Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทฤษฎีการผลิต (PRODUCTION THEORY), นางสาวกัณนิภา นักร้อง เลขที่ 1 …
ทฤษฎีการผลิต
(PRODUCTION THEORY)
การผลิต
กระบวนการหรือกิจกรรมใดๆ ที่เปลี่ยนแปลงหรือแปรรูปปัจจัยการผลิตให้เป็นสินค้าและบริการ
• สินค้าและบริการที่ผลิตได้ถือเป็นเศรษฐทรัพย์
•เป้าหมายของผู้ผลิต คือ กำไรสูงสุด (Maximize Profit)
การผลิตแบ่งออกเป็น 2 ระยะ
ระยะสั้น (Short-Run)
ช่วงเวลาที่จะต้องมีปัจจัยคงที่อยางน้อยหนึ่งปัจจัย เป็นระยะเวลาที่สั้นจนผู้ผลิตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตบางชนิดได้
ปัจจัยการผลิตในระยะสั้น
ปัจจัยคงที่ (eg. land, capital)
ปัจจัยแปรผัน (eg. labor, raw material)
ฟังก์ชั่นการผลิต
การแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการผลิตต่างๆ และจํานวนผลผลิต เมื่อกาหนดเทคนิคการผลิตให้
Total Product (TP) = f (a1, a2, a3)
= f (ปัจจัยคงที่, ปัจจัยแปรผัน)
ระยะยาว (Long Run)
ในระยะยาวผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตทุกชนิดได้ตามความเหมาะสม ดังนั้น ปัจจัยการผลิตซึ่งเคยเป็นปัจจัยคงที่ในระยะสั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว
การผลิตในระยะยาวนั้น ผลผลิตที่ได้เป็นจะไปตามกฎการผลิตระยะยาว ที่ เรียกว่า “กฎผลได้ต่อขนาด” (Law of Returns to Scale)
การวิเคราะห์การผลิตระยะยาว
ใช้เครื่องมือ
เส้นผลผลิตเท่ากัน (Isoquant Line)
เส้นต้นทุนเท่ากัน (Isocost Line)
กฎผลได้ต่อขนาด (Law of Returns to Scale)
แบ่งการผลิตออกเป็น 3 ขนาด
-ผลได้ต่อขนาดเพิ่มขึ้น (Increasing Returns to Scale)
-ผลได้ต่อขนาดคงที่ (Constant Returns to Scale)
-ผลได้ต่อขนาดลดลง (Decreasing Returns to Scale)
การประหยัดและไม่ประหยัดเนื่องจากขนาด
การประหยัดต่อขนาด หมายถึง ต้นทุนต่อหน่วย (ต้นทุนเฉลี่ย) ลดลง จากการที่ธุรกิจขยายขนาดการผลิต
การประหยัดทางด้านแรงงาน
การประหยัดทางด้านเทคนิค
การประหยัดทางด้านการจัดการ
การประหยัดทางด้านการตลาด
การประหยัดทางด้านการเงิน
การไม่ประหยัดต่อขนาด หมายถึง ต้นทุนต่อหน่วย (ต้นทุนเฉลี่ย) เพิ่มขึ้น จากการที่ธุรกิจขยายขนาดการผลิต
•การประหยัดภายใน (internal economies) หมายถึง การประหยัด (ต้นทุนเฉลี่ยลดลง) ที่เกิดจากการดําเนินการของธุรกิจ(นโยบายการบริหารงาน)
•การไม่ประหยัดภายใน (internal diseconomies) หมายถึง การไม่ประหยัด (ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น) ที่เกิดจากการดําเนินการของธุรกิจ
อัตราการทดแทนทางเทคนิคหน่วยสุดท้าย
ปัจจัยการผลิตทุกชนิดเป็ นปัจจัยผันแปร ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงผลผลิต (Q)ย่อมมาจากการเปลี่ยนแปลงในปริมาณของปัจจัยการผลิตทุกชนิด
การเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่ทดแทนกันนี้ เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม นั้นคือถ้าใช้ปัจจัยอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกอย่างต้องลดลง
การผลิตเป็นการสร้างอรรถประโยชน์ของสินค้าให้เพิ่มขึ้น
มี4แบบ
Form Utility : เป็นการผลิตที่ทําให้ผู้บริโภคมีความพอใจเพิ่มขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของสินค้า
Place Utility : เป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งเพื่อเพิ่มความพอใจให้แก่ ผู้บริโภค
Time Utility : เป็นการผลิตเพื่อถนอมอาหารไว้บริโภคในยามขาดแคลนหรือมิใช่ฤดูกาล
Service : เป็นการผลิตในรูปของการให้บริการที่ทําให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวก
ประสิทธิภาพของการผลิต
ประสิทธิภาพทางเทคนิค (technical efficiency)
หมายถึง วิธีการผลิตที่ให้ผลผลิตจํานวนเท่ากัน แต่ใช้ปัจจัยการผลิตน้อยที่สุด
ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ(economic efficiency)
หมายถึง วิธีการผลิตที่ให้ผลผลิตจํานวนเท่ากัน แต่มีต้นทุนการผลิตตํ่าที่สุด
นางสาวกัณนิภา นักร้อง เลขที่ 1
รหัสนักศึกษา 6301110801001