Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วย ระยะสุดท้ายของชีวิต, น.ส.ณัฐธิดา เพ็ชรเรือง…
การพยาบาลผู้ป่วย
ระยะสุดท้ายของชีวิต
การพยาบาลเพื่อสนองความต้องการของผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต
ด้านจิตใจและการติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วย
การติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต ที่สําคัญ
คือ1.ยอมรับและให้เกียรติผู้ป่วยในฐานะเป็นบุคคล การเข้าไปติดต่อกับผู้ป่วยต้องเหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์
2.ทําให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการพูดคุยกับพยาบาล การมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยจะทําให้เกิดความไว้วางใจและมั่นใจ
3.ใช้เทคนิคการพูดคุยกับผู้ป่วยในเรื่องอื่นๆประกอบ ก่อนที่จะพูดถึงเนื้อหาสาระสําคัญโดยต้องคํานึงถึงความต้องการ ความพร้อมของผู้ป่วย การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลสงบและนอนหลับได้
4.ใช้เทคนิคความเงียบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความรู้สึก นึกคิด ของตนเอง และระบายความคับข้องใจกับพยาบาล
กระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกหรือความคับข้องใจโดยใช้เทคนิคต่างๆ
6.คํานึงถึงความหวังของผู้ป่วย เคารพในความประสงค์หรือความปรารถนาของผู้ป่วย
รักษาความลับ เคารพและป้องกันสิทธิของผู้ป่วย
ด้านจิตวิญญาณ
มีความเชื่อว่าขณะที่ตายเป็นจุดสําคัญผู้ตาย ต้องมีจิตใจที่ดี คือ มีสติ หมายถึงจิตใจไม่ฟันเฟือน เศร้าหมอง ขุ่นมัว มีจิตที่ดีงาม ผ่องใส เบิกบาน นึกถึงแต่สิ่งที่ดี จึงมักให้ผู้ป่วยสวดมนต์ทําให้จิตคิดเกี่ยวกับเรื่องบุญกุศล พระรัตนตรัย หรือเรื่องที่ทําความดี ความรู้นี้จะช่วยให้พยาบาลให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยทางด้านจิตวิญญาณอย่างถูกวิธีและเหมาะสม
3. ด้านร่างกาย
พยาบาลควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการพยาบาลที่ไม่จําเป็น ไม่ทําให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าเผชิญต่อความตายตามลําพัง แต่มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในทีมสุขภาพคอยดูแลช่วยเหลือจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
การดูแลด้านร่างกาย
การดูแลแบบประคับประคองทางกาย เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายแนวทางการรักษา และการปฏิบัติจริง ซึ่งผู้ป่วยและญาติควรได้รับการอธิบายให้เข้าใจ มีความเห็นและยอมรับร่วมกัน โดยมีความเชื่อมโยงกับลักษณะทางวัฒนธรรม ศีลธรรม และจริยธรรมของผู้ป่วย และผู้ให้การรักษาบนพื้นฐานของสังคมและกฎหมายของระบบสาธารณสุขที่มี ทั้งนี้แนวทางปฏิบัติเป็นไปในลักษณะที่จริงใจและมั่นใจเป็นที่ยอมรับของสังคมและเป็นการตัดสินใจร่วมกัน บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์หรือผู้ให้การดูแลกับผู้ป่วยหรือญาติเพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือต่าง ๆ ทางการแพทย์ในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมปัญหาทางกายที่พบบ่อยและต้องการการดูแลในระยะท้ายของชีวิต
การประเมินความปวด
วัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุและติดตามประเมินความรุนแรงของความปวด เป็นการตอบสนองต่อการรักษาโดยให้ครอบคลุม
1 ตําแหน่ง สามารถทําให้สะดวกด้วยรูปภาพ ร่างกาย (Body chart) และบางครั้งอาจมีอาการปวดหลายตําแหน่ง หลายลักษณะ
2 ลักษณะความปวด ช่วยให้พิจารณาแยกความปวดว่าน่าจะมีกลไกอะไร
3 ความรุนแรงของความปวด ประเมินโดยเครื่องมือวัดระดับความปวด
4 ปัจจัยที่ทําให้เพิ่มหรือลดความปวด
5 ผลต่อความสามารถในการทํางาน
6 ผลของการรักษาต่อความปวด
การวางแผนการรักษา
1 การบําบัดความปวด ตามแนวทางของสมาคมระงับปวดประเทศไทย
2 Palliative radiotherapy ใช้รักษาแบบประคับประคอง โดยเฉพาะอาการปวดกระดูก
3 การจัดการความปวดโดยไม่ใช้ยา เช่น การนวด การกดจุด การฝังเข็ม การใช้ความร้อน การใช้ความเย็น การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การสัมผัส สัมผัสรักษา
การประเมิน
เนื่องด้วยผู้ป่วยระยะสุดท้ายมักมีปัญหาเรื่องคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากพยาธิสภาพของโรค สภาพร่างกายของผู้ป่วย หรือเกิดจากผลข้างเคียงของการรักษา ซึ่งต้องประเมินและหาสาเห ตุที่ เกิดขึ้น และรักษ าผู้ป่ วยตามสาเห ตุดังกล่าวการรักษ าโดยใช้ยา: domperidone, prochlorperazine, metoclopramide, ondamsetron, granisetron, haloperidol การรักษาโดยไม่ใช้ยา เพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น จัดอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง รับประทานอาหารให้บ่อยขึ้น ดื่มเครื่องดื่มช้า ๆ บ่อย ๆ ในสิ่งที่ผู้ป่วยชอบ เช่น น้ําผลไม้ น้ําขิง น้ําชา ทําความสะอาดปาก ฟัน ไม่ปรุงอาหารใกล้ผู้ป่วย จัดสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศสดชื่นปัญหาผิวหนังและแผลกดทับ (skin and pressure sore) ผู้ป่วยระยะท้าย ผิวหนังจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับได้ง่าย โดยเฉพาะส่วนของร่างกายที่สัมผัสที่นอนตลอดเวลา เช่น ส้นเท้า สะโพก แก้มก้นและข้อศอก
การพยาบาลด้านร่างกาย
1.การดูแลอาหารและน้ํา
การดูแลความสะอาดปากฟัน
การดูแลความสะอาดจมูกและตา
การทําความสะอาดผิวหนัง
การดูแลความสุขสบายและลดอาการเจ็บปวด
การดูแลภาวะหายใจลําบาก
การดูแลความไม่สุขสบายจากอาการท้องผูก
การดูแลอาการอ่อนล้า
การสังเกตอาการผิดปกติ
การดูแลผู้ป่วยใกล้ตายที่บ้าน 1)การดูแลความสุขสบาย อาหาร การอาบน้ํา ความสะอาดปากฟัน ผิวหนัง2)การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย3)การสังเกตอาการผิดปกติ และการช่วยเหลือเมื่อเกิดอาการ4)การดูแลด้านจิตใจและจิตวิญญาณทั้งผู้ป่วยและญาติ
การดูแลด้านจิตใจ
การดูแลด้านจิตใจผู้ป่วยในระยะสุดท้าย
ซักประวัติการเจ็บป่วยทั่วไป
การประเมินด้านจิตใจ
ประเมิน: Five stage reaction ของ Kubler-Ross (1969) ปฏิกิริยาต่อการเจ็บป่วยของผู้ป่วยทุกวันเพื่อวางแผนให้การรักษาพยาบาล
ภาวะสูญเสีย (The loss)
หมายถึง สภาพการณ์ที่บุคคลต้องแยกจาก สูญหาย หรือต้องปราศจากบางสิ่ง บางอย่างที่เคยมีอยู่ในชีวิต ซึ่งมีลักษณะเกิดขึ้นทันทีทันใด
หรือค่อยเป็oค่อยไปแบ่งเป็น
1) การสูญเสียสิ่งของภายนอก (loss of external
object)
2) การสูญเสียตามวัยต่าง ๆ (maturational loss)
3) การสูญเสียภาพลักษณ์หรืออัตมโนทัศน์ (loss of body image or some aspect of self)
4) การสูญเสียบุคคลสําคัญหรือบุคคลอันเป็นที่รัก (loss of a love or a significant other)
ปฏิกิริยาต่อการสูญเสียของบุคคล
1) ระยะ shock and disbelief อาการตื่นตะลึงเป็นปฏิกิริยาตอบสนองในระยะแรกเมื่อรับรู้ ถึงการสูญเสียจะมีความรู้สึกตกใจ ไม่เชื่อ ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น
2) ระยะ developing awareness เป็นระยะที่บุคคลเริ่มมีสติรับรู้มากขึ้นและได้ตระหนักถึงการสูญเสีย
3) ระยะ restitution เป็นระยะการปรับตัวเพื่อฟื้นคืนสู่สภาวะปกติ
ความเศร้าโศก (Grief)
ปฏิกิริยาตอบสนองปกติของบุคคล หรือครอบครัวเมื่อประสบกับการสูญเสีย ความเศร้าโศกเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญเสีย Kubler-Rossและ Engle โดย Kubler-Ross (1969) ได้แบ่งปฏิกิริยาเศร้าโศกจากการสูญเสียเป็น 5ระยะ ปฏิเสธ (Denial) โกรธ (Anger) ต่อรอง (Bargaining) ซึมเศร้า (Depression) ยอมรับ (Acceptance)
การพยาบาลผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต
1) ให้การพยาบาลที่ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานด้วยความนุ่มนวล
2) ดูแลป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน
3) ควบคุมอาการปวด
4) วางแผนให้การพยาบาล รบกวนเวลาผู้ป่วยให้น้อยที่สุด
5) ประเมินความต้องการของผู้ป่วยโดยให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกต่าง ๆ ออกมา
6) ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวช เพื่อขอคําแนะนําถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติต่อผู้ป่วย
7) การบอกข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับทราบ
8) จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นสัดส่วน เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้มีโอกาสพูดคุยระบายความรู้สึกออกมา
9) การสร้างสัมพันธภาพที่ดีและความเชื่อมั่นในการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยไว้วางใจ
10) ประเมินความเชื่อ ศาสนา และปรัชญาชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ที่มีอิทธิพลต่อความตายของผู้ป่วย
11) มีส่วนร่วมช่วยเหลือให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบทั้งกาย จิตวิญญาณ ตามแนวทางของแต่ละศาสนา
12) ให้คําแนะนําเป็นที่ปรึกษาของผู้ป่วยและญาติ
น.ส.ณัฐธิดา เพ็ชรเรือง 116212201057-9