Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
A beautiful mind, มาโนช หล่อตระกูล. (2554). โรคจิตเภท (Schizophrenia). …
A beautiful mind
-
-
ข้อมูลผู้ป่วย
-
-
การรักษา
รักษาด้วยไฟฟ้า
รักษาเมื่อทำการรักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผลหรือมีอาการทางจิตที่รุนแรง เป็นการที่กระแสไฟฟ้าจะไปกระตุ้นสารสื่อประสาททำให้เกิดความสมดุลกัน ส่งผลให้อาการทางจิตลดลง
รักษาด้วยยา
ใช้ยากลุ่ม Antipsychotic drugs ควบคุมอาการทางจิต เช่น หลงผิด ประสาทหลอน โดยใช้ยา Clozapine โดยจอห์น แนช มีอาการจากผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ความต้องการทางเพศลดลง น้ำหนักขึ้น มีอาการเฉื่อยชา ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม คิดช้า
Insulin shock therapy
ในหนังถูกฉีดอินซูลินเข้าร่างกายเพื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำให้ร่างกายอยู่ในภาวะชักเพื่อreset การทำงานของสมองวิธีถูกเลิกใช้ไปในปี พ.ศ. 1960 ปัจจุบันเป็นการรักษา Electroconvulsive therapy
-
อาการสำคัญ
1วันก่อนมาโรงพยาบาล หวาดระแวงว่ามีคนสะกดรอยตามจะมาทำร้าย
วิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวออกจากที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานจึงนำส่งโรงพยาบาลจิตเวช
ประวัติการเจ็บป่วย
2ปี ก่อนมาโรงพยาบาลเขาถูกเรียกตัวไปช่วยถอดรหัสทางการทหาร
เขาได้ทำงานอย่างลับๆ จนกระทั่งพบวามีคนสะกดรอยตามเขาอยู่ตลอด และพยายามจะทำร้ายเขา ผู้ป่วยกลัวถูกทำร้ายมาก แต่พยายามเก็บเป็นความลับไม่ให้ใครรู้เนื่องจากเขาทำงานเป็นสายลับ
พัฒนาการตามช่วงวัย
วัยรุ่น
ผู้ป่วยเริ่มมีบุคลิกที่ดูแตกต่างจากผู้อื่นและยังคงเป็นคนเก็บตัวและไม่มีเพื่อนสนิท เขาเริ่มมีความคิดว่านักคณิตศาสตร์มีความสำคัญต่ออนาคตของอเมริกา ผู้ป่วยจะเริ่มมีความคิด หมกมุ่นและมีพฤติกรรมแปลกๆ เพิ่มมากขึ้นก็ตาม
วัยผู้ใหญ่
จบปริญญาเอก ทำงานทั้งงานที่วีลเลอร์แลปส์และงานสายลับ ผู้ป่วยพบว่านายชาร์ลส์ยังมาปรากฏตัวอยู่กับเขาในหลายสถานการณ์ บางครั้งยังมีหลานสาวตามมาด้วย โดยนายชาร์ลส์เป็นเพียงคนเดียวที่ผู้ป่วยสามารถพูดคุยเรื่องราวต่างๆ
-
schizophrenia
ตามเกณฑ์วินิจฉัย DSM-5
C. มีอาการต่อเนื่องกันนาน 6 เดือนขึ้นไป โดยต้องมีactive phase (ตามข้อ A) อย่างน้อยนาน 1 เดือน (อาจน้อยกว่านี้หากรักษาได้ผล) และรวมช่วงเวลาที่มีอาการในระยะ prodromal หรือ residual phase โดยในช่วง prodromal หรือresidual phaseอาการที่พบอาจเป็นเพียงอาการด้านลบ หรืออาการตามข้อ A ตั้งแต่ 2 อาการ ขึ้นไป แต่แสดงออกแบบเล็กน้อย (เช่น คิดแปลกๆ หรือมีอาการรับรู้ที่ไม่ปกติแต่ไม่ถึงขั้นประสาทหลอน)
B. ระดับความสามารถในด้านสำคัญๆ เช่น ด้านการทำงาน
การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น หรือการดูแลตนเอง
ลดลงไปจากเดิมอย่างชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งด้าน
-
-
-
F. ผู้ป่วยที่มีประวัติกลุ่มโรคออทิสติก หรือโรคเกี่ยวกับการสื่อสารตั้งแต่วัยเด็ก จะวินิจฉัยโรคจิตเภท
ก็ต่อเมื่อมีอาการหลงผิดหรืออาการประสาทหลอนที่เด่นชัดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ร่วมด้วย
-
การรักษา
-
การบำบัดทางจิตสังคม
-
-
จิตบำบัด (psychotherapy)
พฤติกรรมบำบัด
เป็นการรักษาโดยอิงทฤษฎีที่ว่าอาการทางจิคเป็นผลของการเรียนรู้ทางพฤติกรรม และสามารถแก้ไขได้โดยการเรียนรู้ใหม่
จิตบำบัดความคิด
เป็นการรักษาที่ช่วยลดอาการทางจิตใจของผู้ป่วยซึ่งเป็นผลมาจากความคิดที่คลาดเคลื่อน โดยอาศัยการเฝ้าสังเกต ประเมินและปรับเปลี่ยนรูปแบบความคิดอัตโนมัติที่ผิดผลาดหรือบิดเบือนของผู้ป่วยเพื่อช่วยให้มีรูปแบบความคิดในการมองเรื่องราวต่าง ๆ ตลอดจนตัดสินใจที่ถูกต้อง เหมาะสม
จิตบำบัดครอบครัว
เป็นการบำบัดที่รวมบุคคลที่มีความผูกพันกันในฐานะครอบครัวเข้ามาร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ครอบครัวปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม สมาชิกแต่ละคนเติบโตไปได้อย่างกลมกลืน ปรับตัวกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้สักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างสูงสุด
-
กาารักษาด้วยไฟฟ้า
Electroconvulsive therapy เรียกย่อว่า ECT เป็นการทำให้ชักโดยใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสม ผ่านเข้าไปในสมอง ทางขั้วตัวนำไฟฟ้าซึ่งวางไว้บริเวณขมับทั้งสองข้างหรือข้างเดียว
ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมองผู้ป่วยโดยทั่วไปอยู่ในช่วงระหว่าง 70-150 โวลท์เวลาที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าประมาณ 2-8 วินาที และมีผลให้เกิดการชักประมาณ 25-60 วินาที จึงจะมีผลต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
-
-
-
-
Paranoid type ลักษณะสำคัญคือมีความหมกมุน่ อยู่กับอาการหลงผิด หรือหูแว่ว ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องไม่มี อาการของ catatonic หรือ disorganized type
การพยาบาล
-
- ไม่แสดงกิริยาที่อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความสงสัยหรือไม่มั่นใจ
-
7.ประเมินอาการหวาดระแวงทุกครั้งที่มารับบริการ โดยสอบถามจากผู้ป่วยและญาติเพื่อประเมินและให้การพยาบาลที่เหมาะสม
3.ยอมรับผู้ป่วยโดยการเรียกชื่อให้ถูกต้อง รับฟังเรื่องราวอย่างสนใจเพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ ไม่หัวเราะในพฤติกรรมผู้ป่วย
- ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์เพื่อช่วยลดอาการหวาดระแวง
-
- ส่งเสริมศักยภาพการดูแลตนเองของผู้ป่วย การร่วมมือในการรักษาด้วยยา และพัฒนาการมีส่วนร่วมของครอบครัว และชุมชนในการดูแลผู้ป่วย
-
-
-
-
การพยากรณ์โรค
การพยากรณ์โรคไม่ดี
- ลักษณะอาการเป็นแบบเรื่อยเปื่อย คาดเดาไม่ได้
-
-
- การเข้าสังคม หน้าที่การงานเดิมไม่ดีก่อนเกิดอาการ
- อาการเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
- มีประวัติโรคจิตเภทในครอบครัว
-
-
- เริ่มมีอาการขณะอายุยังน้อย
-
การพยากรณ์โรคดี
- ลักษณะอาการแบบหวาดระแวง หรือวุ่นวาย
-
- มีอาการด้านอารมณ์ร่วมด้วย
- การเข้าสังคม หน้าที่การงานเดิมดีก่อนเกิดอาการ
-
- มีประวัติโรคอารมณ์แปรปรวนในครอบครัว
-
-
-
- สมรส หรือมีญาติช่วยเหลือใกล้ชิด
-
กฎหมาย
กฏหมายอาญา
มาตรา ๖๕
“ผู้ใดกระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิด ชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่องโรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ถ้าผู้กระทำความผิดสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับควาามผิดนั้นเพียงใดก็ได้”
พระราชบัญญัติ
มาตราที่ 17
การบำบัดรักษาโดยการผูกมัดร่างกาย การกักบริเวณหรือแยกผู้ป่วยจะกระทำไม่ได้
เว้นแต่เป็นความจำเป็นเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยเอง บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บำบัดรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ
มาตราที่ 18
การรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้าการกระทําต่อสมองหรือระบบประสาทหรือ การบําบัดรักษาด้วยวิธีอื่นใด ที่อาจเป็นผลทําให้ร่างกายไม่อาจกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างถาวรได้
มาตราที่ 21
การบําบัดรักษาจะกระทําได้ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการอธิบายเหตุผลความจําเป็น ในการบําบัดรักษารายละเอียดและประโยชน์ของการบําบัดรักษาและได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยเว้นแต่เป็นผู้ป่วยตามมาตรา 22 ถ้าต้องรับผู้ป่วยไว้ในสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษา ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ต้องทําเป็นหนังสือและลงลายมืชื่อผู้ป่วยเป็นสําคัญ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุไมถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอมรับการบําบัดรักษา ให้คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้น แล้วแต่กรณีเป็นผู้ให้ความยินยอมตามวรรคสองแทน หนังสือให้ความยินยอมตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตราที่ 22
บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา (1) มีภาวะอันตราย ผู้ที่มีพฤติกรรมคุกคามทำร้ายผู้อื่น ผู้ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด เป็นผลจากการเสพสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทำลายทรัพย์สินทั้งของคนอื่นหรือผู้อื่นโดยไม่ปรากฏมูลเหตุจูงใจ(2) มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตที่ไม่อาจปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เพราะจะทำให้โรคหรืออาการผิดปกติทวีความรุนแรงขึ้น
มาตราที่ 23
ผู้ใดพบบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าบุคคลนั้นมีลักษณะตามมาตรา 22 ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
มาตราที่ 24
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจได้รับแจ้งตามมาตรา 23 หรือพบบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อ ว่าบุคคลนั้นมีลักษณะตามมาตรา 22 ให้ดำเนินการนำตัวบุคคลนั้นไปยังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบำบัดรักษาซึ่งอยู่ใกล้โดยไม่ชักช้า เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นตามมาตรา 27 ทั้งนี้ โดยจะมีผู้รับดูแลบุคคลดังกล่าวไปด้วยหรือไม่ก็ได้
มาตราที่ 25
เมื่อผู้รับผิดชอบดูแลสถานที่คุมขังหรือสถาน สงเคราะห์ หรือพนักงานคุมประพฤติ พบบุคคลที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ มีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าบุคคลนั้นมีลักษณะ ตามมาตรา 22 ให้ดำเนินการส่งตัวบุคคลนั้นไปยังสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบำบัดรักษาซึ่งอยู่ใกล้โดยไม่ชักช้าเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องต้นตามมาตรา 27
ความหมาย
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization, 1994) ได้ให้ความหมายไว้ว่า โรคจิตเภทเป็นกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติด้านความคิด อารมณ์ ซึ่งมีผลต่อการรับรู้และพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความผิดปกติ โดยระดับความรู้สึกตัว และเชาว์ปัญญายังปกติ
-
-
- หมายเหตุ สีเขียวใช้แทนตัวกรณีศึกษา
-
-
-