Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบกล้ามเนื้อ (Muscular System) - Coggle Diagram
ระบบกล้ามเนื้อ
(Muscular System)
คุณสมบัติ
การหดตัว (Contractility)
เป็นความสามารถในการหดตัวของ
กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะหดตัวเมื่อได้รับการกระตุ้น
การยืดตัว (Extensibility)
ความสามารถในการยืด โดยไม่ได้รับ
อันตรายต่อเนื้อเยื่อ
การยืดหยุ่น (Elasticity)
ความสามารถในการยืดหยุ่นได้คล้ายยาง
เมื่อกล้ามเนื้อถูกยืดออกแล้วกล้ามเนื้อสามารถคืนสู่สภาพเดิมได้
การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Irritability)
ความสามารถที่จะตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นไม่ว่าตัวกระตุ้นภายในหรือภายนอก
ส่วนประกอบ
Protien มีประมาณ 20%
Myosin and Actin : ทั้งสองอย่างรวมกันจะสร้างเป็น
Actomyosin ซึ่งจะกลายเป็น Myofibrils
Sarcoplasm : เป็นสารกึ่งเหลว ประกอบด้วย Myogen และ
Myoglobin (สารติดสีท าให้กล้ามเนื้อมีสีแดง)
Carbohydrate : ส่วนประกอบที่ส าคัญคือ Glycogen มีประมาณ 0.5-1.5% ของน้ าหนักกล้ามเนื้อ
Fat : โดยมากจะอยู่ที่เนื้อเยื่อพังผืด (Neutral fats) ส่วนที่อยู่ในเส้นใยของกล้ามเนื้อคือ Cholesteral และ Phospholipid
สารที่ทําให้กล้ามเนื้อหดตัว คือ ATP และ ADP
หน้าที่
คงรูปร่างท่าทางของร่างกาย (Maintain Body Posture)
ยึดข้อต่อไว้ด้วยกัน (Stabilize Joints)
รักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย (Maintain Body Temperature)
ทําให้ร่างกายเคลื่อนไหว (Provide Movement)
กลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อลาย
เกิดจาการเรียงตัวประสานอย่างเป็นระเบียบของ Myosin filamentsและActin filaments
เส้นใยทั้งสองวิ่งขนานตามแกนยาวของเซลล์ โดยเมื่อสัญญาณจาก
เส้นประสาทมาสู่กล้ามเนื้อจะท าให้เกิดการปลดปล่อย Calcium ion
ตามแนวยาวจะเห็นเป็นแถบจาง (i-band ; isotropics) สลับกับแถบทึบ
(a-bands ; anisotropics)
Z-line เป็นที่ยึดเกาะของ Actin filaments และเส้นแบ่งครึ่ง I-band -แถบดํากลางแถบสว่าง
แถบจาง (I-band) ซึ่งโปร่งแสงประกอบด้วย Actin filaments
H-zone เป็นบริเวณตรงกลางของ a-band ที่พบแต่ Myosin filaments
เท่านั้น แถบจางกลางแถบมืด
กล้ามเนื้ออาศัย ATP ในการหดหรือคลายตัว
การจัดเรียงตัวของใยกล้ามเนื้อ
ตามแนวยาว Strap (Longitudinal, Parallel), Fusiform
ตามแนวขวางหรือเฉียง Unipennate, Bipennate,
Multipennate
ตามแนวรัศมีหรือรูปพัด Radiate, Convergent
วงรอบ Circular
ชนิดของกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อลาย (Striated Muscle)
หรือกล้ามเนื้อโครงร่าง (Skeletal Muscle)
ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะมองเห็นเป็นแถบลาย สีเข้ม สีอ่อนสลับกัน
เห็นเป็นลายตามขวาง แต่ละเซลล์มีหลายนิวเคลียส
การหดตัวของกล้ามเนื้อลายท าให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ประกอบด้วยเซลล์ที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว เรียกว่า เส้นใย
กล้ามเนื้อ (Muscle fiber)
กล้ามเนื้อลายจะหดตัวเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสัญญาณไฟฟ้าจาก
Motor neurons
จุดที่ยึดเกาะกระดูกมี 2 แห่ง คือ จุดเกาะต้น (Origin) และจุดเกาะปลาย
(Insertion)
การท างานอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ (Voluntary control)
ส่วนของกล้ามเนื้อที่เป็นเนื้อ เรียกว่า Belly หรือ Body
➢ เป็นกล้ามเนื้อชนิดเดียวที่ยึดเกาะกับกระดูกหรือกระดูกอ่อน โดยมีเอ็น
(Tendon หรือ Aponeurosis) เป็นส่วนยึดเกาะ
กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle)
➢ เป็นกล้ามเนื้อที่ไม่มีลายตามขวาง
➢ ประกอบด้วยเซลล์ที่มีลักษณะแบนยาวแหลมหัวแหลมท้าย ภายในเซลล์มีนิวเคลียสอันเดียวตรงกลาง
➢ ปะกอบเป็นผนังของท่อในอวัยวะภายในส่วนใหญ่ เช่น กระเพาะอาหารลําไส้ มดลูก และผนังหลอดเลือด เป็นต้น
➢ การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบท าให้เกิดการเคลื่อนที่ของสารที่อยู่ภายในอวัยวะนั้น ๆ ซึ่งกล้ามเนื้อเรียบสามารถหดตัวได้เอง
➢ การท างานอยู่นอกอ านาจจิตใจ (Involuntary control)
กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle)
กล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardium) ประกอบขึ้นเป็นผนังของหัวใจ
มีนิวเคลียส 1 อันอยู่กลางเซลล์ ไม่ได้อยู่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ ตอนปลายของ
เซลล์จะแตกแขนงและเชื่อมโยงติดต่อกับเซลล์ใกล้เคียง
เป็นเซลล์กล้ามเนื้อที่มีแถบและลายคล้ายกับที่พบในกล้ามเนื้อลาย แต่มี
ขนาดเล็กกว่า
รอยต่อระหว่างเซลล์จะเห็นเป็นเส้นขวางชัดเจน
เรียกว่า Intercalated disc
เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจหดตัวจะฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
หดตัวได้เองโดยอัตโนมัติ (Autonomicity)
การท างานถูกเปลี่ยนได้โดยการควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติและ
ฮอร์โมนต่าง ๆ
สามารถสร้างสัญญาณไฟฟ้าขึ้นเองได้ (Pacemaker) จากนั้นจึงส่งต่อ
สัญญาณไปทั่วหัวใจ ท าให้หัวใจมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Automaticity
การเรียกชื่อกล้ามเนื้อ
ตามต าแหน่งที่อยู่ (Location); Abdominis, Intercostal muscle, Femoris
ตามการจัดเรียงตัวของใยกล้ามเนื้อ (Fascicle Organism) : ตรง (Rectus),
ขวาง (Transverse), แนวเฉียง (Oblique) ; Rectus abdominis
ตามรูปร่างหรือขนาด (Shape or Size) ; สามเหลี่ยม (Deltoid), รูปขนม
เปียกปูน (Trapezius), ขนาดใหญ่ (Maximus), ขนาดเล็ก (Minimus)
ตามจ านวนจุดเกาะต้น (Origin or Head) ; Biceps, Triceps
ตามหน้าที่การท างาน (Function) ; Flexor carpi ulnaris
ตามจุดเกาะต้นและจุดเกาะปลาย (Origin and Insertion) ;
Sternocleidomastoid มีจุดเกาะต้นที่กระดูก Sternum และ Clavical จุด
เกาะปลายที่ Mastoid process
การประสานงานของกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อที่ทําหน้าที่หลัก
(Agonist หรือ Primover)
กล้ามเนื้อมัดหลักที่ท าให้เกิดการเคลื่อนไหว เช่น Brachialis ท า
หน้าที่ในการงอข้อศอก
กล้ามเนื้อที่ทําหน้าที่ตรงกันข้าม
(Antagonist)
เมื่องอข้อศอก กล้ามเนื้อ Triceps brachii เป็น Antagonist กับ
กล้ามเนื้อ Biceps brachii
ป้องกันไม่ให้ Agonist เคลื่อนไหวมากเกินไป และท าให้การเคลื่อนไหว
เร็วขึ้น
กล้ามเนื้อที่ทําหน้าที่ช่วยเหลือ
(Synergist)
ท าหน้าที่ช่วย Agonist ท างานเพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปย่างราบรื่น
ยับยั้งการเคลื่อนไหวที่ไม่จ าเป็น เช่น ขณะงอนิ้วมือจะไม่มีการงอของข้อมือ
กล้ามเนื้อที่ทําหน้าที่ยึดจุดเกาะต้น
(Fixator)
ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวของ Agonist