Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ผู้บริหารกับงานวิชาการ 31, image, image, นางสาวนธิตรา ปิ่ณทะศิริ…
ผู้บริหารกับงานวิชาการ
การจัดการชั้นเรียน
การจัดการหลักสูตร
องค์ประกอบสำคัญในการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน
OBJECTIVE(O)เป้าประสงค์
LEARNING(L)จัดการเรียนรู้
EVALUATION(E)วัดประเมินผล
องค์ประกอบที่ 1 : OBJECTIVE
เป้าหมายในการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี2551
อยากให้ เด็กไทยของเราเป็นอย่างไร ?
ดังนั้นจึงต้องวิเคราะห์หลักสูตร ให้พัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมาย ได้อย่างแท้จริง
มาตรฐานและตัวชี้วัด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551
มาตรฐานและตัวชี้วัดต้องรู้
มาตรฐานและตัวชี้วัดควรรู้
องค์ประกอบที่ 2 : LEARNING
การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
1.ON-AIR=เรียนผ่าน DLTV(KU-BAND)
2.ONLINE=เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต
3.ON-DEMAND=เรียนผ่าน
www.dltv.ac.th
Youtube (dltv chanael)
Application DLTV
4.ON-HAND=เรียนที่บ้านโดยใช้หนังสือเรียนแบบฝึกหัด
5.ON-SITE=เรียนที่โรงเรียนตามปกติ โดยได้รับอนุญาติจาก ศบด.จังหวัด
องค์ประกอบที่ 3 : EVALUATION
การวัดประเมินผลในชั้นเรียน
การวัดประเมินผลเพื่อปรับปรุงพัฒนา
การวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียนที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอนตลอดปีการศึกษา/ภาคเรียน-ครูผู้สอนออกแบบและวางแผนเกี่ยวกับวิธิการแลเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผลตามมาตรฐาน
และตัวชี้วัดในแต่ละหน่วย เช่น การทดสอบ สังเกตพพฤติกรรม สอบปากเปล่า การเขียนสะท้อนคิด
การประเมินภาคปฏิบัติ การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน การประเมินตนเอง การประเมินตามสภาพจริง
การประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลและสะท้อนผลการเรียนรู้และจัดแนวทางพัฒนาตนเองของผู้เรียน จัดส่งข้อมูลผลการประเมินย้อนกลับผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ
การวัดและประเมินผลเพื่อสรุปผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียนหลังสิ้นสุดปีการศึกษา/ภาคเรียน
ครูผู้สอนกำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้เรียนจำเป็นต้องรู้และสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตลอดปีการศึกษา/ภาคเรียน
การวัดและประเมินผลควรใช้วิธีการหรือรูปแบบทดสอบต่างๆที่เหมาะสมกับจำนวนและลักษณะธธรรมชาติของผู้เรียน เช่น โปรแกรมสำเร็จรูปในการทดสอบและง่ายต่อการเข้าถึง
การจัดทำชุดข้อสอบตามมาตฐานและตัวชี้วัด และนัดหมายช่วงเวลาในการทดสอบกับผู้เรียนล่วงหน้า การนัดหมายผู้เรียนมาสอบเป็นกลุ่มย่อยๆ การจัดส่งข้อสอบให้ผู้เรียนทำที่บ้านแล้วจัดส่งกลับคืนครูผู้สอน
องค์ประกอบที่ 3 : EVALUATION
การวัดประเมินผลในชั้นเรียน
การวัดและประเมิน ด้านคุณลักษณะ( Attribute )
ครูผู้สอนควรประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพฤติกรรมผ่านการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมที่บ้าน การมอบหมายให้ปฏิบัติงาน
มีการมอบหมายงานให้ผู้เรียนปฏิบัติงานนัดหมายร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆเพื่อให้ครูผู้สอนจะได้สังเกตพฤติกรรมและตรวจสอบคุณลักษณะของผู้เรียน
สามารถไปตรวจเยี่ยมบ้านของผู้เรียน เพื่อประเมินคุณลักษณะของผู้เรียนได้
การวัดและประเมินผล ด้านความรู้( Knowledge )
การวัดและประเมินผลใช้การทดสอบเป็นหลักแต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้เรียน หรือใช้การตรวจการบ้าน หรือการสอบถามตัวนักเรียนหรือผู้ปกครอง
ครูผู้สอนใช้วิธีการทดสอบที่หลากหลาย ได้แก่ การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ทั้งรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบที่ไม่ได้ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยให้ผู้เรียนสอบที่บ้าน
มีการมอบหมายงาน นัดหมายเป็นกลุ่ม สำหรับการใช้ข้อสอบแบบเลือกตอบ ครูผู้สอนควรจัดทำชุดข้อสอบตามมาตรฐานและตัวชี้วัด สามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมได้และมีการนัดหมายช่วงเวลาการทดสอบกับผู้เรียนล่วงหน้า
ครูผู้สอนสามารถวัดพฤติกรรมด้านความรู้ของผู้เรียนผ่านการทำรายงานที่สะท้อนถึงพฤติกรรมตามตัวชี้วัด
การวัดและประเมินผล ด้านทักษะกระบวนการ( Process Skill )
การวัดและประเมินผลใช้การประเมินภาคปฏิบัติเป็นหลัก เน้นการประเมินตามสภาพจริงที่บ้าน ใช้แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบตรวจสอบรายการ แบบบันทึกผลงาน และแบบบรรยายการปฏิบัติงาน เป็นต้น
วิธีการจัดส่งสามารถใช้การถ่ายวีดิทัศน์ การถ่ายรูปผลงาน การบันทึกเสียง โดยประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินทักษะการบวนการของผู้เรียน
สามารถมอบหมายงานเป็นกลุ่มเล็กๆให้ปฏิบัติงานทั้งที่บ้านหรือสถานศึกษา เพื่อครูผู้สอน จะได้ทำการประเมินทักษะการปฏิบัติงานของผู้เรียนได้
หลักในการบริการวิชาการ
มุ่งให้กระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปให้สถานศึกษาให้มากที่สุดด้วย เจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้โดยอิสระ คล่องตัวรวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และ การมีส่วนร่วมจากผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการสามารถพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ตลอดจนการ วัดผล ประเมินผล รวมทั้งวัดปัจจัย เกื้อหนุนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่นได้อย่างมีคุณภาพ และ มีประสิทธิภาพ
สรุปแนวคิดงานวิชาการ
หมายถึง การบริหารกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานศึกษาที่เกี่ยวของ กับการพัฒนาและแก้ไขปรับปรุงการเรียนการสอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย ตลอดจนการวัดและ ประเมินผลการเรียนการสอน ให้เกิดผลดีมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เรียนมี ความประพฤติดี มีลักษณะนิสัยที่ดี และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
หัวหน้างานบริหารวิชาการ มีหน้าที่รับผิดชอบในขอบข่ายต่อไปนี้
:red_flag: 1. รับแนวปฏิบัติจากอำนวยการฝ่ายวิชาการ เพื่อกำกับ ดูแล ติดตามในสายงานที่รับผิดชอบ
:red_flag: 2. เป็นคณะกรรมการบริหารวิชาการ
:red_flag: 3. ประสานงานกับฝ่าย กลุ่มสาระการเรียนรู้งานต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ เพื่อให้งานของฝ่ายวิชาการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
:red_flag:4. ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติงาน ปฏิทินปฏิบัติงาน แบบพิมพ์ และเอกสารต่างๆ ของฝ่ายวิชาการ
:red_flag: 5. เผยแพร่ข่าวสารข้อมูลทางด้านวิชาการให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน
:red_flag: 6. ติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตร สรุปปัญหาและหาแนวทางแก้ไข เพื่อปรับปรุงหลักสูตร ให้เหมาะสมกับสภาพของโรงเรียน
:red_flag:7. ติดตามนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียน การสอน เพื่อหาแนวทางแก้ไข
:red_flag: 8. กำกับดูแลการจัดแผนการเรียนของนักเรียน และจัดนักเรียนเข้าเรียนตามแผนการเรียน
:red_flag: 9. พิจารณาความดีความชอบของครูในฝ่ายวิชาการเพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
:red_flag: 10. ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย
กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
:red_flag:
1.กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
:red_flag:
2. กลุ่มงานวัดผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียนรู้
:red_flag:
3. กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
:red_flag:
4. กลุ่มงานพัฒนาสื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้
:red_flag:
5. กลุ่มงานพัฒนาแหล่งเรียนรู้
:red_flag:
6. กลุ่มงานส่งเสริมและประสานความร่วมมือทางวิชาการ
:red_flag:
7.กลุ่มงานสหกรณ์โรงเรียน
งานกิจการนักเรียน
แนวคิด
:red_flag:1. งานกิจการนักเรียนหมายถึงงานที่เกี่ยวกับตัวนักเรียนทั้งหมดยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน
:red_flag:2. ขอบข่ายของงานการจัดกิจกรรมนักเรียนครอบคลุมถึงงานกิจการนักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน งานบริการนักเรียนระหว่างเรียนงานกิจกรรมนักเรียนและงานบริการสำหรับผู้ที่ออกจากโรงเรียนแล้ว
:red_flag: 3. การจัดกิจกรรมนักเรียนในระหว่างเรียน อาจทำได้หลายรูปแบบ โดยที่นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการภายใต้การดูแลของครู
:red_flag:4. กระบวนการในการดำเนินงานการจัดกิจกรรมนักเรียนควรอาศัยกระบวนการในการบริหารมาเป็นแนวปฏิบัติ
:red_flag: 5. การจัดกิจกรรมนักเรียนจะประสบผลสำเร็จได้ดี ผู้บริหารต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาทและหน้าที่
ความหมายการบริหารกิจการนักเรียน
เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรง นอกเหนือจากการเรียนการสอนตามปกติที่มุ่งส่งเสริมการเรียนการสอนของนักเรียนทุกคน ให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติที่ดีงาม มีระเบียบวินัยในตนเอง อันจะส่งผลให้นักเรียนก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จในการเรียนและการทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไป
ความมุ่งหมายของการบริหารกิจการนักเรียน
:red_flag:1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
:red_flag:2. เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ สติปัญญาของนักเรียนให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ในการเรียน การประกอบอาชีพการงานในอนาคต
ขอบข่ายการบริหารกิจการนักเรียน
:red_flag:1. เป็นงานบริการและส่งเสริมการเรียนของผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ
:red_flag:2. การปกครองนักเรียนให้มีวินัยในตนเองและในโรงเรียน
:red_flag:3. เป็นกิจกรรมที่พัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียนตามความถนัดและความสนใจ
ประโยชน์ของการจัดกิจการนักเรียน
ครูสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักเรียนมีระเบียบวินัยในตนเอง สามัคคี รักหมู่คณะ
ทำให้นักเรียนเกิดประสบการณ์ตรงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้
ช่วยเสริมสร้างพัฒนานักเรียนทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
กระบวนการในการดำเนินงานการจัดกิจกรรมนักเรียน
:red_flag:1. การวางแผนงานการจัดกิจการนักเรียน
:red_flag:2. การจัดบุคคลที่รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม
:red_flag:3. ควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน
:red_flag:4. การจัดประสานสัมพันธ์ของหน่วยงาน
:red_flag:5 . การรายงานผล
:red_flag:6. การประเมินผลงาน
บทบาทหน้าที่ของงานกิจการนักเรียน
เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนและกิจกรรมนักเรียนทั้งหมด เพื่อช่วยพัฒนาทั้งอารมณ์ สังคม และจิตใจ และช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนในหลักสูตรให้บรรลุสำเร็จวัตถุประสงค์ของงานกิจการนักเรียน เป็นงานที่มุ่งไปที่นักเรียนโดยตรง เพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดความเจริญงอกงามทุกด้าน สถานศึกษาจึงควรให้การช่วยเหลือทุกวิถีทางที่จะให้บรรลุเป้าหมายตามโอกาสที่นักเรียนควรจะได้รับ
การบริหารงานบุคคล
หมายถึง
ศิลปะในการแสวงหา พัฒนาและรักษาบุคคลไว้เพื่อที่จะสามารถให้บุคคลเหล่านั้นทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพประหยัดและบรรลุเป้าหมายขององค์การ (Pigorsand Myers)
ความสำคัญของการบริหารงานบุคคล
การบริหารงานบุคคลเป็นการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อใช้คนให้เหมาะกับงานตามวัตถุประสงค์และความต้องการของหน่วยงาน
การบริหารงานบุคคลมีขอบข่ายกว้างขวางครอบคลุมตั้งแต่การแสวงหาและการเลือกสรรบุคลากรเข้าสู่หน่วยงาน จนกระทั่งพ้นจากการปฏิบัติงาน
พิจารณาในแง่กระบวนการการบริหารงานบุคคลจึงเป็นกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การวางนโยบาย การกำหนดแผนและความต้องการด้านบุคลากร การสรรหา การเลือกสรร การพัฒนา การกำหนดสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนตำแหน่ง การโอนย้าย และการพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่บุคลากร
ความสำคัญของการบริหารงานบุคคลจะต้องประกอบด้วย
คน หรือบุคคล หรือ บุคลากร (Man)
เงิน หรือทุน หรืองบประมาณ (Money)
วัสดุ อุปกรณ์ อาคารสถานที่ (Material)
การจัดการ หรือเทคนิคในการบริหาร (Material)
หลักการบริหารงานบุคคล
หลักความเสมอภาค
หลักความสามารถ
หลักความมั่นคง
หลักความเป็นกลางทางการเมือง
หลักการพัฒนา
หลักความเหมาะสม
หลักความยุติธรรม
หลักสวัสดิการ
หลักเสริมสร้าง
หลักมนุษยสัมพันธ์
หลักประสิทธิภาพ
หลักการศึกษาวิจัย
วิธีวิเคราะห์งาน มี 6 วิธีดังนี้
การสังเกตงาน ได้จากการทำงานจริง
การสัมภาษณ์
การใช้แบบสอบถาม
การบันทึกข้อมูลโดยผู้ปฏิบัติงานจดทะเบียนเองจาก
การปฏิบัติงานประจำวัน
การประชุมของผู้เชี่ยวชาญงานเฉพาะด้าน
การเลือกรายการหรือหัวข้อ (Check List) ที่ปรากฏอยู่ในการปฏิบัติงาน
ประโยชน์ของการวิเคราะห์งาน
การจัดองค์การและการวางแผนทางด้านทรัพยากรบุคคล
การจัดหาและคัดเลือกและการบรรจุ
การก่อให้เกิดโอกาสในการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน
การกำหนดอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสม
การออกแบบงาน
การฝึกอบรมบุคลากรและพัฒนาผู้บริหาร
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
การวางแผนบุคลากร (Personnel Planning)
คือ กระบวนการคาดการณ์ความต้องการบุคลากรขององค์การล่วงหน้าว่าต้องการบุคคลประเภทใด ระดับใด จำนวนเท่าใด และต้องการเมื่อใด และกำหนดวิธีการที่จะได้มาซึ่งบุคลากรที่ต้องการว่าจะได้มาจากไหน อย่างไร ตลอดจนการกำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อที่จะใช้บุคลากรที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ความสำคัญของการวางแผนบุคลากร
การวางแผนบุคลากรให้ได้ใช้คนที่มีประสิทธิภาพ
การวางแผนบุคลากรก่อให้เกิดความพอใจในการทำงานและพัฒนาบุคคล
การวางแผนบุคลากรทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในด้านการจ้างงาน
กระบวนการวางแผนบุคลากร แบ่งได้ 5 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 พิจารณาวัตถุประสงค์ขององค์การ ที่ผู้บริหารกำหนดขึ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและภายนอกองค์การ
ขั้นที่ 2 เปรียบเทียบความต้องการกำลังคน และปริมาณกำลังคนในตลาดแรงงานเพราะจะทำให้เห็นลักษณะต่างๆ ทีมีผลโดยตรงต่อการวางแผนบุคลากร เช่นการจ้างงาน อัตราค่าจ้าง
ขั้นที่ 3 พิจารณาแผนงานประจำปีขององค์การ แผนงานดังกล่าวอาจเป็นแผนทางด้านการลงทุน แผนปฏิบัติงานซึ่งเป็นแผนประจำ หรือ แผนกลยุทธ์สำหรับอนาคตทั้งระยะสั้นและระยะยาวก็ได้
ขั้นที่ 4 เปรียบเทียบความต้องการกำลังคนในปีต่อไป กับจำนวนพนักงานที่องค์การมีอยู่ในปัจจุบันการเปรียบเทียบความต้องการจะต้องพิจารณาถึงจำนวนคนที่ต้องการความรู้ ความสามารถ ประเภทของความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเป็นสำคัญ
ขั้นที่ 5 ดำเนินการทางด้านการจ้างงาน อาจเป็นการรับคนงานใหม่เข้ามาทำงาน หรือ การทำงานล่วงเวลา
การคัดเลือกบุคคลากร
หมายถึง การพิจารณาบุคลากรที่ได้ทำงานสรรหามาทั้งหมด และทำการคัดเอาบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดไว้ การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานนั้น เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องจากการสรรหา การคัดเลือกเป็นการพิจารณาบุคลากรที่มาสมัครเข้าทำงานในองค์การคัดเลือกให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมที่สุด
หลักการคัดเลือกบุคลากร
เลือกสรรคนดีที่สุดเท่าที่จะมีในบรรดาผู้ที่มีความประสงค์จะมาดำรงตำแหน่ง เพื่อให้เข้าหลัก ที่ว่า “Put the right man to the right job” หรือการบรรจุคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ นั้นเอง หลักการสรรหา คือ คำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด ได้มาตรฐาน ถูกหลักวิชาการ และเป็นไปโดยระบบคุณธรรม
การพัฒนาบุคคล
หมายถึง การดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมให้บุคคลมีความรู้ความสามารถมีทักษะในการทำงานดีขึ้น ตลอดจนมีเจตคติที่ดีต่อการทำงานอันเป็นผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรืออีกนัยหนึ่ง การพัฒนาบุคคลเป็นกระบวนการที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ ความสามารถ ทักษะ อุปนิสัย เจตคติ และวิธีการทำงาน อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงาน (สมาน รังสิโยกฤษฎ์ 2522:73)
การพัฒนาบุคลากรโดยวิธีการฝึกอบรม
ประหยัดเวลาในการศึกษาเล่าเรียนได้มาก
ช่วยให้การทำงานปัจจุบันดีขึ้น
เป็นการสร้างเจตคติในการทำงาน
ช่วยแก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลในระหว่างปฏิบัติการได้มาก
ช่วยแก้ปัญหาขาดคนทำงาน
ประเภทของการฝึกอบรม
การฝึกอบรมแบบปฐมนิเทศ (Introduction or Orientation)
การฝึกอบรมโดยการทำงาน (On the Job Training)
การฝึกอบรมใช้ห้องทดลองปฏิบัติงาน (Vestibule Training)
การฝึกหัดด้านฝีมือ (Apprenticeship Training)
การฝึกงาน (Internship Training)
การฝึกอบรมพิเศษ (Special Purpose Program)
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
คือ การใช้วิธีการหลาย ๆ อย่างที่มีหลักเกณฑ์ของผู้บริหาร ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (Pigors and Myers 1977 :47)
วัตถุประสงค์ของการประเมินผลการปฏิบัติงาน
วิธีการบันทึกปริมาณงาน (Production Records)
วิธีจัดเรียงลำดับ (Rank Order Method)
วิธีจับคู่เปรียบเทียบ (Paired Comparison Method)
การให้คะแนนโดยตรง (Graping Scale)
วิธีพิจารณาเหตุการณ์สำคัญ(Critical Incidents Techniques)
วิธีสัมภาษณ์ผลงานก้าวหน้า
แรงงานสัมพันธ์ (Labour Relation)
หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับการจ้างงานโดยเริ่มตั้งแต่การสัมภาษณ์ลูกจ้างเข้าทำงาน จนถึงลูกจ้างออกจากงาน และผลประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ เช่น การบรรจุ ค่าจ้าง เงินเดือน ชั่วโมงทำงาน ค่าล่วงเวลา โบนัส การฝึกอบรม การให้การศึกษา สุขภาพอนามัย การเจ็บป่วย การว่างงาน ตลอดจนกระบวนการเจรจาต่อรอง
ความสำคัญด้านสังคม
ฝ่ายลูกจ้าง
นายจ้าง
รัฐ
ประชาชนทั่วไป
ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ
แรงงานมีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดผลสำเร็จในการผลิต การจำหน่าย ฯลฯ
ความสำคัญด้านการเมือง
แรงงานสัมพันธ์กับการเมืองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ในบางประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ สหภาพแรงงาน
วัตถุประสงค์ของแรงงานสัมพันธ์
การแก้ไขข้อขัดแย้ง เมื่อมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น ถ้าแต่ละฝ่ายไม่มีกติกาไม่มีกฎเกณฑ์สำหรับยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ หรือไม่มีกลไกในการยุติข้อขัดแย้ง ดังนั้นระบบแรงงานสัมพันธ์จึงมีจุดมุ่งหมายคือ การแก้ไขข้อขัดแย้งในเวลารวดเร็ว โดยมีการพบเจรจาหารือระหว่างคู่กรณีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
การรักษาความเป็นธรรมในด้านสังคมและเศรษฐกิจ กรรมการหรือแรงงานที่ยังชีพด้วยการขายพลังแรงงานนั้นกล่าวได้ว่ามีอยู่แทบทุกสังคม และ “กรรมกรเชื้อชาติใดก็โดนนายทุนกดขี่ทั้งนั้น” ระบบแรงงานสัมพันธ์จะช่วยให้ลูกจ้างได้รับความเสมอภาคโยการใช้สิทธิในการต่อรอง
กฎหมายแรงงาน
กฎหมายแรงงาน
คือ เรื่องของกฎหมายแรงงานเป็นหลักการที่รัฐกำหนดขึ้นเป็นแนวปฏิบัติระห่างลูกจ้างกับนายจ้าง แสดงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย กฎหมายแรงงานมีทั้งกฎหมายแรงงานทางตรง กับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้ระบุเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานคือ การจ้างงาน การคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ ศาลแรงงาน กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานและการจัดหางาน
องค์การของลูกจ้าง
สหภาพแรงงาน เป็นการรวมตัวของฝ่ายผู้ใช้แรงงานจัดตั้งเป็นองค์การของตนขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน และสร้างอำนาจต่อรองมิให้นายจ้างเอาเปรียบ
คณะกรรมการลูกจ้าง ตาม พรบ. แรงงานสัมพันธ์มาตรา 45 กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้ง 50 คนขึ้นไป จัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจกรรมนั้น ได้
คณะกรรมการปรึกษาหารือร่วม การจัดตั้งคณะกรรมการปรึกษาหารือร่วม ได้แก่ การจัดตั้งตัวแทนของฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างมาร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน
สหพันธ์แรงงาน ตามมาตรา 113 พรบ.แรงงานสัมพันธ์ ระบุว่าสหภาพแรงงานตังแต่สองสหภาพขึ้นไป แต่ละสหภาพแรงงานมีสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน อาจรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหพันธ์แรงงาน ได้
สภาองค์การลูกจ้าง ตามมาตรา 120 พรบ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้สหภาพแรงงานและสหพันธ์แรงงานไม่น้อยกว่า 15 แห่ง จัดตั้งสภาองค์การลูกจ้าง ได้
องค์การของนายจ้าง
สมาคมนายจ้าง
สหพันธ์นายจ้าง
สภาองค์การนายจ้าง
องค์การของรัฐบาล
หน่วยงานที่มีความสำคัญของรัฐบาล ที่มีบทบาทในการกำหนดระบบแรงงานสัมพันธ์ ก็คือ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม หลักการที่รัฐบาลนำมาใช้ในการจัดระบบแรงงานสัมพันธ์ คือหลักของไตรภาคี คือ ประกอบด้วย ฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล
การคุ้มครองแรงงานทั่วไป
เวลาทำงาน
เวลาทำงานปกติ ทำงานล่วงเวลา เวลาพัก วันหยุด
การคุ้มครองแรงงานหญิง ห้ามหญิงทำงานที่อาจเป็นอันตราย ได้แก่ งานที่ใช้เลื่อย วงเดือน แบก หาม ยก ทูน ลาก ฯลฯ
การคุ้มครองแรงงานเด็ก ห้ามมิให้รับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีบริบูรณ์เป็นลูกจ้าง
นางสาวนธิตรา ปิ่ณทะศิริ บริหารการศึกษา ป.โท แผน ก ห้อง 2 รหัส 64121278032