดสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ
ข้อแนะนำสำหรับที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
-ตัวบ้าน ควรเป็นชั้นเดียว ไม่มีขั้นสูง มีชานพัก แสงสว่างเพียงพอ ไม่มีพื้นต่างระดับ
-พื้นบ้าน มีลักษณะเป็นพื้นเรียบ ไม่ขรุขระและไม่ขัดมันจนลื่น
-ห้องน้ำ ควรทำราวเกาะไว้รอบๆห้องน้ำ/ห้องส้วม โถส้วมแบบนั่ง พื้นไม่ลื่น
-ห้องนอน อยู่ใกล้ห้องน้ำ อากาศถ่ายเทสะดวก
สภาพแวดล้อมภายในที่เหมาะสม
-สวิตซ์ไฟ สูงไม่เกิน 3 ฟุต
-ปลั๊กไฟ สูงจากพื้นอย่างน้อย 1.5 ฟุต
-ลูกบิด แบบงับ ไม่หมุน
-หน้าต่าง ไม่สูงเกินไป มองเห็นวิวนอกบ้านได้
-บันได ควรติดตั้งราวจับที่มั่นคงเพื่อให้สะดวกในการยึดเกาะเดินขึ้นลง
-ประตูไม่มีธรณี ควรเป็นบานเลื่อนแบบเปิดออก
-สัญญาณขอความช่วยเหลือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรติดไว้ตามจุดต่างๆภายในบ้าน
-การตกแต่งภายในบ้านควร มีรูปภาพ รูปถ่ายที่ผู้สูงอายุคุ้นเคย เพื่อช่วยระลึกถึงเรื่องราวต่างๆได้
7.การมีส่วนร่วมในสังคม
ประเภทของกิจกรรมการมีส่วนร่วมในสังคม
1.กิจกรรมที่ไม่มีรูปแบบ (Informal activity)
2.กิจกรรมที่มีรูปแบบ (Formal activity)
3.กิจกรรมที่ทำคนเดียว (Solitary activity)
8.การป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม
สถานการณ์การพลัดตกหกล้มผู้สูงอายุไทย
-มีอุบัติการณ์ถึง 24% ในผู้สูงอายุหญิง 12% ในผู้สูงอายุชาย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกบ้าน 65% หญิงเกิดมากกว่าชาย 1.5 เท่า ส่วนใหญ่เกิดกลางวัน
ชนิดของการหกล้ม
1.การล้มแบบพลาดหรือสะดุด
2.การล้มแบบลื่นไถล
ปัจจัยเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
1.ปัจจัยภายในร่างกาย (intrinsic factors)
1.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
1.1.1 ความบกพร่องการมองเห็น
1.1.2 ความบกพร่องของการทรงตัว
1.1.3 ความบกพร่องของการเดิน
2.การเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากความเจ็บป่วยหรือสภาพของโรค
2.ปัจจัยภายนอก (extrinsic factors)
2.1 พื้นที่มีลักษณะไม่ปลอดภัย
2.2 สิ่งก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม
2.3 แสงสว่างที่ไม่เหมาะสมในที่พักอาศัย แสงสลัว
2.4 เครื่องเรือนที่ไม่เหมาะสม
2.5 เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม
ปัจจัยเสี่ยงในกรณีที่ผู้สูงอายุเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
1.ปัจจียเสี่ยงภายนอก (environtment factors)
1.1 สิ่งแวดล้อม
1.2 เฟอร์นิเจอร์
1.3 การไม่สวมรองเท้า หรือรองเท้าไม่เหมาะสม
1.4 อุปกรณ์ การให้สารละลายทางหลอดเลือด
1.5 แสงสว่างน้อย
1.6 ราวเกาะที่ช่วยในการจับไม่เหมาะสม
1.7 โถนั่งแบบยองๆ
1.8 รถเข็น เตียง ที่ไม่ได้ล๊อคเอาไว้
2.ปัจจัยที่เสี่ยงภายในที่ทราบล่วงหน้า (anticipated physiological factors)
2.1 มีประวัติหกล้มมาก่อน
2.2 มีปัญหาการขับถ่าย
2.3 การสับสน ไม่รู้เวลา สถานที่ บุคคล
2.4 พฤติกรรมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม
2.5 ภาวซึมเศร้า
2.6 ภาวะมึนงงหรือเวียนศีรษะ
2.7 การตัดสินใจไม่ดีหรือไม่เหมาะสม
3.ปัจจัยเสี่ยงภายในที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า (unanticipated physiological factors)
3.1 การเป็นลมทรุดลงไป
3.2 ใจสั่นไม่เป็นจังหวะ (cardiac arrhythmia)
3.3 การชัก
3.4 โรค TIA CVA
3.5 ปฏิกิริยาจากยาหรือผลข้างเคียงของยา
3.6 เป็นลมหน้ามืด
ผลกระทบของการหกล้ม
-ผลกระทบต่อร่างกาย
-ผลกระทบทางด้านจิตใจ
-ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
แนวทางการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
-การส่งเสริมสุขภาพ
-การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
-การปรับพฤติกรรมส่วนตัว
-ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม
-
การประเมินผู้สูงอายุเกี่ยวกับการหกล้ม
-การซักประวัติ
-การตรวจร่างกาย
-Timed up & Go
-One leg stance test
-Berg Balance Scale (BBS)
หลักการพยาบาลเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
1.การจำแนกผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
2.การให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุในเรื่องการป้องกันการพลัดตกหกล้ม
3.การดูแลผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
การป้องกัน
-วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในผู้สูงอายุได้ประมาณ 50%
-ผู้สูงอายุทุกคนควรได้วัควีนนี้เป็นประจำทุกปี
-เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบและโลหิตเป็นพิษได้ โดยผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้มากกว่าผู้ป่วยอายุน้อย
-ผู้ที่ไม่ครบ 65 ปี แต่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ มีโรคเรื้อรัง ควรได้รับวัคซีนนี้ทันที
ตรวจร่างกายประจำปี
-ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้สูงอายุ
-การตรวจจะเน้นการคัดกรองโรคมะเร็งซึ่งหากวินิจฉัยได้ในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง