Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 2 พฤติกรรมทางการศึกษา - Coggle Diagram
บทที่ 2 พฤติกรรมทางการศึกษา
การจำแนกพฤติกรรมทางศึกษา
ด้านพฤติกรรมพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) เป็นกลุ่มพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้สมองหรือสติปัญญา
ด้านพฤติกรรมจิตพิสัย (Affective Domain) เป็นกลุ่มพฤติกรรมที่เกิดจากความรู้สึกนึกคิดหรือความรู้สึกทางจิตใจ
ด้านพฤติกรรมทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) เป็นกลุ่มพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อและประสาทสัมพันธ์หรือพฤติกรรมจากการได้ลงมือปฏิบัติจริง
1.1 พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย
1.1.1 ความรู้ (Knowledge)
หมายถึง ความสามารถในการระลึกถึงเรื่งราวต่าง ๆ ออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เช่น สามารถบ่งบอกถึงเหตุการณ์ วัน เวลา วิธีการ
ความรู้เฉพาะเจาะจง
1.1 ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์และนิยาม
1.2 ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเฉพาะ
ความรู้เกี่ยวกับวิธีดำเนินการเฉพาะอย่าง
2.1 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบแบบแผน
2.3 ความรู้เกี่ยวกับการจำแนกประเภทและจัดกลุ่ม
2.4 ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์
2.2 ความรู้เกี่ยวกับลำดับขั้นและแนวโน้ม
2.5 ความรู้เกี่ยวกับวิธีการ
ความรู้รวบยอดและนามธรรมในแต่ละเนื่อเรื่อง
3.1 ความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาและข้อสรุปอ้างอิง
3.2 ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีและโครงสร้าง
1.1.2 ความเข้าใจ (Comperhension)
เป็นสมรรถภาพทางสมองของบุคคล ในการจัดระเบียบความคิดแล้วแสดงออกมา และสามารถที่จะนำเสนอความรู้ความคิดที่ชัดเจนกว่าของเดิม
การแปลความ เป็นความสามารถในการถอดความหรือถอดแบบ
การตีความ สื่อความหมายโดย การอธิบายหรือสรุปความ
3.การขยายความ เป็นความสามารถในการสื่อความหมายโดยการขยายกรอบความคิด
1.1.3 การนำไปใช้ (Application)
การนำไปใช้เป็นความสามารถในการประยุกต์หลักการ เทคนิค แนวคิด หรือทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ที่แปลกใหม่
1.1.4 การวิเคราะห์ (Analysis)
หมายถึง ความสามารถในการแยกแยะรายละเอียดของเนื้อหา เรื่องราว เหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริงใด ๆ เพื่อจำแนกให้เห็นส่วนประกอบ สาระสำคัญและความสัมพันธ์ของส่วนประกอบเหล่านั้น
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เป็นความสมารถใหการแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งที่สมบูรณ์ใด ๆ และค้นหาจนพบ
การวิเคราะห์หลักการ เป็นความสามารถในการค้นหาโครงสร้างและระบบของสิ่งหนึ่งสิ่งใด
การวิเคราะห์ส่วนประกอบ เป็นความสามารถ ในการแยกแยะองค์ประกอบย่อย
1.1.5 การสังเคราะห์ (synthesis)
หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานส่วนย่ิยเข้าเป็น เรื่องราวเดียวกันซึ่งจะเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ต้องดัดแปลงปรับปรุงของเก่าให้ดีขึ้น
การสังเคราะห์ข้อความ หรือการถ่ายทอดความคิด เป็นความสามารถในการถ่ายทอดที่พยายามจะถ่ายทอดแนวคิดความรู้สึก
การสังเคราะห์แผนงาน หรือเสนอโครงการดำเนินงาน เป็นความสามารถในการวางแผน กำหนดโครงการหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ
การสังเคราะห์ความสัมพันธ์ ของสิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นความสามารถในการรวบรวมข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อนำมาสัมพันธ์กัน
1.1.6 การประเมินค่า (Evaluation)
หมายถึง การตัดสินเกี่ยวกับคุณค่าของสิ่งหนึ่ง สิ่งใด ทั้งนี้อาจ เป็นการตัดสินโดยยึดถือตามปริมาณ หรือคุณภาพแต่ต้องมีเกณฑ์เหมาะสม
การตัดสินโดยอาศัยข้อเท็จจริงภายในเหตุการณ์ เป็นความสามารถในการตัดสินเหตุการณ์หนึ่ง โดยใช้เนื้อหาสาระ ภายในเหตุการณ์นั้นเป็นเกณฑ์ตัดสิน
2.การตัดสินโดยใช้เกณฑ์ภายนอก เป็นความสามารถในการตัดสินเหตุการณ์หนึ่งโดยนำไปเทียบกับเกณฑ์ภายนอกที่เลือกมา และเป็นที่ยอมรับในสังคมแล้ว
1.2 พฤติกรรมด้านจิตพิสัย
ขั้นรับรู้ (Receiving) เป็นขั้นแรกที่เริ่มจากการที่บุคคลรับรู้สิ่งเร้าหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่กระทบประสาทสัมผัสต่าง ๆ
ขั้นตอบสนอง (Responding) พฤติกรรมตอบสนองต่อเสิ่งเร้าในลักษณะที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจยินดีพอใจโดยบางครั้งเราสามารถสังเกตกริยาอาการหรือการกระทำได้
ขั้นเห็นคุณค่าหรือสร้างค่านิยม (Valuing) ตอบสนองต่อสิ่งเร้าในอุลักษณะเต็มใจยินดีพอใจแล้วก็จะเกิดความรู้สึกในคุณค่าของสิ่งนั้นซึ่งมักจะต้องยึดถือกฎเกณฑ์ของกลุ่มหรือสังคมมาใช้ในการตัดสินใจให้คุณค่า
ขั้นสร้างลักษณะนิสัยจากค่านิยม (Characterization) เป็นขั้นสุดท้ายหลังจากที่ค่านิยมต่างๆสามารถสัมพันธ์กันเป็นระบบแล้วก็จะมีพัฒนาบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยของบุคคลให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจนคซึ่งอาจจะอยู่ในระดับที่ปรับลักษณะนิสัยให้สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมเพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนเป็นคนดีเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
ขั้นจัดระบบค่านิยม (Organization) เมื่อบุคคลมีค่านิยมหลาย ๆ อย่างซึ่งเป็นค่านิยมย่อย ๆ ก็จะเกิดการจัดระบบค่านิยมโดยการจัดลำดับความสำคัญของค่านิยมและสัมพันธ์เชื่อมโยงค่านิยมที่เกี่ยวข้องกันเกลายเป็นคติหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติ
1.3 พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย
การรับรู้ (Perception) เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดพฤติกรรมด้านการรับสัมผัสสิ่งเร้าผ่านทาง "ประสาทสัมผัสต่างๆเช่นหูตาจมูกลิ้นผิวกาย
การเตรียมความพร้อม (Set) คือการเตรียมตัวกระทำหรือการปรับตัวให้อยู่ในสภาพพร้อมที่กระทำซึ่งมี 3 ด้านคือด้านสมองจะเตรียมความรู้ซึ่งมีมาก่อนด้านร่างกายจะเตรียมเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและต้านเอารมณ์จะเตรียมความรู้สึกในการให้คุณค่าต่อสิ่งที่จะปฏิบัติ
การตอบสนองตามแนวชี้แนะ (Guided Response) เป็นการเริ่มพัฒนาทักษะโดยการแสดงพฤติกรรมเลียนแบบตามผู้แนะนำหรือครูในขั้นนี้จะเป็นขั้นลองผิดลองถูก
การปฏิบัติได้ด้วยตนเอง (Mechanism) คือการที่บุคคลสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยความเชื่อมั่นในตนเองมีผลสัมฤทธิ์ที่น่าพอใจ
การตอบสนองที่ซับซ้อน (Complex overt Response) เป็นขั้นที่สามารถกระทำหรือปฏิบัติงานเที่ซับซ้อนใต้แม้จะต้องใช้ทักษะขั้นสูงก็สามารถทำได้อย่างชำนาญหรือได้อย่างอัตโนมัติ
การดัดแปลง (Adaptation) หลังจากที่สามารถปฏิบัติได้ย่างชำนาญแล้วเมื่อบุคคลต้องแก้ปัญหาบ่อยๆก็จะพัฒนาวิธีการเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อลดขั้นตอนลดเวลาหรือเพิ่มคุณภาพผลงาน
การริเริ่ม (Origination) เป็นขั้นสูงสุดของการพัฒนาทักษะซึ่งบุคคลสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ด้วยวิธีการใหม่ที่ตนคิดขึ้นมาโดยใช้สติปัญญาร่วมกับประสบการณ์ด้านทักษะ
2.คุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3.สมรรถนะสำคํญของนักเรียน
4.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2.จุดมุ่งหมาย
5.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
1.วิสัยทัศน์
6.กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน